เราควรลงทุนกับ ‘ทองคำ’ อย่างไร?

‘ทองคำ’ เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง ต่างจากเงินกระดาษที่มูลค่าขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่น เมื่อเวลาผ่านไป ทองคำยังคงสามารถรักษามูลค่าไว้ได้
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำก็ไม่ได้อยู่นิ่ง แต่มีความผันผวนปรับตัวขึ้นลงอยู่ตามสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ ดังนั้น แม้ทองคำจะถือเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยในสายตาของคนจำนวนมาก แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนและมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับสินทรัพย์ทางการเงินประเภทอื่น ๆ
ผศ. ดร.รุ่งนภา โอภาสปัญญาสาร อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ ให้ข้อมูลอะไรที่เป็นปัจจัยทำให้ราคาทองขึ้น-ลง และเรื่องที่เราควรต้องรู้ก่อนลงทุนในทองคำ
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาทองคำ
1.อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่นักลงทุนได้รับหลังจากหักอัตราเงินเฟ้อออกไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่น หากเราลงทุนในสินทรัพย์ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน 5% ต่อปี แต่ในขณะนั้นมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3% ต่อปี เท่ากับว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงจะอยู่ที่ 2% ต่อปี ในสถานการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่ำ
นักลงทุนจะมองหาทางเลือกการลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า หนึ่งในสินทรัพย์ที่มักได้รับความสนใจในภาวะนี้ก็คือ “ทองคำ” ส่งผลให้ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
2.ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Economic and Geopolitical Uncertainty) ในภาวะที่เกิดความไม่แน่นอนต่าง ๆ เช่น วิกฤติเศรษฐกิจ การเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ นักลงทุนจะเกิดความกังวล ไม่มั่นใจที่จะไปลงทุนในสหรัฐฯ เขาก็จะหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยและมีความมั่นคงมากกว่า
นั่นก็คือ ทองคำ ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่มีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
3.ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index หรือ DXY) ดัชนีนี้สามารถบอกได้ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าหรืออ่อนค่า ทีนี้การซื้อขายทองคำในตลาดโลก ซื้อขายกันในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก เพราะฉะนั้นดัชนีดอลลาร์สหรัฐสามารถบอกราคาทองคำได้
เพราะว่าราคาทองคำจะสวนทางกับดัชนีดอลลาร์สหรัฐ คือ ถ้าค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า (เงินดอลลาร์แพงขึ้น) ราคาทองคำจะมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ในทางกลับกัน หากดัชนีดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า (เงินดอลลาร์ถูก) ราคาทองคำก็จะปรับตัวสูงขึ้น
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจลงทุนในทองคำ
ทองคำเป็นสินทรัพย์ประเภทหนึ่งที่ไม่ได้สร้างกระแสเงินสด (Cash Flow) ระหว่างการลงทุน กล่าวคือ นักลงทุนจะไม่ได้รับดอกเบี้ยหรือเงินปันผลเหมือนกับการลงทุนในหุ้นหรือพันธบัตร ผลตอบแทนที่ได้จากทองคำจะมาจากส่วนต่างของราคาซื้อและราคาขายเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ หากในช่วงเวลาใดที่ราคาทองคำเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยหรือคงที่ นักลงทุนก็จะไม่ได้รับผลตอบแทนใด ๆ ในระหว่างนั้น หรือในกรณีที่ราคาทองคำปรับตัวลดลง นักลงทุนก็จะไม่มีรายได้หรือกระแสเงินสดเข้ามาชดเชยความเสียหายเช่นกัน
สิ่งที่นักลงทุนควรรู้ก่อนตัดสินใจลงทุนในทองคำ
1.ทองคำไม่มีกระแสเงินสดระหว่างการลงทุน การลงทุนในทองคำคือการลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคาเท่านั้น นักลงทุนต้องยอมรับว่าทองคำจะไม่ให้ดอกเบี้ยหรือปันผลในช่วงเวลาที่ถือครอง
2.ทองคำซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์ มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน นักลงทุนในประเทศไทยที่ลงทุนทองคำ จำเป็นต้องตระหนักว่าราคาทองคำในตลาดโลกซื้อขายกันด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น เมื่อคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนจึงมีเรื่องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น หากราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
แต่ในขณะเดียวกันค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ก็อาจทำให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนน้อยลงหรืออาจถึงขั้นขาดทุนจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน ในทางตรงข้าม หากเงินบาทอ่อนค่าลง นักลงทุนอาจได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงไป
ข้อแนะนำสำหรับการลงทุนใน “ทองคำ”
ทั้งนี้ สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในทองคำผศ. ดร.รุ่งนภา แนะว่าต้องพิจารณาก่อนว่าเราเป็นนักลงทุนประเภทไหน อยากลงทุนในระยะสั้น หรือระยะยาว เพราะแต่ละประเภทจะต้องใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกัน
- ผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาวหรือเน้นการถือครองสินทรัพย์ในระยะเวลาหลายปี กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการทยอยซื้อทองคำอย่างเนื่อง เนื่องจากในทางปฏิบัติเป็นไปไม่ได้ที่เราจะสามารถจับจังหวะที่ราคาทองคำอยู่ในระดับต่ำสุดได้อย่างแม่นยำ โดยจากข้อมูลในอดีตที่ผ่านมา ราคาทองคำมักจะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเวลา 5-10 ปี ตามวัฏจักธุรกิจ
- ผู้ที่ต้องการลงทุนระยะสั้นหรือเก็งกำไร จะต้องเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าซื้อขายในตลาด ซึ่งช่วงเวลาที่ดีในการเก็งกำไรทองคำคือ ช่วงที่ตลาดมีความกังวลหรือความกลัวสูง เช่น ในภาวะที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ สภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐชะลอตัว
หรือช่วงที่อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ช่วงเวลาเหล่านี้ราคาทองคำจะมีแนวโน้มขาขึ้น นักลงทุนจึงควรรอซื้อในจังหวะที่ราคาย่อตัวลงและขายทำกำไรเมื่อราคาขยับขึ้น
- ผู้ที่ต้องการออมทองคำในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นการออม จึงควรมองในระยะยาว และทยอยซื้อสะสมไปเรื่อย ๆ โดยปัจจุบันนี้สามารถซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้สะดวกสบาย แม้มีเงินลงทุนไม่มากก็สามารถเริ่มออมได้ทันที
อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.รุ่งนภา ย้ำว่า อย่าซื้อทองคำทั้งหมดในพอร์ตการลงทุนของเรา ควรจัดสรรทองคำให้มีสัดส่วน 5-10% เพื่อกระจายความเสี่ยง เนื่องจากราคาทองคำมีความผันผวนและได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลายด้าน ดังนั้น นักลงทุนควรศึกษาปัจจัยต่าง ๆ อย่างละเอียด รวมถึงการติดตามสภาวะตลาดและค่าเงินอย่างใกล้ชิดก่อนการตัดสินใจลงทุนในทองคำทุกครั้ง
คัดย่อจากบทความ “เราควรลงทุนกับ ‘ทองคำ’ อย่างไร? พูดคุยกับอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” เผยแพร่ใน https://tu.ac.th/







