วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'รัชตะ'จ่อนัดมหิดลแจงปมควบเก้าอี้

"นพ.รัชตะ" มอบนโบายขับเคลื่อนสาธารณสุข ส่วนปมนั่งควบ 2 ตำแหน่ง นัดแจงมหิดล เร็วๆ นี้

วานนี้ (13 ก.ย.) นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางเข้ามาทำงานที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นวันแรก หลังจากที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง โดยมีนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ.นำข้าราชการระดับสูงให้การต้อนรับ

นพ.รัชตะ กล่าวภายหลังการมอบนโยบายแก่ผู้บริการระดับสูง สธ.ว่า ได้มอบนโยบายการดำเนินงานด้านสาธารณสุขแก่ผู้บริหารกระทรวง10 ข้อ โดยมุ่งเน้นที่ประชาชนมีสุขภาพที่ดี และเข้าถึงบริการที่มีประสิทธิภาพอย่างเสมอภาค

นพ.รัชตะ กล่าวว่า ใน 1 ปีจะวางรากฐานเพื่อให้เกิดการดำเนินการในระยะยาวและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นเกิดการมีส่วนร่วมกว้างขวาง และพัฒนาบุคลากรให้มีขวัญกำลังใจ ซึ่งคาดว่าจะสามารถวางแผนการทำงานระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

ทั้งนี้ หลักการทำงานร่วมกันขอให้ยึดเพียง 3 ประการ คือ 1.ความเรียบง่าย ยึดเนื้อหางานเป็นหลัก งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานเลี้ยงต้อนรับต่างๆ 2.ความสามัคคีในการร่วมกันทำงาน และ3.มีธรรมาภิบาล โปร่งใสและตรวจสอบได้

เมื่อถามว่า ภายในกระทรวงสาธารณสุขยังมีความเห็นต่างในหลายเรื่อง นพ.รัชตะ กล่าวว่า ความเห็นต่างเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ แต่การทำงานร่วมกันจะใช้หลักฐานเชิงประจักษ์มาร่วมพิจารณา ไม่ใช้ความรู้สึกมาตัดสิน

นโยบายที่มอบให้ทั้งหมดต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน ดังนั้นต้องมีการเรียกทุกฝ่ายมาหารือกันในแต่ละเรื่องก็จะผ่านความขัดแย้งไปได้อย่างเรื่องค่าตอบแทน จะเน้นให้คนทำงานมีความสุข มีศักดิ์ศรี มีความภาคภูมิใจในทุกวิชาชีพ

กั๊กเดินหน้าเขตสุขภาพ

ต่อข้อถามเรื่องเขตสุขภาพซึ่งเป็นนโยบายหลักของ สธ. นั้น นพ.รัชตะ กล่าวว่า การพัฒนาให้ประชาชนมีสุขภาพดีนั้น อยากเห็นการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ เช่น การเพิ่มแพทย์เวชปฏิบัติครอบครัวมาดูแลสุขภาพประชาชน

ถ้าระบบบริการปฐมภูมิเข้มแข็งก็จะเชื่อมต่อกับระบบบริการที่สูงขึ้น ด้วยการสร้างกระบวนการส่งต่อผู้ป่วยภายในจังหวัดที่ใกล้เคียงกันจึงต้องสร้างระบบบริการภายในกลุ่มจังหวัดต่างๆ ให้มีความเข้มแข็งและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม

"การจัดสรรทรัพยากร รวมถึงกลไกการบริหารจัดการภายในกลุ่มจังหวัดที่ใกล้เคียงกันจะหารือต่อไปว่าจะทำอย่างไร ซึ่งขณะนี้มีหลากหลายแนวทาง ซึ่งก็ต้องเอาหลักฐานเชิงประจักษ์มายืนยันเพื่อใช้ในประกอบการตัดสินใจ ซึ่งคงต้องขอเวลาในการพูดคุยหารือกับทุกๆ ฝ่ายก่อน" รมว.สาธารณสุข กล่าว

นัดมหิดลแจงปมควบตำแหน่งเร็วๆ นี้

เมื่อถามถึงกรณีการควบ 2 ตำแหน่งทั้ง รมว.สาธารณสุข และอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล นพ.รัชตะ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาในการทำงานจะทุ่มเททำงานที่กระทรวงสาธารณสุขและมหาวิทยาลัยมหิดลอย่างเต็มความสามารถ

อย่างไรก็ดี เขาบอกว่า มีนัดชี้แจงเรื่องนี้กับประชาคมมหาวิทยาลัยมหิดลเร็วๆ นี้ และเชื่อว่าจะมีความชัดเจนภายใน 2-3 สัปดาห์

วอนช่วยแก้ปัญหางบ"สปสช."

พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ประธานสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) กล่าวว่า อยากให้ นพ.รัชตะ ช่วยแก้ปัญหาการจัดสรรงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังต่อหน่วยบริการทุกระดับมาตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา

ทั้งที่งบประมาณต่อหัวประชากรเพิ่มขึ้นทุกปี แต่เม็ดเงินกลับลงสู่ประชาชนไม่เต็มที่ เนื่องจาก สปสช.มุ่งเน้นการเอากลไกการเงินเป็นตัวตั้งไม่ได้ใช้เป้าหมายในการแก้ปัญหาสาธารณสุข จึงเกิดการตั้งกองทุนต่างๆ มากมายเพื่อให้หน่วยบริการทำผลงานมาแลกเงิน

พญ.ประชุมพร กล่าวต่อว่า การใช้เงินเป็นตัวตั้งแลกซื้อผลงาน ทำให้เกิดการเน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ เช่น โครงการต้อกระจก เน้นให้ทำมากๆ มาหลายปี ข้อมูลปี 2556 มีการผ่าตัดต้อกระจก ประมาณ 1 แสนดวงตา แต่พบว่าเป็นผู้ป่วยภาวะต้อกระจกรุนแรงเพียงแค่ 13%

เขา กล่าวว่า ยิ่งกระตุ้นผลงานโดยใช้เงินจ่ายโดยตรงให้กับบุคลากร ยิ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องค่าตอบแทน ส่งผลให้มีการละเลยผลงานในเรื่องอื่นๆ ซึ่งบางเรื่องเป็นปัญหาสำคัญในพื้นที่ แต่ไม่มีค่าตอบแทน

งานแรก"บิ๊กป๊อก"เกาะติดน้ำ19จังหวัด

วันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ปลัดกระทรวง นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน เพื่อประชุมแก้ไขปัญหาอุทกภัย และภัยแล้ง ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 19 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ข้อมูลขณะนี้พบว่ามวลน้ำที่ลงมาไม่มาก น้ำในปีนี้จะน้อยด้วยซ้ำ รวมทั้งในบริเวณเขื่อนต่างๆ หากไม่มีพายุเข้ามาเพิ่มเติมสถานการณ์ในปีนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไร แต่กังวลในเรื่องสถานการณ์ภัยแล้ง

ชี้สอบ"ไมค์แพง"2ประเด็น

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงการตั้งกรรมการสอบสวนกรณีจัดซื้อไมโครโฟนมาติดตั้งในห้องประชุมทำเนียบรัฐบาลราคาแพงเกินความเป็นจริงว่า ถ้าจะทำให้ประเทศชาติไม่มีคอร์รัปชันก็ต้องเริ่มจากรัฐบาลก่อน เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีไม่ได้นิ่งเฉย ได้สั่งตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว เท่าที่ทราบมีอยู่ 2ประเด็น คือ 1.ทุจริตหรือไม่ และ 2.แพงหรือไม่

โดยในเรื่องการทุจริตไม่ว่าจะซื้อถูกหรือซื้อแพงต้องมีโทษ ต้องทำให้เห็นชัดเจน เพราะประชาชนรอคำตอบเรื่องนี้อยู่ ส่วนเรื่องการซื้อแพงหรือไม่นั้น ต้องรอผลการสอบสวนก่อน แต่เท่าที่ทราบมา มีการเจรจาก่อนที่จะออกมาในครั้งแรก ในช่วงการทดลองใช้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้แก้ตัวแต่พูดเพราะพอทราบมา

"อนุพงษ์"หวังกลไกมท.ช่วยลดขัดแย้ง

ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงนโยบายในการทำงานว่า จะเน้น 2 เรื่อง คือ เรื่องความปรองดองสมานฉันท์ การที่ประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปได้ต้องมีความสมานฉันท์ ส่วนความขัดแย้งต้องเป็นความขัดแย้งที่รับได้ แต่จะมีกลไกของกระทรวงมหาดไทยมาช่วยสร้างความเข้าใจ อีกเรื่องคือความโปร่งใส เป็นเรื่องความคาดหวังของประชาชนอย่างสูง ต้องช่วยกันขจัดเรื่องนี้ออกไปให้ได้