โอดขาดทุนยับ!'กล้ายาง'ขายไม่ออกค้าง3แสนต้น

ธุรกิจเพาะพันธุ์ต้นกล้ายางพารากระทบหนัก ตามราคายางตกต่ำ ค้างสต๊อก3แสนต้นขาดทุนยับ วอนรัฐบาลช่วย
ที่แปลงเพาะพันธุ์กล้ายางพารา “ทุ่งยาวพันธุ์ยาง” ตั้งอยู่พื้นที่หมู่ที่ 4 ต.นาตาล่วง อ.เมือง จ.ตรัง ผู้ดูแลแปลงและคนงานต่างกำลังดูแลคัดแยกและให้น้ำต้นกล้ายางพาราที่มีอยู่ในแปลงประมาณ 1 แสนต้น
นายอุทัย บุญตรี อายุ 35 ปี ผู้ดูแลแปลงเพาะพันธุ์กล้ายางพารา “ทุ่งยาวพันธุ์ยาง” กล่าวว่า แปลงเพาะพันธุ์กล้ายางพารา “ทุ่งยาวพันธุ์ยาง” ถือเป็นเจ้าของธุรกิจเพาะพันธุ์กล้ายางพาราที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตรัง เนื่องจากผลิตกล้ายางพาราส่งขายทั่วประเทศ ทั้งในจังหวัดตรัง ซึ่งมีแปลงเพาะพันธุ์อยู่ 2 แปลง คือ ใน อ.เมืองตรัง และ อ.ปะเหลียน และแปลงเพาะพันธุ์กล้ายางพาราที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อส่งจำหน่ายให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วภาคใต้
รวมทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหลือ และภาคเหนือ แต่ขณะนี้กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากยางพารามีราคาตกต่ำ เนื่องจากทำให้ต้นกล้ายางในแปลงยางที่มีอยู่ทั้งแห่ง 3 แห่ง ๆละ ประมาณ 100,000 ต้น รวมประมาณ 300,000 ต้น ขณะนี้ไม่มียอดสั่งซื้อจากเกษตรกรชาวสวนยางพาราเข้ามาเลยทั้งในพื้นที่ภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีต้นกล้ายางพาราคงค้างในแปลงเพาะพันธุ์ยางพาราแต่ละแปลงประมาณ 1 แสนต้น ขาดทุนย่อยยับประมาณ 4 ล้านบาท
ราคาต้นกล้ายางพาราขณะนี้เหลือต้นละประมาณ 15 บาท จากเดิมเมื่อประมาณปี 2554 เคยจำหน่ายได้ราคาดีมากสูงถึงต้นละ 40 กว่าบาท แต่นับจากปลายปี 2555 เป็นต้นมา ราคายางพาราตกต่ำลงเรื่อยๆ ฉุดราคาต้นกล้ายางลดลงเรื่อยๆเช่นกัน เนื่องจากเกษตรกรไม่นิยมปลูก เพราะกลัวราคาตกต่ำ มาถึงปีนี้ถือได้ว่าตลาดกล้ายางพาราตกต่ำที่สุดตามราคายางพารา จนทำให้เกษตรกรเพาะพันธุ์กล้ายางพาราจำหน่ายแต่ละรายขาดทุนย่อยยับ สำหรับ 2 แปลง ในพื้นที่จังหวัดตรังปีนี้จำหน่ายไปได้แค่ประมาณ 50,000 ต้น ส่วนที่เหลือก็ค้างอยู่ในแปลงทำได้แค่ดูแลบำรุงต้นต่อไปจนกว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำได้เพื่อให้เกษตรหันมานิยมปลูกยางพาราเพิ่มขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาให้ได้โดยเร็วที่สุด







