ภาพวงจรปิด-ดีเอ็นเอปิดคดีฆ่านทท.บนเกาะเต่า

ภาพวงจรปิด-ดีเอ็นเอปิดคดีฆ่านทท.บนเกาะเต่า

ภาพวงจรปิด-ดีเอ็นเอ ตำรวจปิดคดีฆ่านักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า แจ้งข้อหาดำเนินคดีแรงงานชาวพม่า 2 คน

เป็นเวลา 18 วันเต็ม หลังเกิดเหตุฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ตำรวจก็สามารถปิดคดีนี้ได้ โดยได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีแรงงานชาวพม่า 2 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าและร่วมกันฆ่าข่มขืนผู้อื่น รวมถึงหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ขณะที่อีก 2 คน ถูกกันไว้เป็นพยาน

ย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อเช้าวันที่ 15 กันยายน น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ ชาวอังกฤษ ถูกพบนอนเสียชีวิตอยู่หลังโขดหินริมทะเล มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งมีคมเข้าที่ศีรษะ และพบร่องรอยการถูกข่มขืน ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร พบศพ นายเดวิด วิลเลียม ชาวอังกฤษ ในสภาพเปลือยกาย มีบาดแผลถูกตีที่ศีรษะด้วยของแข็งมีคมเช่นกัน ตามร่างกายพบร่องรอยการต่อสู้

ขณะที่บริเวณขอนไม้ ห่างจากจุดพบศพออกมา 65 เมตร พบหลักฐานสำคัญคือ จอบขุดดินเปื้อนคราบเลือด ถุงปุ๋ยสีแดง ถุงยางอนามัย 1 ชิ้นมีคราบเลือดติดอยู่ และยังพบก้นบุหรี่ตกอยู่ 3 มวน มวนแรกสีขาวมีลิปสติกติดอยู่ ส่วนอีก 2 มวนเป็นสีแดง ซึ่งตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เก็บหลักฐานเหล่านี้ไว้ตรวจสอบตามหลักนิติวิทยาศาสตร์

เช่นเดียวกับศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ที่ถูกส่งต่อมาผ่าชันสูตรศพที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ อย่างละเอียด สภาพบาดแผลที่พบบนร่างกายของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ถูกยืนยันจากแพทย์ผู้ผ่าพิสูจน์ศพว่า เสียชีวิตเพราะถูกทำร้ายด้วยของแข็งมีคม ซึ่งตรงกันกับจอบที่พบในละแวกที่เกิดเหตุเพราะมีคราบเลือดเปื้อนอยู่

การเก็บวัตถุพยานบนศพ น.ส.ฮานนาห์ พบอสุจิในช่องคลอดและทวารหนัก รวมทั้งพบเส้นขนสีทองในอุ้งมือขวา ซึ่งหลักฐานนี้ถูกนำไปผ่านขบวนการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ เทียบกับวัตถุพยานอื่นๆ ที่พบในจุดเกิดเหตุ พบว่า ดีเอ็นเอของอสุจิที่พบทั้งในช่องคลอดและทวารหนักดังกล่าวเป็นของชาวเอเชีย โดยในช่องคลอดดีเอ็นเอที่พบมีลักษณะผสมเป็นของคนสองคน ขณะในทวารหนักเป็นของคนคนเดียว และเป็นหนึ่งในสองที่พบในช่องคลอด ส่วนขนสีทองที่พบในอุ้งมือไม่มีความชัดเจน

ดีเอ็นเอที่พบบนศพผู้ตายถูกนำไปเทียบกับดีเอ็นเอที่พบในวัตถุพยานที่เกิดเหตุ พบว่า คราบเลือดที่พบบนถุงยางตรงกับดีเอ็นเอของ น.ส.ฮานนาห์ แต่ภายในถุงยางไม่พบคราบอสุจิ ตำรวจจึงสันนิษฐานว่า ถุงยางดังกล่าวน่าจะเป็นของเก่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ส่วนคราบเลือดที่พบน่าจะหยดจากจอบที่พบวางอยู่ใกล้กันมากกว่า ส่วนก้นบุหรี่สีแดง พบดีเอ็นเอของคนสองคน หนึ่งในนั้นมีดีเอ็นเอตรงกันกับอสุจิที่พบในทวารหนักของ น.ส.ฮานนาห์

ระหว่างนั้น ตำรวจเชิญตัว นายคริสโตเฟอร์ อลันแวร์ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เพื่อนของผู้ตายมาสอบถามหลังมีข้อมูลว่า เขาอยู่ในวันเกิดเหตุและยังพบหลักฐานสำคัญเป็นร่องรอยเลือดบนเสื้อผ้าด้วย พร้อมเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ แต่ปรากฎว่า ผลเทียบไม่ตรงจึงปล่อยตัวไป

ชุดสืบสวนให้ความสำคัญในการตรวจสอบบุคคลที่อยู่ในละแวกที่เกิดเหตุทั้งหมดมีการเชิญตัวผู้ต้องสงสัยกว่า 800 มาทำประวัติและจัดเก็บดีเอ็นเอเพื่อใช้ตรวจเทียบกับดีเอ็นเอที่พบจากวัตถุพยานทั้งหมด

ตำรวจต้องระดมทีมสืบสวนหลายชุดเข้าไปคลี่คลายคดีนี้ ทั้งชุดสืบสวนของ บก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี บก.สส.บช.ภ.8 ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจากส่วนกลาง และชุดสืบสวนของ บก.สส.บช.น. ซึ่งมีการประมวลเบาะแสทั้งหมด ในระยะหนึ่งมีการพุ่งเป้าไปที่เครือญาติของผู้นำท้องถิ่นรายหนึ่ง แต่หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพบว่าคนกลุ่มนี้ไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าคดีนี้่ตำรวจอาจต้องคว้าน้ำเหลว

ตำรวจเริ่มต้นนับหนึ่งในการคลี่คลายคดีนี้หลายครั้ง กระทั่งวันที่ 1 ตุลาคม ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจเช็กกล้องวงจรปิดจาก บก.สส.บช.น. ไล่ตรวจเช็กกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียงจุดพบศพอย่างละเอียดอีกครั้ง พบกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งสามารถบันทึกภาพขณะชายต้องสงสัยรายหนึ่งถอดเสื้อวิ่งผ่านในห้วงเวลาที่คนร้ายลงมือสังหารนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เบาะแสดังกล่าวนำมาสู่การขยายผล พบมีพยานให้การว่า ในคืนวันเกิดเหตุเห็นชาย 3 คน ล้อมวงเล่นกีต้าอยู่บริเวณขอนไม้ซึ่งตำรวจพบวัตถุพยานทางคดี

ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังพบชายคนนี้เข้าไปเลือกซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อในละเวกที่เกิดเหตุพร้อมกับชายอีก 2 คน ซึ่งทั้ง 3 คน มีลักษณะคล้ายแรงงานต่างด้าว และเมื่อนำภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด ซึ่งปรากฏภาพชายแรงงานต่างด้าวทั้ง 3 คน ไปตรวจเทียบกับข้อมูลการจัดเก็บประวัติผู้ต้องสงสัยจำนวนกว่า 800 คนที่ทำไว้ก่อนหน้านั้น พบว่า หนึ่งในนั้นตรงกันกับนายเมา วัย 23 ปี พนักงานสถานบันเทิงในละแวกที่เกิดเหตุ จึงเชิญตัวมาสอบถาม ทราบว่าชายอีก 2 คนที่ปรากฏในภาพคือนายซอ และนายวิน วัย 21 ปี

นายเมา อ้างว่า วันเกิดเหตุได้ไปล้อมวงเล่นกีต้าร์ที่ขอนไม้จุดที่ตำรวจพบหลักฐานจริง แต่ออกจากจุดที่เกิดเหตุก่อนเพราะได้นัดภรรยาไว้ ตำรวจได้ติดตามหาตัวนายซอพบที่แคมป์คนงานก่อสร้างแห่งหนึ่งบนเกาะเกาะเต่า ซึ่งให้การว่านายวินได้เดินทางไปยังสุราษฎร์ธานีแล้ว ตำรวจจึงไปดักรอที่ท่าเรือในจังหวัดสุราษฏร์ธานีและเชิญตัวมาสอบสวน และมีการจัดเก็บดีเอ็นเอไว้ตรวจเทียบกับวัตถุพยานที่พบในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม

ระหว่างการรอผลดีเอ็นเอยืนยันนี้ นายวิน รับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายซอก่อเหตุฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษจริง เพราะต้องการล่วงละเมิดฝ่ายหญิงหลังจากเห็นผู้ตายทั้งสองพลอดรักกัน ส่วนนายเมาออกจากที่เกิดเหตุไปก่อนไม่ได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์ สอดคล้องกับนายซอที่สารภาพเช่นกัน หลังจากผลตรวจดีเอ็นเอของทั้งสองตรงกันกับดีเอ็นเออสุจิที่พบในร่างของ น.ส.ฮานนาห์

นายวินสารภาพด้วยว่า หลังก่อเหตุได้กลับไปที่ห้องพักพบกับนายริน เพื่อนชายชาวพม่าซึ่งพักอาศัยอยู่ด้วยกัน โดยได้เล่าให้เพื่อนร่วมห้องฟังว่าไปฆ่านักท่องเที่ยวมา ได้รับการแนะนำจากเพื่อนคนนี้ให้ทำลายโทรศัพท์ไอโฟน รุ่น 4 เอส ของนายเดวิด ที่หยิบติดมือมาหลังก่อเหตุทิ้ง จึงได้ทุบโทรศัพท์จนเสียหายแล้วนำลงถุงพลาสติกใสทิ้งไว้ที่หลังห้องพักนายเมา

"หลังจากนายวินสารภาพ เราได้ตามไปที่ห้องพักตามคำให้การ พบนายริน เพื่อนของนายวินจริง ซึ่งนายรินพาไปชี้จุดที่นายวินระบุว่าเป็นจุดทิ้งโทรศัพท์ ซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นที่รกอยู่ด้านหลังห้องพักของนายเมา ซึ่งแรงงานพม่าทั้ง 4 คน คือ นายวิน นายเมา นายซอ และนายริน พักอาศัยอยู่ที่เดียวกัน การตรวจค้นก็พบโทรศัพท์ของนายเดวิด ยี่ห้อไอโฟน 4 เอส บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก ในสภาพที่ถูกทุบทำลายอย่างที่นายวินให้การ" แหล่งข่าวในชุดสืบสวน เปิดเผย

ส่วนข้อสงสัยในเรื่องเส้นขนที่พบในอุ้งมือ น.ส.ฮานนา การสอบสวนทราบว่าก่อนหน้านี้นายวินย้อมผมเป็นสีบรอนด์ทอง หลังเกิดเหตุไม่นานได้ย้อมผมกลับเป็นสีดำ ขณะที่ข้อสงสัยถึงสาเหตุที่หลังก่อเหตุทำไมไม่หลบหนี นั้นคลี่คลายลงหลัง นายซอ ระบุว่า เป็นเพราะหลังเกิดเหตุมีคำสั่งไม่ให้แรงงานต่างด้าวเดินทางออกจากเกาะเต่า จึงไม่กล้าเดินทางไปไหน

คำให้การของผู้ต้องหา สอดคล้องกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คือดีเอ็นเอ ที่พบจากอสุจิในตัวผู้ตาย รวมถึงก้นบุหรี่ที่พบในละแวกที่เกิดเหตุ ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่สอดคล้องกับคำให้การของพยานและตัวผู้ต้องหา จึงเชื่อได้ว่าแรงงานชาวพม่า 2 คน คือนายซอ และนายวิน ร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ส่วนอีก 2 คน ที่เหลือคือ นายเมา และนายริน ตำรวจได้กันไว้เป็นพยาน