"มาสเตอร์โพลล์" ชี้กระทรวงเกษตรฯ เป็นที่พึ่งด้านการแก้ปัญหาปากท้องค่าครองชีพมากที่สุด
มาสเตอร์โพลล์ (Master Poll) ชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง ผลการจัดอันดับกระทรวงที่พึ่งด้านต่างๆ ของแกนนำชุมชนและช่องทางการเคลื่อนไหวเพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองอย่างยั่งยืน
รศ.ดร.เชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล รองประธานชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน (Thai Researchers in Community Happiness Association, TRICHA) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพลล์ (Master Poll) เรื่อง ผลการจัดอันดับกระทรวงที่พึ่งด้านต่างๆ ของแกนนำชุมชนและช่องทางการเคลื่อนไหวเพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองอย่างยั่งยืน กรณีศึกษาตัวอย่างแกนนำชุมชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 600 ชุมชน ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 25 - 27 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา ผลการสำรวจพบว่า
ผลการจัดอันดับกระทรวงที่พึ่งด้านการแก้ปัญหาปากท้องค่าครองชีพ พบว่า แกนนำชุมชนให้กระทรวงที่พึ่งด้านการแก้ปัญหาปากท้องค่าครองชีพอันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร้อยละ 34.6 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ ได้ร้อยละ 24.8 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงแรงงาน ได้ร้อยละ 12.9 รองๆ ลงไปคือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงการคลัง เป็นต้น
ในขณะที่เมื่อจัดอันดับกระทรวงที่พึ่งด้านการพัฒนาอาชีพของประชาชนโดยแกนนำชุมชน พบว่า อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงแรงงาน ได้ร้อยละ 36.2 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร้อยละ 26.3 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ร้อยละ15.4 รองๆ ลงไปคือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง เป็นต้น
เมื่อถามถึงกระทรวงที่พึ่งด้านการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ พบว่า อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงแรงงาน ได้ร้อยละ 34.3 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ร้อยละ 22.5 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ได้ร้อยละ 20.6 และรองๆ ลงไปคือ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น
สำหรับกระทรวงที่แกนนำชุมชนจัดอันดับให้เป็นที่พึ่งด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ได้ร้อยละ 55.2 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงกลาโหม ได้ร้อยละ 15.8 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงยุติธรรม ได้ร้อยละ 8.4 และรองๆ ลงไปคือ กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น
เมื่อจัดอันดับกระทรวงที่พึ่งด้านการบริหารจัดการน้ำของแกนนำชุมชน พบว่า อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร้อยละ 58.5 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร้อยละ 28.4 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงคมนาคม ได้ร้อยละ 4.8 รองๆ ลงไปคือ กระทรวงพลังงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นต้น
ที่น่าพิจารณาคือ กระทรวงที่แกนนำชุมชนจัดอันดับให้เป็นที่พึ่งด้านการทวงที่ดินคืนจากผู้บุกรุกผืนป่า พบว่า อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร้อยละ 79.0 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร้อยละ 12.8 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ได้ร้อยละ 3.5 และรองๆ ลงไปได้แก่ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น
เมื่อถามถึงความเห็นต่อการใช้เสรีภาพทางวิชาการในการเคลื่อนไหวทางการเมืองตามทรรศนะของแกนนำชุมชน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.8 ระบุ ควรใช้อย่างมีขอบเขตและมีเงื่อนไข ในขณะที่ร้อยละ 9.2 ระบุไม่ควรมีขอบเขต ไม่ต้องมีเงื่อนไข
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากให้นักวิชาการใช้เสรีภาพทางวิชาการเพื่อทำให้เกิดการปฏิรูปประเทศไทยด้านต่างๆ พบว่า แกนนนำชุมชน ร้อยละ 27.0 อยากให้นักวิชาการใช้เสรีภาพทางวิชาการเพื่อกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมมากที่สุด รองลงมาคือร้อยละ 21.8 ระบุการปฏิรูปการเมือง ร้อยละ 19.1 ระบุ ด้านเศรษฐกิจ และรองๆ ลงไปคือ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน การปกครองท้องถิ่น การศึกษา ด้านสังคม ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ด้านสื่อมวลชน ด้านพลังงาน และด้านอื่นๆ ตามลำดับ
ที่น่าสนใจคือ ช่องทางของการเคลื่อนไหวทางวิชาการในทรรศนะของแกนนำชุมชน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.6 ระบุ สภาปฏิรูปแห่งชาติทั้ง 11 ด้านควรเป็นช่องทางการเคลื่อนไหวทางวิชาการมากที่สุด รองลงมาคือ ร้อยละ 9.5 ระบุการจัดเวทีทางวิชาการ ในขณะที่ร้อยละ 8.2 ระบุการยื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรม และร้อยละ 6.5 ระบุการใช้สื่อมวลชนเป็นช่องทาง ร้อยละ 3.7 ระบุใช้การแสดงออกเชิงสัญญลักษณ์ เช่น ปิ๊ปคลุมหัว ชูมือ ชูนิ้ว เป็นต้น





