วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.รับหลักการกม.คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง

สนช.รับหลักการกม.คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง"พล.ต.อ.อดุลย์"ยันใช้เฉพาะคนไทยไม่รวมคนต่างด้าว

ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยที่ประชุมได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งพ.ศ........... ซึ่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นผู้เสนอ โดยพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ชี้แจงว่า ร่างดังกล่าวมีสาระสำคัญ คือ การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง โดยที่คนไร้ที่พึ่งเป็นบุคคลที่ประสบปัญหาในสังคม ขาดความมั่นคงในการดำรงชีวิตได้อย่างปกติ ไม่มีที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม ให้สามารถหารายได้อย่างเพียงพอแก่การยังชีพ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้และไม่อาจพึ่งพาคนอื่นได้ ทำให้ชีวิตอยู่ลำบาก มีมาตรฐานการดำรงชีวิตที่ต่ำกว่ามาตราฐานคนทั่วไป โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง มีสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งและศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง มีหน้าที่สำรวจและติดตามสภาพปัญหาเกี่ยวกับคนไร้ที่พึ่ง จัดให้มีที่พักอาศัย อาหาร และเครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสมและถูกสุขลักษณะ และตรวจสุขภาพภายและจิต จัดฝึกอบรมและอาชีพและหาอาชีพให้แก่คนไร้ที่พึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสมาชิกหลายคนได้อภิปรายสนับสนุนร่างดังกล่าว อาทิ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี โดยมีความเป็นห่วงคำนิยาม”คนไร้ที่พึ่ง”ที่ต้องกำหนดให้มีความชัดเจนว่า หมายถึงใคร คลอบคลุมบุคคลใดบ้าง รวมทั้งคนไร้ที่พึ่งจะหมายรวมถึงคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยด้วยหรือไม่

พล.ต.อ.อดุลย์ ชี้แจงว่า กฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้และให้ความช่วยเหลือเฉพาะคนไทยเท่านั้น ส่วนบุคคลต่างด้าวจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน และยืนยันว่าการตราร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นไปเพื่อการพัฒนาบุคคลโดยเฉพาะการสร้างอาชีพ

จากนั้นที่ประชุมได้มีมติรับหลักการในวาระแรกด้วยคะแนนเสียง 143 เสียง งดออกเสียง 3 ไม่ลงคะแนน 2 เสียง ตั้งกรรมาธิการจำนวน 15 คน นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบรับหลักการร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ฉบับที่.. พ.ศ.... ส่วนร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่..) พ.ศ...(การดำเนินคดีแบบกลุ่ม) นั้น พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.กระทรวงยุติธรรม ได้ขอเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน เนื่องจากติดภารกิจสำคัญเร่งด่วน