วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุยเฟส2สุวรรณภูมิ

"ประจิน"ยันเดินหน้าโครงการลงทุนสุวรรณภูมิเฟส 2 วงเงินกว่า 6 หมื่นล้านบาท พร้อมตั้งคณะทำงานศึกษารูปแบบการลงทุน

"ประจิน"ยันเดินหน้าโครงการลงทุนสุวรรณภูมิเฟส 2 วงเงินกว่า 6 หมื่นล้านบาท พร้อมตั้งคณะทำงานศึกษารูปแบบการลงทุน "อาคารที่พักผู้โดยสารแห่งใหม่ - รันเวย์ที่ 3 -อุโมงค์เชื่อมระหว่างเทอร์มินอล- หลุมจอดเพิ่ม 28 หลุม" เร่งสานต่อโครงการเดิมแอร์พอร์ตลิงค์ ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา รองรับการเดินทางเพิ่มของผู้โดยสาร พร้อมสร้างสนามบินใหม่ 6 แห่ง กระจายทุกภาค รับปริมาณผู้โดยสารในประเทศ เชื่อมโยงเพื่อนบ้าน

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รมว.คมนาคม) และรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คชอป) เพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการขนส่งทางอากาศ วานนี้ (4 ต.ค.) โดยมี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (รมช.คมนาคม) และนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารระดับสูง และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมทางด้านอากาศเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

เช่น บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน), บริษัทโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด, บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด และ บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนแม่บทด้านการขนส่งทางอากาศของประเทศไทย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดทิศทางการพัฒนาด้านการขนส่งทางอากาศของประเทศ และสร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม

เชื่อมต่อ 3 สนามบิน

"ผลที่ได้จากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ จะทำให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจด้านการขนส่งทางอากาศได้รับทราบข้อมูลและปัญหาที่ชัดเจนครบถ้วน รอบด้าน เกิดความเข้าใจ สามารถรองรับการเจริญเติบโตและพัฒนาขีดความสามารถของทุกหน่วยงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และนำไปประกอบการพิจารณาจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ พัฒนาการขนส่งทางอากาศของประเทศให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง และจะนำไปเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านการคมนาคมขนส่งของไทยด้วย" พล.อ.อ.ประจิน ระบุตอนหนึ่งระหว่างการประชุม

ต่อมาภายหลังการประชุม พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือการพัฒนาระบบขนส่งให้เชื่อมโยงทั้งทางทางบก น้ำ อากาศ ในส่วนของสนามบินต้องพัฒนาทั้งถนนหลัก ถนนเส้นรองในการเข้า-ออกสนามบิน จัดระเบียบรถแท็กซี่ ชัตเติลบัส การสานต่อการลงทุนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีพญาไท-ดอนเมือง สร้างให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ตามโครงการเดิมที่ได้ศึกษาไว้แล้ว จากนั้นจะศึกษาขยายเส้นทางรถไฟฟ้าออกไปทางด้านตะวันออกให้ถึงสนามบินอู่ตะเภา เพื่อนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

ลุยสุวรรณภูมิเฟสสอง-6.2หมื่นล้าน

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวต่อว่า ต้องการเร่งเดินหน้าโครงการลงทุนสุวรรณภูมิเฟส 2 เช่น การสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารแห่งใหม่ การสร้างรันเวย์ที่ 3 การสร้างอุโมงค์เชื่อมระหว่างเทอร์มินอล การสร้างหลุมจอดเพิ่มอีก 28 หลุมจอด วงเงินก่อสร้างรวม 62,500 ล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติเงินลงทุนไปแล้ว แม้ว่าที่ผ่าน คสช.จะสั่งชะลอโครงการลงทุนไว้ก็ตาม

"ในส่วนของโครงการขยายสุวรรณภูมิ เฟส 2 จะดำเนินการต่อไป โดยกระทรวงคมนาคมจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษารูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม รวมทั้งหาผู้เชี่ยวชาญร่วมศึกษา คาดว่าจะใช้เวลา 1 สัปดาห์ นอกจากนี้จะนำแผนการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เข้ามาร่วมพิจารณาด้วย ส่วนจะมีการปรับแผนการดำเนินงานใหม่หรือไม่ หรือจะรวมเป็นแผนเดียวกันจะต้องรอผลการศึกษาของคณะทำงานก่อน" รมว.คมนาคม กล่าว

เขาบอกด้วยว่า ภายในสิ้นปีนี้จะมีความชัดเจนในเรื่องการออกเอกสารประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้าง และทีโออาร์ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2560 ส่วนงานด้านการก่อสร้างรันเวย์ หรือทางวิ่งเส้นที่ 3 ใช้งบประมาณที่ ครม.อนุมัติก่อนหน้านี้จำนวน 19,000 ล้านบาท

เปิดแผนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่

สำหรับแผนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ ก่อนหน้านี้ นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานคณะกรรมการทอท. ระบุว่าโครงการลงทุนดังกล่าวอยู่บริเวณทิศเหนือของอาคารเทียบเครื่องบินเอ และรถไฟฟ้าโมโนเรล มูลค่า 2.4 หมื่นล้านบาท รวมทั้งโครงการลงทุนคู่ขนานอื่นๆ ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท

โดยโครงการที่จะลงทุนพร้อมกับอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ประกอบด้วย 1.รันเวย์ที่ 3 ความยาว 2,900 เมตร มูลค่าลงทุนรวมค่าชดเชยลดผลกระทบทางเสียงประมาณ 1.8-1.9 หมื่นล้านบาท โดยรันเวย์นี้จะเป็นรันเวย์สำรองกรณีที่รันเวย์ที่ 1 และ 2 ปิดซ่อม ช่วยให้บริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2.การก่อสร้างหลุมจอด 28 หลุมจอด มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และ 3.อาคารจอดรถเพิ่มเติม มูลค่า 1 พันล้านบาท

"หากกระทรวงคมนาคมเห็นชอบก็ต้องเสนอ ครม. เห็นชอบภายในเดือน ธ.ค.นี้ จากนั้นต้องเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ศสช.) รวมทั้งจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โดยใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี โดยเงินลงทุนทั้งหมดมาจากสภาพคล่องของ ทอท. ที่มีอยู่กว่า 4.4 หมื่นล้านบาท" นายประสงค์ ระบุ

ยันโครงการใหม่ดีกว่าโครงการเดิม

นายประสงค์ กล่าวว่า โครงการลงทุนอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ เป็นการลงทุนทดแทนโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 วงเงิน 6.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากโครงการนี้ใช้เงินลงทุนน้อยกว่า แต่สามารถรองรับผู้โดยสารจาก 45 ล้านคน เป็น 60-65 ล้านคน ช่วยลดความแออัดของอาคารผู้โดยสารปัจจุบัน โครงการนี้รองรับการเช็คอินของผู้โดยสารทั่วไป ต่างจากโครงการสุวรรณภูมิเฟส 2 ที่จะรองรับผู้โดยสารที่รอขึ้นเครื่องบินแล้วเท่านั้น

ส่วนโครงการปรับปรุงอาคาร 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 18.5 ล้านคนต่อปีในปัจจุบันเป็น 30 ล้านคนต่อปีนั้น จะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในเดือน ส.ค.-ก.ย. 2558

เร่งพัฒนาสนามบินดอนเมือง-กระบี่

พล.อ.อ.ประจิน ยังกล่าวถึงแผนการใช้งบของรัฐวิสาหกิจด้านการขนส่งทางอากาศในปี 2558 วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาทว่า จะใช้พัฒนาเส้นทางหลัก ทางรอง ทางเข้าออกสนามบิน แผนพัฒนาปรับปรุงสนามบินกระบี่ เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวเดินทางไปภูเก็ตจำนวนมาก และเริ่มหนาแน่นมากถึง 11 ล้านคนต่อปี จึงต้องการพัฒนาสนามบินกระบี่มาช่วยรองรับเพิ่มเติม ให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มเติมให้ได้ 15-20 ล้านคนต่อปี

ในส่วนของสนามบินดอนเมือง ได้ศึกษาปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสารนำกลับมาใช้ใหม่ให้เต็มศักยภาพจาก 18 ล้านคน เพิ่มเป็น 30ล้านคน ในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า

"ขึ้นค่าแท็กซี่-รถใต้ดิน"รู้ผลสัปดาห์หน้า

ในส่วนของการขอปรับขึ้นราคาค่าโดยสารของรถแท็กซี่ และการปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือ เอ็มอาร์ที นั้น พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า การพิจารณาข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ จะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า เพื่อนำเสนอ ครม.รับทราบต่อไป

ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการเรือด่วนเจ้าพระยาขอปรับค่าเรือโดยสารเพิ่มอีก 1-2 บาทนั้น เรื่องนี้ต้องขอดูรายละเอียดก่อน และได้มอบหมายให้นายอาคม ไปพิจารณาเรื่องนี้ ส่วนที่ว่าหากไม่ได้รับค่าโดยสาร ผู้ประกอบการอาจปรับลดจำนวนเที่ยวบางเส้นทางนั้น คงจะต้องมีการพูดคุยกันก่อน

เล็งสร้างเพิ่ม6สนามบินภูธร

ด้าน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องสร้างสนามบินขนาดเล็กในภูมิภาคเพิ่มเติมอีก 6 แห่งเนื่องจากผู้โดยสารในประเทศเดินทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หวังเชื่อมโยงการเดินทางกับประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบด้วย 1.อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อช่วยสร้างความเจริญและอำนวยความสะดวกการเดินทางไปภาคใต้ 2. สนามบินอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพราะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในอนาคตจึงมีการเดินทางและขนส่งสินค้ามากขึ้น

ผุดสนามบินกาญจนบุรีรับ"ทวาย"

3.สนามบินอำเภอเลิงนกทา จังหวัดมุกดาหาร หรือสร้างในอำเภอเมือง เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางไปยังลาว เวียดนาม 4.สนามบินอำเภอคลองลึก จังหวัดตราด หรืออาจเป็นสนามบิน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว 5.จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นการอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมในภาคเหนือ 6.จังหวัดกาญจนบุรี รองรับโครงการลงทุนท่าเรือน้ำลึกทวาย คาดว่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมดภายใน 1-2 เดือน และจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในปี 2558 แล้วเสร็จภายใน 5 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจด้านการขนส่งทางอากาศ ได้นำเสนอปัญหาและแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ อาทิ แผนแม่บทด้านการขนส่งทางอากาศของประเทศไทย แผนงาน/โครงการลงทุนขนาดใหญ่ และระบบโครงข่ายการคมนาคมที่ยังไม่สามารถให้บริการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างเมืองกับทางอากาศยานได้ รวมถึงระบบบริการขนส่งสาธารณะอื่นๆ เพื่อให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยวได้อย่างครบวงจรด้วย