วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมร่วงทั้งปีส่อติดลบ

สศอ.แจงผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ส.ค. ติดลบ 2.7% ลดลงต่อเนื่องเดือนที่ 17 ชี้ทั้งปีพลิกกลับขยายตัวยาก

อุตสาหกรรมขนาดใหญ่รถยนต์ อาหาร เหล็กยังน่าห่วง ชี้มาตรการกระตุ้นชุดใหญ่ไม่ส่งผลถึงภาคการผลิต

นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนส.ค. 2557 ติดลบ 2.7% เมื่อเทียบกับเดียวกันของปีที่แล้วโดยเป็นการติดลบต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 17 ซึ่งอุตสาหกรรมที่ฉุดให้การผลิตโดยรวมลดลง ได้แก่ อุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องประดับ น้ำตาล การกลั่นน้ำมัน และเครื่องแต่งกาย

ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนส.ค.อยู่ที่ 60.29% ทั้งนี้ แม้เทียบกับเดือนก่อนหน้าคือเดือน ก.ค. 2557 ผลผลิตอุตสาหกรรมจะดีขึ้นเป็นบวกได้ที่ 2.6% แต่ก็ยังยากที่จะเห็นการบวกเดือนต่อเดือนได้ต่อเนื่องเพราะขณะนี้สินค้าอุตสาหกรรม ยังเผชิญกับแรงกดดันที่การบริโภคในประเทศยังชะลอตัว ในขณะที่การส่งออกยังไม่ดีขึ้น ล่าสุดการส่งออกภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค.ก็ติดลบประมาณ7% ตลอดที่ดีขึ้นมีเพียงยุโรปและญี่ปุ่น ขณะนี้ตลาดขนาดใหญ่อย่างจีนและสหรัฐฯ ไม่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม การที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมติดลบอย่างต่อเนื่อง ทางสศอ.เตรียมจะปรับลดประมาณการ ทั้งดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและจีดีพีภาคอุตสาหกรรมปีนี้ลงจากที่คาดไว้ที่ 1.5-2% และ 1-2%

แม้ว่าเร็วๆ นี้รัฐบาลเตรียมจะประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่าจะเป็นนโยบายที่ไม่ได้กระตุ้นรุนแรง จนส่งผลถึงภาคการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ

“เราพึ่งส่งออกได้ลำบากเพราะตลาดใหญ่ๆ จีน สหรัฐฯ ไม่ดีขึ้น และสินค้าที่มีน้ำหนักในภาคการผลิตมากๆทั้งรถยนต์ ปิโตรเคมี เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ยังไม่ดี ดังนั้นจีดีพีอุตสาหกรรมกับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปีนี้ จึงน่าจะเป็นบวกได้ลำบาก” นายสมชาย กล่าว

สำหรับการผลิตรายอุตสาหกรรม จะเห็นว่าในเดือน ส.ค. อุตสาหกรรมหลักๆ ยังคงติดลบ โดยกลุ่มรถยนต์ การผลิตติดลบ 27.0% ซึ่งเป็นเป็นการลดลงทั้งการผลิตเพื่อขายในประเทศและส่งออก ซึ่งการส่งออกรถยนต์เดือนส.ค. ติดลบ 14.07% โดยเป็นการลดลงของตลาดเอเชีย โอเชียเนีย ตะวันออกกลาง ยุโรป อเมริกากลางและ อเมริกาใต้

อุตสาหกรรมอาหาร การผลิตในภาพรวมติดลบ 4.1% เนื่องจากการผลิตมันสำปะหลัง และน้ำตาลทรายที่ลดลง อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า ปริมาณความต้องการเดือนส.ค. อยู่ที่1.28 ล้านตัน ติดลบ24.7% การผลิต 5.1 แสนล้านตัน ติดลบ 20.3%