ศาลทหารฯ นัดสอบคำให้การคดี "จาตุรนต์" ฝ่าฝืนคำสั่งคสช.-ปลุกปั่น-พรบ.คอมพ์ สิบโมงเช้าพรุ่งนี้
นายนริท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความของนายจาตุรนต์ ฉายแสง เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (1 ก.ย.) เวลาประมาณ 10.00 น.ศาลทหารกรุงเทพฯ กรมพระธรรมนูญ ถ.หลักเมือง นัดสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำ 31ก./2557 ที่อัยการทหาร ยื่นฟ้องนายจาตุรนต์ อดีตรมว.ศึกษาธิการ เป็นจำเลยในความผิดฐานขัดคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ไม่เข้ารายงานตัว, กระทำการยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบหรือละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2)(3) และพ.ร.บ.ว่าการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (3) ฐานนำ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ฯ รวม 3 ข้อหาสืบเนื่องจาก กรณีที่นายจาตุรนต์ ไปรายงานตัวตามประกาศ ฉบับที่ 41/2557 และได้มีการปาฐกถา ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ซึ่งพนักงานสอบสวนกองปราบปราม รวบรวมพยานหลักฐานว่ามีพฤติการณ์ปลุกปั่น ยุยงฯ
โดยนายจาตุรนต์ จะเดินทางไปศาลตามนัด พร้อมทีมทนายความ ขณะที่ตามขั้นตอนหากสอบคำให้การจำเลยแล้ว ศาลก็จะนัดตรวจพยานหลักฐานต่อไป ซึ่งการกำหนดวันนัดทั่วไปของศาลทหารฯ ก็จะอยู่ในกรอบเวลา 30 วัน
นายนรินทพงศ์ ทนายความ ยังกล่าวถึงแนวทางการต่อสู้คดีด้วยว่า นายจาตุรนต์จะให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งขณะนี้ทีมทนายความและนายจาตุรนต์ ก็ประชุมกันทุกสัปดาห์เพื่อศึกษาข้อกฎหมายพร้อมสู้คดีแลพรวบรวมหลักฐานพยานบุคคล พยานเอกสารซึ่งนายจาตุรนต์ พร้อมจะขึ้นเบิกความเองด้วย ขณะที่ทีมทนายความกำลังหารือจะยื่นคำร้องขออนุญาตศาลทหารฯ ที่จะให้โอกาสนายจาตุรนต์แถลงเปิดคดีด้วยวาจาก่อนการสืบพยานด้วย ซึ่งเราจะต่อสู้ทั้งประเด็นการได้มาอำนาจรัฐาธิปัตย์ ของ คสช. และการใช้อำนาจออกประกาศต่างๆ ว่าเป็นไปโดยชอบหรือไม่ เพียงใด ขณะที่ก่อนมีการยึดอำนาจ นายจาตุรนต์ ก็ยังรักษาการรัฐมนตรี ไม่ได้มีพฤติการณ์ที่จะปลุกปั่นบุคคลใดๆ ให้ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง เช่นเดียวกับการที่นายจาตุรนต์พูดในงานสมาคมผู้สื่อข่าวฯ หลังการยึดอำนาจ ก็ไม่ได้มีเจตนาจะให้บุคคลใดมาต่อต้าน แต่พูดสร้างความเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนั้น ส่วนข้อกล่าวหานายจาตุรนต์ ฝ่าฝืนประกาศ คสช.ไม่รายงานตัว เรายืนยันว่า ไม่เคยมีพฤติการณ์ที่จะหลบเลี่ยง หรือแสดงพฤติการณ์ใดๆ จะหลบหนี แต่การรายงานตัวอาจจะล่าช้า หรือรวดเร็ว ก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาการับทราบถึงประกาศนั้น ซึ่งเราเห็นว่าที่มาของการได้มาซึ่งอำนาจรัฐาธิปัตย์ และอำนาจออกประกาศนั้นไม่ชอบ
ขณะที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิชาการคณะนิติราษฎร กล่าวถึงคดีที่ถูกอัยการทหาร ยื่นฟ้องคดีหมายเลขดำ 32ก./2557 ฐานฝ่าฝืนประกาศ คสช. ที่ไม่ไปรายงานตัวด้วยว่า หลังจากที่มีการยื่นฟ้องคดีแล้ว ศาลทหารฯแจ้งนัดสอบคำให้การจำเลย ในวันที่ 8 ก.ย.นี้ เวลาประมาณ 09.00 น. ซึ่งตามขั้นตอนในวันดังกล่าวศาลจะสอบถามจำเลยว่ารับสารภาพ หรือปฏิเสธสู้คดี ซึ่งหากสารภาพกระบวนการพิจารณาคดีอาจเสร็จสิ้นภายในวันเดียว โดยศาลสามารถมีคำพิพากษาได้ทันที เนื่องจากข้อหามีอัตราโทษเบาจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าให้การปฏิเสธ คดีต้องนัดสืบพยานหลักฐานต่อไป ขณะที่คดีศาลทหารฯ หากมีคำตัดสินอย่างไรออกมาแล้ว ถือเป็นที่สุดไม่มีการอุทธรณ์ได้อีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายจาตุรนต์ และนายวรเจตน์ นั้นอัยการทหาร ได้ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยที่นายจาตุรนต์ได้ประกันตัวไป 400,000 บาท ส่วนนายวรเจตน์ 20,000 บาท ซึ่งศาลกำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวทั้งสองไว้ด้วยว่า ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาต และห้ามเข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง อันก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักร และห้ามแสดงความคิดเห็นด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใด หรือทำหนังสือเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือการด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน





