วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'บอกทำงานสภาวะบ้านเมืองไม่ปกติยาก

"ประยุทธ์"รับนโยบายรบ.ชุดนี้เป็นการรับลูกมา"คสช." ชี้ทำงานในสถานการณ์ในสภาวะบ้านเมืองไม่ปกติเป็นเรื่องยาก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (สนช.) ได้กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ ประจำวันศุกร์12 ก.ย. 2557 ว่า สวัสดีพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยที่เคารพรักทุกท่านครับ พบกันอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 13 ผมอาจจะพบกับท่านในหลายบทบาทด้วยกัน ด้วยวันนี้ก็เป็นที่น่ายินดีว่าเมื่อช่วงเช้าวันนี้ รัฐบาลได้แถลงนโยบายให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้รับทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็หมายความว่า รัฐบาล โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีสามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้สมบูรณ์ในเรื่องของทั้งการสั่งการ การลงนามเอกสาร การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ ตนในฐานะนายกรัฐมนตรี ก็มีความสบายใจที่ได้ปฏิบัติงานตามกฎ ระเบียบ และจารีตประเพณี คือ การแถลงนโยบายรัฐบาล ให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติและประชาชนทราบ หมายความว่าจากนี้พวกเราคณะรัฐมนตรีและประชาชนจะได้ร่วมมือกันในการขับเคลื่อนประเทศชาติไปด้วยกัน เพื่อความสุขของคนในชาติ ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศได้ในทุกมิติ สำหรับนโยบายรัฐบาลฉบับนี้ร่างขึ้นมาโดยใช้เงื่อนไขสำคัญคือการสานต่อการปฏิบัติงานของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งได้ดำเนินการมาในภาวะบ้านเมืองไม่ปกติ มีความเดือดร้อนของประชาชนมากมาย ซึ่งมีทั้งได้แก้ไขแล้วและยังไม่ได้แก้ไข บางอย่างแก้ไขได้เป็นการเฉพาะหน้า ชั่วคราวยังไม่เกิดความยั่งยืน คงต้องอาศัยเวลาสักระยะหนึ่ง


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ช่วงต่อไปนี้เป็นระยะที่ 2 ของโรดแมป ซึ่งมีความสำคัญต่อประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง อันจะทำให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนตลอดไปรัฐบาลในวันนี้นั้น อยากจะเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าต่างจากรัฐบาลในอดีต คือมีหน้าที่ถึง 3 ประการด้วยกัน นอกจากการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว ยังมีหน้าที่ในการปฏิรูป และการสร้างสภาวะความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ด้วยการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ควบคู่ไปด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เรารู้ดีว่าเป็นงานที่ยาก มีทั้งวิกฤตและโอกาส แต่เราก็จะใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการที่จะถือเอาวิกฤตเหล่านั้นหรือปัญหาทุกอย่างเหล่านั้นให้เป็นโอกาส ซึ่งนับว่าเป็นความท้าทายของพวกเราทุกคนที่ต้องทำให้ได้ด้วยระยะเวลาที่จำกัด เราจะไม่ได้เป็นรัฐบาลที่อยู่ไปวัน ๆ เพื่อรอการปฏิรูปหรือรอการเลือกตั้ง เราจะพยายามทำงานในลักษณะที่ทำก่อน ทำจริง ทำทันทีให้มีผลสัมฤทธิ์ และเพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไปในอนาคต คำว่าอนาคตนั้นไม่ได้หมายความว่าแค่ปีต่อไปหรือรัฐบาลต่อไป แต่ต้องเป็นการปูรากฐานของประเทศให้เข้มแข็งของการเป็นประชาธิปไตยอย่างที่ได้กล่าวไว้ ช่วยกันเติม อิฐ หิน ปูน ทราย เหล็ก จัดทำโครงสร้างให้เข้มแข็ง ไม่ล่มสลายลงอีกโดยเด็ดขาด พวกเราทุกคน คนไทยทุกคนต้องช่วยกันเป็นสถาปนิก และก็มาช่วยก่อสร้างประเทศชาติกันใหม่ให้ถาวรและยั่งยืนตลอดไป ทุกคนมีความสุข

" หากพวกเรา รัฐบาล หรือ คสช. ทำฝ่ายเดียว ผมว่าไม่มีทางสำเร็จอย่างแน่นอน อยากให้คนไทยทุกคนคิดถึงเรื่องนี้ให้มาก แม้กระทั่งผู้ที่เห็นต่างก็ต้องมาดูว่าเราจะอยู่ร่วมกันอย่างไรต่อไป โดยไม่ขัดแย้งกัน ไม่ก่อความรุนแรง หรือจะเอาชนะกันต่อไปอีก ด้วยข้อกฎหมาย ด้วยช่องว่างต่าง ๆ ที่มีอยู่ ใครจะผิดจะถูก ผมว่าให้กฎหมายกระบวนการยุติธรรมนั้นเขาทำหน้าที่ และต้องเข้มแข็ง เป็นธรรม เจ้าหน้าที่ก็ไม่เลือกปฏิบัติ เรามีเวลาน้อย ขณะนี้ก็มีข่าวในเรื่องของการเริ่มมีการต่อต้านกันทั้งทางเปิดเผยบ้าง ลับบ้าง ทั้งในประเทศและต่างประเทศมากขึ้นตามลำดับ มีการกล่าวให้ร้ายกันทางโซเชียลมีเดียกันมากพอสมควร ผมอยากจะขอร้องช่วยกันลืมตาให้กว้าง ไตร่ตรอง ใคร่ครวญ ว่าเราแต่ละคนมีหน้าที่อย่างไร ต้องทำอย่างไรเพื่อร่วมกันทำให้ประเทศชาติไทยของเราเดินหน้าต่อไปให้ได้ หากทุกคนจะรออย่างเดียวว่าเมื่อไรเราจะยกเลิกกฎอัยการศึก ยกเลิกกฎหมายพิเศษ เพื่อจะได้มีการเคลื่อนไหวต่อไป ผมคิดว่าเราปฏิรูปไม่ได้แน่นอน เป็นหน้าที่ของผม ของคณะรัฐบาลที่จะพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง เราเข้าใจดีถึงปัญหาในเรื่องนี้ เราก็พยายามจะทำให้ดีที่สุด ถ้าท่านคิดว่าอยากให้เราดำเนินการต่อไปได้ด้วยดี ท่านก็ต้องหยุดการเคลื่อนไหวในลักษณะที่เป็นการต่อต้าน หรือเป็นการแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่สร้างความขัดแย้ง ถ้าท่านติ " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่ออีกว่า การติเพื่อก่อ หรือว่าติดตามดูแลกำกับเสนอข้อเสนอแนะที่จำเป็นที่สำคัญ ตนรับได้ทุกเรื่อง แต่อย่าทำให้เกิดข้อขัดแย้ง หรือนำปัญหาเก่า ๆ มาพูดกันใหม่อีก เรื่องเดิม ๆ ก็ต้องแก้กันไปด้วยกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมไป เพราะฉะนั้นถ้าเรานำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเรื่องเก่าทั้งหมดมาจับผิดจับถูกกันในวันนี้ ยังมาพูดให้ร้ายซึ่งกันและกัน โดยไม่ปล่อยให้กระบวนการทางกฎหมายเขาทำไปแล้ว เราทำงานไม่ได้หรอกครับ หรือทำได้ก็ไม่มีประสิทธิภาพ ทุกคนก็จะออกมาต่อสู้กันอีก มีความขัดแย้งกันอีกแล้วประเทศชาติเราจะสงบสุขได้อย่างไร