วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ญาตินปช.อุทธรณ์คดีฟ้อง'อภิสิทธิ์-สุเทพ'สลายม็อบ

ทนายญาติ นปช.อุทธรณ์คดีอัยการฟ้อง"อภิสิทธิ์-สุเทพ" ฆ่าผู้อื่น เหตุออกคำสั่งศอฉ.สลายนปช.ปี 53

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความของนายสมร ไหมทอง คนขับรถตู้ ผู้บาดเจ็บ และนางหนูชิด คำกอง ภรรยาของนายพัน คำกอง คนขับแท็กซี่ ที่เสียชีวิต จากเหตุการณ์สลายการชุมนุม นปช. ปี 2553 ได้เดินทางมายื่นอุทธรณ์คดี ที่ศาลอาญา มีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือพระสุเทพ ปภากโร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ อดีตผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นจำเลยที่ 1-2 ในคดีหมายเลขดำ อ.4552/2556 ความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าโดยเจตนาเล็งเห็นผล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จากกรณีที่มีคำสั่งศอฉ. ให้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธในการขอคืนพื้นที่ จากการชุมนุมของนปช. ระหว่างเดือน เม.ย. - พ.ค. 53 บริเวณ ถ.ราชดำเนิน และแยกราชประสงค์ ส่งผลมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย โดยคดีดังกล่าว ศาลอาญา มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ส.ค.57 เห็นว่าศาลไม่มีอำนาจพิจารณาคดี ซึ่งพฤติการณ์ของการกล่าวหาคดีในนั้นเกี่ยวพันกับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งด้วยจึงเป็นอำนาจการไต่สวนของ ป.ป.ช.ซึ่งคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมทั้งสั่งยกคำร้องที่ญาติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมคดีนี้

โดยนายโชคชัย ทนายความญาติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต กล่าวว่า เราไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอาญาในประเด็นข้อกฎหมาย จึงได้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งความผิดฐานต่อชีวิต ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ซึ่ง ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจสอบสวนในความผิดฐานนี้ ป.ป.ช. จะมีอำนาจพิจารณาเฉพาะความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ป.อาญา มาตรา 157เท่านั้น

การกระทำความผิดที่โจทก์ฟ้องจึงไม่อยู่ในอำนาจการไต่สวนของ ป.ป.ช. และไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขณะที่ญาติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ก็ไม่ได้ยื่นฟ้องจำเลยในความผิดฐานนี้ด้วย โดยเรายื่นฟ้องตามมาตรา 288

นายโชคชัย ทนายความ กล่าวอีกว่า ในการอุทธรณ์ เราได้นำเอาความเห็นแย้งของนายธงชัย เสนามนตรี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาในคดีนี้ และคำอุทธรณ์ของพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ มาประกอบด้วย โดยเราขอให้ศาลอุทธรณ์ พิจารณาพิพากษากลับคำพิพากษาและคำสั่งของศาลอาญาดังกล่าวโดยให้ศาลอาญารับคดีนี้ไว้พิจารณาและให้รับคำร้องการขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีดังกล่าว เพราะเราเห็นว่าคำพิพากษาศาลอาญานั้นยังคลาดเคลื่อนต่อข้อกฎหมายอยู่