"วินธัย"แจงกรณีเบรคเสวนาที่เอฟซีซีที ชี้ขอจัดกระชั้นชิดและอาจเข้าข่ายการเมือง ห่วงข้อมูลอคติด้านเดียว
พันเอกวินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคสช. กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้ขอความร่วมมือให้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ชะลอการจัดงานเสวนา ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ(เอฟซีซีที)เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมาออกไปก่อนนั้น ส่วนหนึ่ง เนื่องจากทางผู้จัดได้แจ้งรายละเอียดการจัดงานมากระชั้นชิดมาก ได้รับแจ้งก่อนหน้าเพียงวันเดียว ขอให้เข้าใจว่าเเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องใช้เวลาในการพิจารณา ทั้งเรื่องวัตถุประสงค์เหตุผลความจำเป็น รูปแบบการจัด จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งในช่วงนี้มีหลายฝ่ายจับตาเกรงว่ากิจกรรมบางอย่างจะไปเข้าข่ายไปเกี่ยวข้องกับการเมือง เจ้าหน้าที่จึงต้องมีการพิจารณาด้วยความระมัดระวัง
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของประเด็นหัวข้อเนื้อเรื่องของการเสวนาที่ต้องระวังไม่ให้การนำเสนอไปละเมิดพาดพิงกระทบบุคคลหรือองค์กรอื่น ๆ ด้วยเหตุที่อาจมีข้อมูลข้อเท็จจริงไม่เพียงพอ เช่นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือปราศจากหลักฐานและข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน หรือนำเสนอข้อมูลแต่เพียงด้านเดียวด้วยมุมมองในเชิงอคติ อาจส่งผลให้สังคมเข้าใจผิดในตัวบุคคลหรือองค์กรได้
รองโฆษกกองทัพบกชี้แจงอีกว่า ปัจจุบันคสช.ได้จัดระบบการติดต่อสื่อสารแบบเปิดกว้างไว้ให้แล้ว เพื่อการรับรู้รับฟังและรับทราบ ในปัญหาความเดือดร้อนหรือเรื่องราวใด ๆ ที่ ประชาชนคิดว่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะกรณีข้อสงสัยในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงานของคสช. จะด้วยการถามตอบผ่านทีมงานประชาสัมพันธ์ของคสช. หรือจะการทำหนังสือมาสอบถามเป็นลายลักษณ์อักษรตรงมาที่ คสช. หรือผ่านช่องทางของศูนย์บริการต่างๆ ที่รัฐจัดไว้ให้อย่างเช่น ศูนย์ดำรงค์ธรรมที่อยู่ตามภูมิภาคก็ได้ ซึ่งผู้รับผิดชอบโดยตรงในเรื่องต่าง ๆ จะเร่งดำเนินการให้อย่างเหมาะสมในทันที ซึ่งเชื่อว่าสามารถตอบสนองความต้องการในเรื่องข้อมูลข่าวสารได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ต่างจากกิจกรรมในข้างต้นเช่นกัน





