วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯรับมีปัจจัยอ่อนไหวทั้งในและนอกปท.

"ประยุทธ์"เผยแนวโน้มศก.ปท.กำลังดีขึ้น รับมีปัจจัยอ่อนไหวทั้งในประเทศและนอกประเทศ รับมีความเป็นห่วงคนต่างจว.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (สนช.) ได้กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ ประจำวันศุกร์12 ก.ย. 2557 กล่าวสถานการณ์ในภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศ ว่า ในเรื่องของภาพรวมทางเศรษฐกิจ ปัญหารายได้ ปัญหาปากท้องประชาชน รัฐบาลได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในช่วง คสช. ด้วย ได้มีการแก้ปัญหามากมายในช่วงที่ผ่านมาตามลำดับ วันพุธที่ผ่านมานั้น ได้เชิญหน่วยงานทางด้านเศรษฐกิจ ประกอบไปด้วย สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงบประมาณ กระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ นักวิชาการ มาร่วมกันหารือเกี่ยวกับสถานะของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน และแนวโน้มของภาวะเศรษฐกิจไทยในอนาคต ซึ่งเป็นการหารือลงลึกในรายละเอียดของตัวเลขต่าง ๆ ทางด้านเศรษฐกิจ ก็ยังพบว่า ภาพรวมของความเชื่อมั่นนักลงทุนและผู้บริโภคมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจของไทย ยังคงมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น ขีดความสามารถในการแข่งขัน สถานการณ์การสู้รบของต่างประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ เป็นต้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การพัฒนาระบบเศรษฐกิจไทยเพื่อให้แข่งขันได้นั้น ได้แก่ การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัย การผลิตสินค้าที่เป็นความต้องการของตลาด การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่ง การปรับปรุงมาตรการอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการและนักลงทุน การปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ วิธีการขั้นตอนให้เอื้อต่อการค้าการลงทุน การบริหารจัดการการเกษตรที่ทันสมัย ทั้งหมดนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการทั้งสิ้น อีกทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะช่วงต้นนี้ อาจส่งผลดีต่อประชาชน ผู้ประกอบการเพียงบางกลุ่ม ยังมีประชาชนที่มีรายได้น้อยอีกจำนวนมากในท้องถิ่น ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศที่ยังมีปัญหาอยู่ ที่ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั้น ยังไม่ส่งผลต่อเขาเหล่านั้นมากนัก ตนมจึงมีความห่วงใยต่อประชาชนกลุ่มดังกล่าว ทุกคนต้องช่วยกันหามาตรการเร่งรัด ให้มีการใช้จ่ายงบประมาณ ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ตั้งแต่เดือนตุลาคม เพื่อให้เม็ดเงินได้มีการกระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุดแล้ว ก็ได้มอบหมายให้ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ กระทรวงมหาดไทย และกรมบัญชีกลาง ได้ช่วยกันจัดทำมาตรการ ในการดูแลประชาชนในท้องถิ่น ในภูมิภาคเหล่านั้น โดยให้พิจารณานำเงินงบประมาณที่ตกค้างต่าง ๆ เช่น งบเหลื่อมปี งบของ อปท. งบโครงการไทยเข้มแข็ง มาจัดทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน เพื่อให้เกิดการจ้างงาน การสร้างรายได้ ตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกันของประชาชนทุกกลุ่มทุกภูมิภาคอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงโดยเร็วที่สุด