"อภิสิทธิ์"ชี้การตรวจสอบทุจริต"รัฐบาลประยุทธ์"อาจไม่เข้มเท่ารัฐบาลเลือกตั้ง ย้ำตระหนักปัญหาปากท้อง-สวัสดิการ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการบริหารราชการของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า เป็นรัฐบาลที่ค่อนข้างมีอำนาจเบ็ดเสร็จ สามารถทำอะไรได้เร็ว สำหรับกลไกการตรวจสอบ แม้ว่าจะยังมีอยู่ทั้งองค์กรอิสระ หรือ รัฐสภา ซึ่งข้อได้เปรียบที่อาจเห็นได้ชัดคือ การออกกฎหมาย จะมีมากกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ต้องยอมรับว่ากระบวนการตรวจสอบจะไม่เข้มข้นเท่ายุคที่เป็นประชาธิปไตย เช่น 1.กลไกการตรวจสอบการทุจริต คอร์รัปชั่น หรือ นโยบายที่ผิดพลาด อาจจะไม่เข้มแข็ง ซึ่งเรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับตัวผู้บริหาร ว่าจะมีวิธีการที่จะทำให้การตรวจสอบดำเนินการไปได้
และ 2.ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำสะท้อนความต้องการของประชาชนหรือไม่ เพราะจะไม่มีตัวบ่งชี้ใดๆ ที่จะระบุได้ ในระบบเลือกตั้ง จะมีนโยบายที่ได้หาเสียงมาเป็นตัวชี้วัด ทั้งนี้ การเปรียบเทียบดังกล่าว อาจจะใช้ไม่ได้ทั้งหมด เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้เข้ามาในภาวะชั่วคราว เพื่อจัดระบบ ยับยั้งความเสียหาย มองได้ว่าเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเข้ามาแก้ปัญหา ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ปี
"เราเปลี่ยนจากระยะที่ 1 มาสู่ระยะที่ 2 สุดท้ายไปจบลงเข้าสู่ระยะที่ 3 ก็คือเมื่อรัฐธรรมนูญถาวร เมื่อมีการเปิดให้มีการเลือกตั้งกันอีก วันนั้นสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ดีขึ้นหรือไม่ ตัวนี้จะเป็นตัววัดความสำเร็จของสิ่งที่ท่านกำลังพูดกับประชาชน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องตระหนัก คือ ทั้งในเรื่องปัญหาปากท้อง หรือสวัสดิการต่างๆ ที่ประชาชนจะได้รับ จะมีวิธีการอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่าง เพราะต้องยอมรับว่า แม้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็จะได้รับรายงาน หรือข้อมูลจากทางราชการแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งไม่ค่อยตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เมื่อเทียบกับรัฐบาลที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการเมือง ก็อาจจะมีปัญหามากขึ้น ส่วนการปราบปรามการทุจริต เป็นเรื่องที่ทุกคนเอาใจช่วยให้ทำให้สำเร็จ ซึ่งหากผู้ปฏิบัติ ไม่ได้ติดอยู่กับวงจรของธุรกิจการเมือง เรื่องนี้จะมีการดำเนินการได้อย่างเด็ดขาด แต่เมื่อใดที่การตรวจสอบหายไป ความเสี่ยงการทุจริตก็จะมีมากขึ้น





