วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯวอนทุกฝ่ายอย่าโทษเป็นความผิดใคร

"ประยุทธ์"เป็นประธานงานแถลงยุทธศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์ทหาร รับมีหนักใจการทำงานขอทุกฝ่ายอย่าโทษเป็นความผิดใคร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในการแถลงยุทธศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์ทหาร ของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พลเอกอุดมเดช สีตบุตร ว่าที่ผู้บัญชาการทหารบก เข้าร่วมงาน ซึ่งกำหนดจัดงานแถลงดังกล่าวเพื่อนำเสนอผลงานทางวิชาการโดยนักศึกษาหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 56 หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน รุ่นที่ 26 และหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐ เอกชน และการเมือง รุ่นที่ 7 แถลงยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2558-2562 นักศึกษาวิยาลัยเสนาธิการทหาร รุ่นที่ 55 วิทยาลัยกการทัพบก รุ่นที่ 59 วิทยาลัยการทัพเรือ รุ่นที่ 46 และวิทยาลัยการทัพอากาศ รุ่นที่ 48 แถลงยุทธศาสตร์ทหาร พ.ศ.2558-2562

โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ทำงานในทำเนียบรัฐบาลและวันแรกในการออกงานในฐานะนายกรัฐมนตรี และวันนี้มาครบทั้ง 3 ตำแหน่ง คือนายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.และผบ.ทบ. ก็รู้สึกแปลกๆ เช่นกัน เพราะตอนแรกก็เป็น ผบ.ทบ.วันนี้ก็กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ปัญหาที่เราเผชิญหน้าอยู่ก็ยังเป็นปัญหาเดิมๆ ทั้งสิ้น ซึ่งทุกคนทราบดีว่าต้องหยุดปัญหาทั้งหมดให้ได้ เหมือนหยุดเลือดที่กำลังไหล หยุดต้นไม้ที่ไม่เจริญเติบโต ต้องใส่ปุ๋ยให้งอกงาม ปรับประชาธิปไตยของเราให้เหมาะกับคนไทยและให้รับกับสากล สิ่งที่นักศึกษาได้กล่าวเกี่ยวยุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์ทหารนั้นถือเป็นคำแนะนำที่ดียิ่ง ถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานทั้ง คสช.และรัฐบาลในเรื่องการปฏิรูปด้านต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว ในปัจจุบัน

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา จากการรับราชการเป็นปีที่ 38 และจะเกษียณอีกในไม่กี่วันข้างหน้านี้ ตนเองมีประสบการณ์พอสมควรโดยเฉพาะประสบการณ์ด้านการทหาร และจากประสบการณ์ในการทำงานชายแดน การบริหารกองทัพ วันนี้มีความพอใจทั้ง 3 ส่วน งานด้านมั่นคงมีหลายประการไม่ใช่เฉพาะเรื่องของชายแดนอย่างเดียว มีทั้งเรื่องความมั่นควภายใน เรื่องภัยคุกคามต่างๆ ในส่วนการปฏิบัติงานในวันนี้ทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนจะต้องร่วมมือกันทำงานในทุกมิติ ทั้งดัานความมั่นคง เศรษฐกิจ การเงินการคลัง สังคมวัฒนธรรม ซึ่งเป็น 3 เสาหลักของอาเซียน ซึ่งขณะนี้เรากำลังก้าวเขีาสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งเรามีเวลาจำกัด ถึงต้องมีวันนี้ เป็นวันเวลาที่ต้องคืนความสุขให้กับประเทศไทย ถ้าช้ากว่านี้ก็คงแก้ไม่ได้ และจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างมีเกียรติยศและศักดิ์ศรีไม่ได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากตัวเลขที่ปรากฎอยู่ในปัจจุบันอย่างตัวเลขด้านการศึกษา ร่วมทั้งการแข่งขันต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำทั้งสิ้น เรื่องนี้จึงต้องทบทวนและไม่ได้กล่าวหาว่าเป็นความผิดของใคร แต่เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องแก้ไขให้ได้

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เรามีทั้งวิกฤตและโอกาส แต่จะทำอย่างไรให้วิกฤตต่างๆ ในทุกด้านที่เกิดขึ้นกลายเป็นโอกาสให้ได้ ถือเป็นความท้าทายในการทำหน้าที่ของทุกคน ทั้งรัฐบาล เอกชน ภาคธุรกิจต่างๆ ฝ่ายความมั่นคง คสช. วันนี้เราต้องแก้ปัญหาให้ได้ เอาวิกฤตทั้งหมดให้กลับมาเป็นโอกาส วันนี้เราจะต้องแก้ปัญหาให้ได้ทั้งหมดและพัฒนาให้เกิดอย่างรวดเร็ว ด้วยคนไทยทั้งประเทศ วันนี้เราต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงมากมาย ความผันผวนต่างๆ การสื่อสารก็ยังล่าช้าไม่ทันเวลา ภัยคุกคามด้านไซเบอร์ก็ยังมีมาก จึงจำเป็นต้องควบคุมด้วยวิธีการที่ถูกต้องจะใช้กฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ ถือเป็นประเด็นหลักที่มีการใช้โซเชียลมีเดียไปสร้างความขัดแย้ง การนำเสนอเรื่องการปราบปรามการทุจริตนั้น เรามีการปฏิรูป 11 ด้าน แต่ที่ไม่ได้ใส่เรื่องการคอรัปชั่นและการทุจริตเป็นหัวข้อไปนั่น เพราะทั้ง 11 เรื่องเกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง การเข้าสู่อำนาจรัฐ การควบคุมการใช้จ่ายภาครัฐ เป็นต้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาสำคัญวันนี้คือการบริหารจัดการ การบริหารราชการแผ่นดินในทุกระบบ จะต้องแก้ไขให้เกิดความมีเอกภาพ มีการประสานงานและบูรณาการอย่างต่อเนื่อง ต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ว่าในความเป็นเอกภาพใครจะเป็นคนสั่งการ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก การประสานหน่วยงานต่างๆ เพราะฉะนั้นต้องฝากว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความเป็นเอกภาพ การประสานงานและบูรณาการ ไม่เช่นนั้นงบประมาณต่างๆ ของประเทศ เวลา และบุคลากรก็จะสูญเสียไป ซึ่งที่ผ่านมาตนได้วางมาตรการไว้แล้ว แต่ต้องมาดูว่าปีนี้เราจะใช้งบประมาณอย่างไรให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด และจะได้แก้ปัญหาต่างๆ ได้รวดเร็ว ทุกอย่างต้องคำนึงว่าผลประโยชน์ชาติอยู่ตรงไหน

ส่วนของยุทธศาสตร์อาเซียน เราเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียนเราอยู่คนเดียวไม่ได้ ถ้าเราเข้มแข็งอาเซียนก็เข้มแข็ง ถ้าเราไม่เข้มแข็งอาเซียนก็ไม่เข้มแข็งประเทศใดประเทศหนึ่งในอาเซียนไม่เข้มแข็งอาเซียนก็ไม่เข้มแข็งเช่นกันแล้วเราจะไปต่อรองกับนานาชาติได้อย่างไรเราต้องทำให้ทุกชาติในอาเซียนไปด้วยกันเราต้องวางตัวให้สมดุลย์ทั้งการเงินการต่างประเทศและการฑูต

ส่วนด้านเศรษฐกิจ วันนี้เราทราบดีว่าเรามีปัญหาเศรษกิจมาก แม้จีดีพีเหลือเพียงร้อยละ 2 แต่ต้องอย่าลืมว่า 6 เดือนแรกเราติดลบ แต่วันนี้คาดว่าไม่ติดลบเหมือนเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เศรษฐกิจที่เรามีปัญหาคือความเข้มแข็งกับปัญหานานาประเทศ สินค้าการส่งออกเราไม่ค่อยได้พัฒนา เราไม่มีนวัตกรรมหรือแบรนด์ส่งออกที่ตีตลาดเราต้องแก้ไขเรื่องพสกนี้ให้ได้ เราต้องสร้างธุรกิจขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ขึ้นมาให้ได้และมีความแข็งแรงอยู่ในห่วงโซ่ของเศรษฐกิจทั้งอุตสากรรมขนาดใหญ่ กลางและย่อม วันนี้เราปรับปรุงทุกระบบ ทั้งเรื่องกองทุนและโอกาสการเข้าสู่ตลาด วันนี้คนไทยยังไม่เข้าใจว่าตนเองเป็นเอสเอ็มอีหรือไม่พอมีกอบทุนให้กู้ก็ไม่รู้อีก เข้ามาแล้วกลัวอย่างเดียวเรื่องเสียภาษีแบบนี้ไม่ได้ ต้องทำให้คนไทยเข้ามาอยู่ในระบบภาษีให้ได้ส่วนจะมากหรือน้อยกำลังดำเนินการอยู่ เพราะเมื่อพูดถึงภาษีคนจนคนรวยก็ตกใจ และเมื่อมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชื่อนายสมหมาย ภาษีเข้ามาสงสัยต้องไปเปลี่ยนนามสกุล

ส่วนด้านอุตสาหกรรมขณะนี้บีโอไอได้ปรับปรุงโดยมีคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบใหม่ โดยประเทศไทยต้องส่งเสริมการลงทุนในประเทศและให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน และลงทุนในสิ่งที่เราต้องการ เช่น เทคโนโลยีเครื่องจักรใหม่ พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน ซึ่งขณะนี้ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล ทั้งนี้ได้มีการตั้งคณะกรรม 11 คณะขึ้นมาใหม่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นข้าว ผลิตผลทางการเกษตร พลังสาธรานูปโภคพื้นฐาน การบริหารจัดการน้ำ เพื่อเข้ามาแก้นโยบายเดิมเพราะเราเป็นรัฐบาลใหม่ที่รับงานต่อจากคสช.แต่ก็จะทำงานในแนวทางเดิมคือไม่มีความจัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น

ส่วนเรื่องการศึกษาที่เราใช้งบประมาณมากที่สุดในประเทศซึ่งไม่รู้จะตัดทอนอย่างไรเพราะหนักไปทางบุคลากรบางโรงเรียนมีนักเรียนเพียง 30 คนแต่มีผู้อำนวยการระดับซี 8 แบบนี้ไม่ได้เราต้องแก้ไขให้ทุกสถานศึกษาทำงานเป็นระบบ เราต้องมีความเข้มแข็งด้านการศึกษาเพราะเมื่อการศึกษาไม่ดีคนก็อ่อนแอทำให้ถูกชักจูงที่นำไปสู่ความขัดแย้ง ครูกับนักเรียนต้องมีความผูกพันกันและมีวิธีการสอนที่เหมาะสม ทั้งนี้ตนได้ตั้งค่านิยม 12 ประการไว้เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาโดยได้มอบให้กระทรวงศึกษาธิการปรับให้มีความคล้องจองเพื่อง่ายต่อการจดจำและนำไปเป็นข้อสอบ รัฐบาลต้องนำปัญหามาคิดใหม่คิดแบบชาวบ้านว่าประชาชนต้องการอะไรและรัฐบาลต้องทำให้ถูกต้อง ให้ไม่เป็นปัญหาต่อประเทศภายหน้า เราต้องแยกแยะว่าคนรวยเอาแค่ไหน คนจนเอาแค่ไหนตนพูดเสมอว่าต้องมีคนได้คือคนจนและคนเสียคือคนรวย จึงจะเกิดความชอบธรรมลดความเหลื่อมล้ำ ถ้าวันนี้เราลดกู้และหนี้สาธารณะก็จะมีทุนมาพัฒนาประเทศ

วันนี้ม็อบชาวสวนยางเตรียมตั้งขบวนกันอีกแล้ว ไม่รู้จะมาทำไมเพราะเรากำลังแก้ไขปัญหาทั้งระบบอยู่ซึ่งต้องใช้เวลาเรารู้ว่าต้องทำอย่างไร แต่ประชาชนจะใจเย็นพอหรือไม่วันนี้มาขอราคายางกิโลกรัมละ 90-100 บาทตนถามว่าขายได้เท่าไรก็ขายได้เพียง 60-70 บาทเท่านั้นและจะให้ไปขายให้ใครในโลกนี้ ยางก็ไปกองรวมกันอยู่ในคลัง วันนี้เราใช้วิธีลดต้นทุนการผลิตก็ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้เพราะประชาชนเดือดร้อน และผู้ที่มาร้องเรียนทั้งหมดไม่ใช่คนจนแต่เป็นผู้ที่อยู่ตรงกลาง ดังนั้นอยากให้คนที่เป็นเศรษฐีดูแลคนจนเสียบ้างด้วยการช่วยอุดหนุน

ด้านเกษตรกรรมที่เป็นหัวใจหลักของประเทศนั้นเราผลิตอาหารส่งออก แต่ทำไมถึงยังย่ำแย่ เราต้องไปพัฒนาดูว่าจะสามารถสร้างแบรนด์ไทยได้หรือไม่ และช่วยกันสร้างมูลค่าสินค้ารวมถึงมีตลาดรับซื้อถึงพื้นที่ให้เกษตรกเป็นผู้ผลิตและผู้ขายเราต้องพัฒนาคนเพราะคนสำคัญที่สุดถ้าคนในประเทศยังเป็นแบบที่ผ่านมาถือว่าเป็นความผิดของเราทำไมเขาถึงปลุกระดมได้อย่างนั้นเราต้องทำให้เขาคิดแบบเราให้ได้ ด้วยสร้างความเข้าใจไม่เอารัดเอาเปรียบหรือดูถูกเพราะเราคือคนไทยทุกคน

ส่วนเรื่องนักโทษวันนี้ยังอยู่ในวงจรเดิมในเรื่องยาเสพติด วันนี้ต้องโทษในฐานะคนขาย ต่อมาต้องโทษในฐานะคนผลิต วนไปเรื่อยๆ เราต้องทำให้เรือนจำเป็นสถานที่ฝึกงาน ส่วนปัญหาผู้มีอิทธิพลและผลประโยชน์ทางการเมืองมีการบุกรุกทรัพยากรธรรมขาติและสิ่งแวดล้อมมากมายแม้เราได้คืนกลับมาแต่ก็เจ็บปวด เพราะเวลาที่เราไปเจอชาวบ้านที่ถูกเวนคืนที่ดิน

ส่วนอนาคตของเราไม่ช่วยกันทำยุทธศาสตร์ลูกหลานก็อยู่ไม่ได้แน่นอนเพราะจะทะเลาะและตีกันยิ่งกว่านี้เราจะกลายเป็นที่สุดท้ายในอาเซียนและสังคมโลก วันนี้เรามีสิ่งที่ดีอยู่หลายอย่างทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์และวัฒนธรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว

เราหนักใจอยู่ในการทำงาน ซึ่งขณะนี้เข้าสู่โรดแมประยะที่สอง อะไรที่เราทำได้ก็ทำก่อน วางแผนให้ประเทศไทยให้ยั่งยืนภายใน 1 ปี ส่วนจากใครจะรับต่อก็ทำต่อไปเรามาช่วยกันก่ออิฐประชาธิปไตยที่กำลังยุบลงมาให้แข็งแรง ตนไม่ได้แย่งอำนาจใครมา แต่เพราะรัฐบาลเดิมไม่มีอำนาจเราก็เลยมาทำแทนขอให้มั่นใจในรัฐบาลของเราทั้งคสช.และรัฐบาลวันนี้อย่าเพิ่งโทษวาเป็นความผิดของใครเพราะเราต้องเดินหน้านโยบายเรานอกจากทำก่อนทำจริงทำทันทีก็ยังมี 3 ป คือ เป็นธรรม โปร่งใส ปรองดอง ไม่ใช่ 3 ปอย่างที่สื่อมวลชนเขียนนั้นไม่มี

ส่วนปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ปัญหาภาคใต้มีมาก บางคนไม่เข้าใจกองทัพ ทหารตายทุกวันสู้เขาไม่ได้หรืออย่างไร เป็นสิ่งที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ต้องอธิบาย ไม่ใช่เราสู้ไม่ได้ มันแอบยิงเราแล้วจะทำอย่างไร หรือต้องแอบยิงกับมัน เลยไม่รู้ใครเป็นใครบ้านเมืองยิงกันเละไปหมดทั้งเมือง แล้วต่างชาติก็จะเข้ามา ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระวัง ตอนนี้ที่พูดอะไรไม่ได้เต็มปาก เพราะไม่ให้ต่างชาติเข้ามาให้ถือเป็นกิจการภายในของไทย อาเซียนก็บอกเป็นเรื่องของไทยแก้ไขไป สิ่งที่น่าพอใจตอนนี้คือยังไม่ลุกลามให้ต่างประเทศเข้ามาเกี่ยงข้อง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราต้องแก้ด้วยความเข้าใจ พัฒนา ต้องใช้ระยะหนึ่ง มีคนเจ็บคนตายคิดว่าไม่เสียใจหรือลูกน้องตาย ลูกเมียทหารไม่มีหัวใจหรืออย่างไร พูดจาเสียหายไปหมดอย่าใช้เงินทองเป็นตัววัด วันนี้เราสู้กันในสายเลือดมาตลอดเป็นร้อยปี ซึ่งเราจะเร่งรัดทำให้เร็วและดีที่สุด เราต้องไปพุดคุยสันติภาพไม่ใช่ใช้กำลังอย่างเดียว บางคนบอกไม่ต้องคุยเอาทหารทุ่มเทกวาดล้างทั้งหมด จะเข้าเงื่อนไขของสหประชาชาติ(ยูเอ็น)ทันที ถ้ามีการใช้กำลังขนาดใหญ่เมื่อไหร่เมื่อยิงกันสนั่นทั้งเมือง รบกับประชาชนที่นับถือคนละศาสนายูเอ็นสามารถส่งกำลังเข้ามาได้ทันที ต้องเข้าใจอย่าไปเชื่อการวิพากษ์วิจารณ์กลายเป็นว่าทหารรบไม่เก่งเสียหายไปหมด ถ้ารบไม่เก่งจะไปรบให้ตายทุกวันเบี้ยเลี้ยงวันละไม่เกิน240 บาทยังไปอยู่ให้เลย ถ้าไม่แต่งเครื่องแบบนอกเครื่องแบบไปรบต่างคนต่างดัก ไม่รู้ใครเป็นใครแล้วพวกมั่วก็มีอีกทั้งอิทธิพล ค้าของเถื่อน ผสมอยู่ตลอด ต้องค่อยๆแก้กันไปรมว.กลาโหม และสมช ทุกเหล่าทัพลงไปทำงาน เจ็บตายทุกวันต้องอดทนเพราะเราเป็นทหาร