วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สามารถ'หวังรบ.ประยุทธ์พัฒนารฟม.

"สามารถ"หวังรัฐบาลประยุทธ์ พัฒนารฟม.ดีกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ หลังแจงนโยบาย ไร้ประชานิยม เหตุไม่ได้มาจากเลือกตั้ง

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า “รัฐบาลนี้ไม่ได้จัดตั้งขึ้นจากพรรคการเมือง จึงไม่มีนโยบายของพรรคที่ใช้หาเสียง หรือหวังคะแนนประชานิยมมาเป็นฐานการเมือง และไม่ต้องวิตกว่าจะมีการนำพาประเทศ เข้าไปผูกพันจนเสียวินัยการคลัง หรือเกิดภาระในอนาคต” นั้น ตนจึงขอเปรียบเทียบ นโยบายไม่หาเสียง กับนโยบายหาเสียง โดยใช้กรณีรถไฟฟ้าระหว่างรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ กับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์

นายสามารถ กล่าวว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ แถลงว่า พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและคมนาคมโดย เริ่มโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร และรถไฟฟ้าเชื่อมกรุงเทพมหานครกับเมืองบริวารเพิ่มเติม เพื่อลดเวลาในการเดินทางของประชาชน และเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อตั้งฐานให้รัฐบาลต่อไปทำต่อได้ทันที แต่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ แถลงว่า เร่งรัดโครงการรถไฟฟ้า 10 สายทาง ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ให้สามารถเริ่มก่อสร้างได้ครบใน 4 ปี โดยเก็บค่าบริการ 20 บาทตลอดสายทั้งระบบ รวมทั้งเร่งพัฒนาระบบตั๋วร่วมบัตรเดียว และพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อยให้มีโอกาสได้ที่อยู่อาศัยในราคาและค่าเช่าถูกตามบริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้า

นายสามารถ กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผลมาจากนโยบายที่ใช้หาเสียงในการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 54 แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์บริหารประเทศเป็นเวลา 2 ปี 9 เดือน สามารถเริ่มก่อสร้างรถไฟฟ้าได้เพียงแค่ 2 สาย เท่านั้น คือ สายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต แต่ทั้ง 2 สายนี้ที่สามารถ เริ่มก่อสร้างได้ ก็เพราะอานิสงส์จากรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่ได้เริ่มงานประมูลไว้ ส่วนนโยบายเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนั้น ไม่สามารถทำได้เลยแม้สักสายเดียว สำหรับการสร้างที่อยู่อาศัยใกล้สถานีรถไฟฟ้าให้ผู้มีรายได้น้อยยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะราคาที่ดินใกล้สถานีรถไฟฟ้าแพงมาก จึงถูกสร้างเป็นคอนโดมิเนียมราคาแพง คนมีรายได้น้อยไม่มีโอกาสได้อยู่ อย่างไรก็ตาม เมื่อดูแล้วคงพอเห็นความแตกต่างระหว่าง นโยบายไม่หาเสียง กับนโยบายหาเสียง ถึงอย่างไรก็หวังว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถวางพื้นฐานการพัฒนารถไฟฟ้า ทั้งการก่อสร้างและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารระบบรถไฟฟ้า เพื่อให้รัฐบาลต่อไปสานต่อได้ทันทีอย่างราบรื่น