รู้จัก'พล.ต.ปราการ' แม่ทัพ4คนใหม่

รู้จัก'พล.ต.ปราการ' แม่ทัพ4คนใหม่

(รายงาน) รู้จัก "พล.ต.ปราการ" แม่ทัพ4คนใหม่ กับเส้นทางก่อนอำลาใต้ของ พล.ท.วลิต

วันที่ 1 ต.ค.57 กองทัพภาคที่ 4 จะมีแม่ทัพคนใหม่ คือ พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ซึ่งเขาจะขึ้นดำรงตำแหน่งแทน พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพคนปัจจุบัน ที่ถูกดันขึ้นไปเป็นรองเสนาธิการทหาร (รองเสธ.ทหาร)

เมื่อช่วงค่ำของวันจันทร์ที่ 8 ก.ย.57 มีประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ จำนวน 1,092 นาย โดยตำแหน่งที่น่าสนใจ นอกเหนือจากการขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) คนใหม่ของ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผบ.ทบ.แล้ว ยังมีการจัดแถวเปลี่ยนตัวแม่ทัพทั้ง 4 ภาค รวมทั้งแม่ทัพภาคที่ 4 ด้วย

โดยในส่วนของกองทัพภาคที่ 4 มีการย้าย พล.ท.วลิต อดีตนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 15 (ตท.15) ขึ้นไปดำรงตำแหน่งรองเสนาธิการทหาร (รองเสธ.ทหาร) กองบัญชาการกองทัพไทย แล้วตั้ง พล.ต.ปราการ (ตท.15) ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน มีผลวันที่ 1 ต.ค.57 เป็นต้นไป

การโยกย้ายดังกล่าวทำให้ พล.ท.วลิต ได้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 เพียง 6 เดือนเท่านั้น (นับถึง 30 ก.ย.57) เพราะเพิ่งเข้าดำรงตำแหน่งนี้เมื่อวันที่ 1 เม.ย.57 ที่ผ่านมา นับเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 เพียงไม่กี่คนที่ดำรงตำแหน่งได้ไม่เต็มปี นับจากเกิดเหตุการณ์ปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 เป็นต้นมา ซึ่งมีแม่ทัพภาคที่ 4 มาแล้ว 9 คน

พล.ท.วลิต ขยับจากตำแหน่งแม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม เพราะเขาไม่เคยมีประสบการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาก่อนเลย ขณะที่การแก้ไขสถานการณ์ความไม่สงบในดินแดนปลายด้ามขวานซึ่งมีวิถีวัฒนธรรม ภาษา และศาสนาที่แตกต่างจากพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของประเทศ คือภารกิจสำคัญอันหนักอึ้งของแม่ทัพภาคที่ 4 ทุกคนในห้วง 10 ปีมานี้

มีเสียงซุบซิบจากคนในกองทัพว่า พล.ท.วลิต ได้ขึ้นเป็นแม่ทัพด้วยแรงสนับสนุนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากมีสัญญาใจกันไว้ว่าจะผลักดันให้เป็นแม่ทัพ หลังจากต้องพลาดเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 ถึง 2 ครั้งเพื่อหลีกทางให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา (ตท.15) ในปี 2555 (ปัจจุบันเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. โดยในการปรับย้ายครั้งใหม่ขยับเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด) และ พล.ท.ธีรชัย นาควานิช (ตท.14) ในปี 2556 (แม่ทัพภาคที่ 1 คนปัจจุบัน โดยในการปรับย้ายครั้งใหม่ขยับขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ.)

พล.ท.วลิต เป็นนายทหารสายบูรพาพยัคฆ์ คุมกำลังภาคตะวันออก ถือเป็นน้องรักของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งจัดเป็นพี่ใหญ่ในสายบูรพาพยัคฆ์ที่ยังอยู่ในราชการ โดย พล.ท.วลิต เป็นที่รู้จักของสังคมเมื่อมีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการขอคืนพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 บริเวณสี่แยกคอกวัว-โรงเรียนสตรีวิทยา และถูกระเบิดจนขาหัก ขณะที่ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม (ภายหลังได้รับการปูนบำเหน็จเป็นพลเอก) เสียชีวิตในเหตุการณ์เดียวกัน

และจากเหตุการณ์นี้เองจึงกลายเป็นแรงกดดันจากกลุ่มคนเสื้อแดงที่ขัดขวางไม่ให้ พล.ท.วลิต ขึ้นดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ถึง 2 ครั้งในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ก่อนที่เขาจะเบนเข็มลงใต้เพื่อเป็นแม่ทัพ แต่ก็ปฏิบัติภารกิจได้เพียง 6 เดือนก็ถูกขยับเข้าส่วนกลางตามที่เคยมีข่าวลือตลอดมาว่าจะนั่งเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 4 เพียง 6 เดือน

การเปลี่ยนแม่ทัพใหม่ในห้วงเพียง 6 เดือนจะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะการจัดวางตัวบุคคลไม่เหมาะสมกับงาน แม้เจ้าตัวจะออกมากล่าวเชิงทำความเข้าใจกับสังคมล่วงหน้าว่า การปรับย้ายแม่ทัพหรือนายทหารระดับใดในภารกิจดับไฟใต้ จะไม่กระทบกับงาน เพราะกองทัพวางระบบไว้เป็นอย่างดี และทุกอย่างเดินด้วยระบบ ไม่ใช่ตัวบุคคล

ด้าน พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ว่าที่แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่นั้น เกือบจะได้ขึ้นดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งแต่การปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลวาระกลางปี (เดือน เม.ย.) ที่ผ่านมาแล้ว เพราะมีข่าวว่า พล.อ.สกล ชื่นตระกูล (ตท.13) แม่ทัพคนก่อนหน้า พล.ท.วลิต ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.57 ได้เสนอชื่อ พล.ต.ปราการ ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ ผบ.ทบ.กลับส่ง พล.ท.วลิต มานั่งเป็นแม่ทัพ

พล.ต.ปราการ เป็นทหารเหล่าม้าจากกองทัพภาคที่ 3 (คุมพื้นที่ภาคเหนือ) ขยับจากตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 3 มาดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 4 เมื่อการปรับย้ายวาระประจำปี 2556 โดยเริ่มปฏิบัติภารกิจตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.56

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ปราการ เคยมีประสบการณ์ที่ชายแดนใต้ เพราะเคยดำรงตำแหน่งผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา และเป็นนายทหารที่ได้รับการยอมรับด้านความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะในเรื่องปัญหาชนกลุ่มน้อย

ขณะที่บทบาทของ พล.ต.ปราการ ในฐานะรองแม่ทัพภาคที่ 4 ก็โดดเด่นอย่างมาก สามารถทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังมีบุคลิกติดดิน ไม่ถือตัว และเข้าถึงง่าย ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของภาคประชาชนและสื่อมวลชนในพื้นที่

ประเมินกันว่าการตั้ง พล.ต.ปราการ ขึ้นดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ในห้วงเวลานี้ ถือว่า "ถูกฝาถูกตัว" โดยเฉพาะกับการเดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการเปิดเวทีในระดับพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน สนับสนุนให้โต๊ะพูดคุยระดับชาติทำงานได้ง่ายขึ้นและประสบความสำเร็จโดยเร็ว