ผบ.ทบ.คนใหม่ลั่นไม่มี'ปฏิวัติซ้อน'

ผบ.ทบ.คนใหม่ลั่นไม่มี'ปฏิวัติซ้อน'

(รายงาน) อุดมเดช : ไร้แววปฏิวัติซ้อน ทบ.ไม่ยอมให้เกิดความไม่สงบ

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) คนใหม่ กล่าวในพิธีรับ-ส่งหน้าที่ ผบ.ทบ.จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังรับตำแหน่ง

พล.อ.อุดมเดช กล่าวในพิธีรับ-ส่งหน้าที่ ตอนหนึ่งว่า พร้อมรับต่อภารกิจสถานการณ์และภัยคุกคามทุกรูปแบบที่มีความซับซ้อนและกว้างขวางมากขึ้น ตลอดจนเตรียมความพร้อมสู่การเป็นกองทัพที่เข้มแข็งของอาเซียนในอนาคต

ขณะเดียวกัน ผบ.ทบ. (พล.อ.ประยุทธ์) ได้กำหนดบทบาทของกองทัพให้สอดคล้องกับสถานการณ์และยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยดำรงจุดยืนในการยืนอยู่เคียงข้างประชาชนทุกโอกาส และเป็นหลักในการเข้าคลี่คลายปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของชาติ รวมทั้งความสงบสุขปลอดภัยของประชาชน ทำให้กองทัพสามารถดำรงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีจนได้รับความไว้วางใจจากสังคม

ดังนั้นการปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ทบ.ต่อไป ขอตระหนักถึงความรับผิดชอบภาระหน้าที่สำคัญ จะอุทิศทั้งกำลังกายและกำลังใจ รวมถึงสติปัญญา ขอให้ทุกคนมุ่งมั่น ซึ่งต่อไปนี้จะตั้งใจดำเนินภารกิจทุกด้านอย่างดีที่สุด ซื่อสัตย์สุจริต ปกครอง บังคับบัญชายึดหลักความถูกต้องและเป็นธรรม โดยเฉพาะการสานต่อนโยบายทุกด้านให้เกิดผลสัมฤทธิ์ และสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลเพื่อสร้างสรรค์สังคมที่มีแต่ความสามัคคีปรองดอง มีสันติสุข และเสริมสร้างความมั่นคง มีเสถียรภาพให้กับชาติบ้านเมืองต่อไป

หลังเสร็จพิธี พล.อ.อุดมเดช ให้สัมภาษณ์ว่า หน้าที่ของกองทัพบก คือ พิทักษ์ รักษาและเทิดทูนสถาบันด้วยชีวิต และจะไม่ยอมให้ใครมาล่วงละเมิด การทำงานหลังจากนี้จะปฏิบัติตามภาระหน้าที่ที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งหน้าที่หลัก คือ การปกป้องอธิปไตยของชาติและดูแลพื้นที่ของประเทศไทยให้มีแต่ความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาเขตแดน จะต้องรักษาไว้ไม่ให้มีปัญหา โดยอยู่ภายใต้ความระมัดระวังและความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นสิ่งสำคัญ

ส่วนการดูแลพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทุกคนมีความเป็นห่วงสถานการณ์นั้น เราต่อสู้และดำเนินการเพื่อให้เกิดความสงบสุขเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้นโยบายในการทำงานไว้ว่า จะทำอย่างไรให้พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสงบสุขขึ้นมาให้ได้ หรืออย่างน้อยสถานการณ์ต่างๆ ต้องลดลง สามารถควบคุมได้ และสร้างความสุขให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน

ตั้งใจว่าจะดำเนินการและพยายามทำให้ดีที่สุดตามที่นายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์) ได้ให้นโยบายไว้ โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับนโยบาย, ระดับขับเคลื่อน และระดับการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ร่วมกับส่วนงานราชการต่างๆ อาทิ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ดูแลพื้นที่ก็จะต้องทำให้ดีที่สุด

"เรามีความพยายามที่เคยใช้คำว่าจะเอาชนะทุกหมู่บ้าน ต่อไปนี้ผมจะให้คนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้รู้สึกว่าตัวเขาเองไม่ได้สู้รบกับใคร เราจะสร้างความสงบสุขให้กับหมู่บ้าน เมื่อหมู่บ้านสงบสุข อำเภอและจังหวัดก็จะสงบสุขไปด้วย เราจะใช้วิธีการทำความเข้าใจในการพูดคุยให้ไปสู่ทุกกลุ่ม ผมจะทำในสิ่งนี้เพิ่มเติมขึ้น คู่ขนานกับแนวทางเดิม ซึ่งจะเห็นได้จากปีที่ผ่านมาว่าจะต้องทำในทุกระดับ"

"ผมเชื่อมั่นว่าถ้าทำในลักษณะนี้ ถึงอย่างไรก็ต้องดีขึ้น ขอฝากผู้ที่เห็นต่างในพื้นที่ให้ร่วมมือกัน ท่านอยากได้อะไร และคิดอย่างไรก็มาพูดคุยกัน และเราจะสนับสนุนสิ่งต่างๆ ที่ถูกที่ควรตามรัฐธรรมนูญ เราจะต้องทำให้ดีเพื่อนำมาซึ่งความพึงพอใจและอยู่ร่วมกันด้วยความร่มเย็นเป็นสุข" พล.อ.อุดมเดช กล่าว

ผบ.ทบ.คนใหม่ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการดูแลความสงบเรียบร้อยทั่วประเทศ โดยเฉพาะในช่วงนี้ ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังคงอยู่ต่อไปเพื่อช่วยสนับสนุนรัฐบาล กองทัพบกยังคงเป็นหลักเรื่องการรักษาความสงบ ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการให้เกิดความสงบให้ได้ ผู้ที่มีความคิดไม่เข้าใจหรือผู้เห็นต่าง ในภาพรวมต้องทำความเข้าใจและจะต้องร่วมมือกัน

ทาง คสช.และรัฐบาลกำลังดำเนินการเรื่องสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งทางรัฐบาลทราบดีว่าเป็นยุทธศาสตร์ความสำเร็จในการปรองดองสมานฉันท์ต่อไป เพราะฉะนั้นทางกองทัพจะสนับสนุนส่วนนี้ สำหรับบุคคลที่ไม่ได้ถูก คสช.คัดสรรเป็นสมาชิก สปช.นั้น ก็สามารถมีส่วนร่วมในการให้แนวคิดตามที่นายกรัฐมนตรีได้ระบุไว้

"ผมขอฝากกับผู้ที่มีแนวความคิดต่างหรือมีความคิดเห็นอย่างไร ขอให้นำเสนอความคิดเห็นมาในช่องทาง สปช.ทั้ง 11 ด้าน เพราะเราจะรับฟังแนวความคิดเห็นทั้งหมดจากส่วนรวม เพราะฉะนั้นหากมีการประกาศรายชื่อ สปช.แล้วจะต้องสนับสนุนกัน อย่าไปทำสิ่งที่นอกเหนือกฎหมาย กองทัพบกจะไม่ยอมให้เกิดความไม่สงบ จะต้องมีความสงบเรียบร้อย"

"กองทัพบกเป็นกลไกหลักของรัฐบาล เพราะรัฐบาลปัจจุบันนี้เป็นรัฐบาลรักษาการเพื่อรอการเลือกตั้ง ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้แสดงเจตนารมณ์ว่ามาด้วยความจริงใจ และต้องการทำให้ชาติบ้านเมืองดีขึ้นจริง ผมเองก็ตั้งใจและพยายามนำพากองทัพเช่นเดียวกับอดีต ผบ.ทบ.หลายคนที่ได้สะสมคุณงามความดี ทำให้กองทัพบกมีความเข้มแข็ง เจริญ และเป็นหลักให้ประชาชนในทุกสถานการณ์ ขอให้มั่นใจว่าผมจะทำสุดความสามารถที่อดีต ผบ.ทบ. โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ได้สร้างคุณูปการไว้มากมาย ผมจะสืบสานและทำให้ดี"

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะให้ความมั่นใจต่อประชาชนอย่างไรว่าในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.จะดูแลไม่ให้เกิดการปฏิวัติซ้อนเพื่อบ่อนทำลายรัฐบาล พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า "ไม่มีหรอกครับ ไม่ว่าจะเป็นใครที่อยู่ในปัจจุบันหรืออนาคต ทางผู้บังคับบัญชาได้ทำความเข้าใจไว้หมดแล้ว และทุกคนก็เดินในแนวทางเดียวกัน บางครั้งที่มีการเขียนต่างๆ ก็มีความเข้าใจไปกันเอง หลายครั้งมีการมาสอบถามว่าคิดอย่างไร และทำอย่างไร แต่ปรากฏว่าเป็นความเข้าใจผิดของการถ่ายทอดและขอให้ทุกคนสบายใจ ไม่มีอย่างแน่นอน"

"กองทัพบกจะเป็นฐานสำคัญที่จะทำให้ประเทศชาติสงบ คสช.และรัฐบาลจะดำเนินการเคียงคู่กันไปจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยตามกรอบแนวทางที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายไว้ ผมเชื่อว่าทุกคนอยากให้เกิดความสงบ ถ้าอยากให้ปรับปรุงประเทศชาติก็ใช้ช่องทาง สปช."