เปิดสาระร่างพ.ร.บ. 10 ฉบับก่อน ถกวาระแรกในสนช. 28-29 ส.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ในวันที่ 28-29 ส.ค.นี้มีวาระสำคัญคือการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)จำนวน 10 ฉบับที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เสนอให้สนช.พิจารณารับหลักการในวาระแรก
โดยร่างพระราชบัญญัติ 10 ฉบับประกอบด้วย 1.ร่างพระราชบัญญัติการถวายความปลอดภัย พ.ศ....ซึ่งร่างฉบับนี้เป็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์และพระราชอาคันตุกะ พ.ศ. 2549 แต่เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวยังคงมีรูปแบบของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี จึงทำให้การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติในการถวายความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องยังไม่เป็นเอกภาพ ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีสาระสำคัญคือ ยกเลิกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย 2 ฉบับ คือ ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 36 เรื่อง กฎหมายว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยสถาบันพระมหากษัตริย์ ลงวันที่ 30 ก.ย.2549 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์และพระราชอาคันตุกะ พ.ศ. 2549 (ร่างมาตรา 7 ) พร้อมกันนี้ได้มีการกำหนดนิยามศัพท์ต่างๆเพื่อความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมาย เช่น การถวายความปลอดภัย ให้พ.ร.บ.ฉบับนี้ใช้บังคับแก่หน่วยงานของรัฐทั้งปวง กำหนดให้สมุหราชองครักษ์มีอำนาจออกระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศกรมราชองครักษ์ เพื่อการรักษาความปลอดภัยได้ รวมทั้งให้มีคณะกรรมการถวายความปลอดภัย โดยมีสมุหราชองครักษ์เป็นประธาน
2.ร่างพ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ....ซึ่งเป็นร่างพ.ร.บ.ที่ยกร่างขึ้นใหม่ มีเหตุผลและความจำเป็นเนื่องจากการทวงถามหนี้ในปัจจุบันมีการกระทำที่ไม่เหมาะสมต่อลูกหนี้ไม่ว่าจะเป็นการใช้ถ้อยคำที่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างรุนแรง การคุกคามโดยขู่เข็ญ การใช้กำลังประทุษร้าย ฯโดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีการกำหนดความหมายของ ผู้ถูกถามหนี้ ลูกหนี้ ผู้ให้สินเชื่อและกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกฎกระทรวง ห้ามไม่ให้ผู้ทวงหนี้ติดต่อกับผู้อื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้เพื่อการทวงถามหนี้เว้นแต่บุคคลที่ลูกหนี้ได้มอบอำนาจ พร้อมกันนี้ได้กำหนดวิธีปฏิบัติในการทวงถามหนี้กับลูกหนี้และการทวงถามหนี้ต้องไม่กระทำการในลักษณะข่มขู่ใช้ความรุนแรง ใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่น เสียดสีลูกหนี้ หรือแสดงตนหรือใช้เครื่องหมาย เครื่องแบบ ข้อความที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นการกระทำของศาลหรือเจ้าหน้าที่รัฐ กำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน มีอำนาจในการออกประกาศหรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการในการทวงถามหนี้ ส่วนบทฝ่าฝืนนั้นก็มีบทลงโทษทั้งทางปกครองและทางอาญา ซึ่งมีทั้งโทษจำคุกและปรับ ร ส่วนผู้ประกอบธุรกิจทวงนี้หากฝ่าฝืนกฎหมาย กรรมการกำกับฯมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนได้
3.ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ....) ซึ่งร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นส่วนเกี่ยวกับค้ำประกันและจำนอง โดยกฎหมายที่บังคับใช้ในปัจจุบันไม่เพียงพอที่จะคุ้มครองสิทธิและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ค้ำประกันและผู้จำนองซึ่งไม่ใช่ลูกหนี้ชั้นต้น เนื่องจากเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ซึ่งเป็นสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบอาชีพให้กู้ยืม มักอาศัยอำนาจต่อรองที่สูงกว่าหรือใช้ความได้เปรียบในการทางการเงินดำเนินการกับผู้ค้ำประกันกรณีที่ลูกหนี้ชั้นต้นผิดชำระหนี้ โดยเจ้าหนี้จำนวนมากเลือกที่จะฟ้องผู้ค้ำประกันแทนการฟ้องลูกหนี้ชั้นต้น จึงทำให้คนเหล่านี้ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และกลายเป็นผู้ถูกฟ้องล้มละลายด้วย ดังนั้นร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จึงแก้ไขเพิ่มเติมให้การค้ำประกันหนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไขต้องกำหนดรายละเอียดของหนี้และขอบเขตความรับผิดของผู้ค้ำประกันรวมทั้งจำกัดความรับผิดของผู้ค้ำประกันไว้เฉพาะหนี้ตามสัญญานั้น กำหนดให้ผู้ค้ำประกันได้รับประโยชน์จากการที่เจ้าหนี้กระทำการใดๆอันเป็นผลให้ลดจำนวนหนี้ให้กับลูกหนี้ และให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในหนี้อันมีกำหนดเวลาแน่นอน ฯ
4.ร่างพ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ ....) เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ..2469 โดยกฏหมายฉบับนี้ยังไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์การนำของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลำออกนอกราชอาณาจักร ทำให้การศุลกากรของประเทศไม่เป็นไปตามมาตราฐานสากลและไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยพิธีการศุลกากรที่เรียบง่ายและสอดคล้องกัน และเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการประเมินค่าภาษีและการเสียภาษี จึงได้มีการแก้ไขเพิ่มบทนิยามคำว่า”การผ่านแดน”และ”การถ่ายลำ”ต่อจากบทนิยามคำว่า “เขตปลอดอากร “พร้อมกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะนำของเข้ามาในราชอาณาจักรยื่นคำร้องขอให้อธิบดีกรมศุลกากรพิจารณากำหนดราคาของนำเข้า ถิ่นกำเนิดของที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักร กำหนดให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้ราคาตามบทนิยามในมาตรา 2(2) “ราคาศุลกากร”หรือ”ราคา”มาใช้ในการพิจารณากำหนดราคาของนำเข้าเป็นการล่วงหน้าให้อำนาจอธิบดีกรมศุลกากรกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขเพื่อจำกัดการใช้อำนาจทางศุลกากรในการตรวจของและป้องกันการลักลอบหนีศุลกากร และให้พนักงานศุลกากรมีอำนาจตรวจสอบ ตรวจค้น ของที่นำเข้ามาเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลำที่อยู่ในยานพาหนะ คอนเทนเนอร์ หรือหีบห่ออย่างอื่น โดยไม่ต้องมีหมายค้น หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ของนั้นเกี่ยวข้องหรือมีไว้เพื่อใช้ก่อการร้ายหรือฝ่าฝืนความมั่นคง ให้มีอำนาจริบได้ และให้ดำเนินการทางศุลกากรในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้
5 ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 (ฉบับที่...) มีสาระสำคัญกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจในการประกาศกำหนดอัตราอากรตามราคาหรือตามสภาพได้เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันหรือตามสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ รวมทั้งกำหนดให้การเรียกเก็บและเสียอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรเป็นไปตามที่กำหนดในกฎหมายหรือตามที่รมว.การคลังประกาศกำหนดโดยความเห็นของของคณะรัฐมนตรี ให้อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ของที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักร และมีอำนาจพิจารณาตีความพิกัดอัตราศุลกากร ฯ
6.ร่างพ.ร.บ.การกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 พ.ศ....โดยสมควรให้ข้าราชการที่เป็นสมาชิกของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการและผู้รับบำนาญและทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัด ซึ่งเคยเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่รับราชการอยู่ในวันก่อนที่บทบัญญัติ หมวด 3 สมาชิกและสิทธิประโยชน์ของสมาชิกแห่งพ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539 ใช้บังคับสามารถกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพ.ร.บ.นี้ได้ โดยได้มีการกำหนดบทนิยามต่างๆเช่น ข้าราชการ กองทุน เงินสะสม เงินลมทบ เงินประเดิม เงินชดเชย เพื่อใดสอดคล้องกับการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้ง กำหนดประเภทบุคคลที่มีสิทธิขอกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้แก่ ข้าราชการที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ ผู้รับบำนาญที่เคยเป็นสมาชิกกองทุนฯ และทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัด กำหนดระยะเวลาในการแสดงความประสงค์เพื่อขอกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญ และการสิ้นสุดสมาชิกภาพในกองทุนฯ
7.ร่างพ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ...โดยร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตของหน่วยราชการให้ชัดเจน รวมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการขออนุญาตให้มากขึ้น จึงได้กำหนดจัดตั้งศูนย์บริการร่วมเพื่อรับคำร้องและศูนย์รับคำขออนุญาต ณ จุดเดียง เพราะที่ผ่านมามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตจำนวนมาก บางฉบับไม่ได้กำหนดระยะเวลา เอกสาร หลักฐานและขั้นตอนที่ชัดเจนทำให้เป็นอุปสรรคต่อประชาชนในการยื่นคำขออนุญาตดำเนินการต่างๆ
8.ร่างพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ ....) พ.ศ. ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดคำสั่งทางปกครองให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาผลประโยชน์สาธารณะและอำนวยความเป็นธรรมแก่ประชาชน อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ โดยเพิ่มเติมให้เจ้าหน้าที่ผู้จัดทำคำสั่งทางปกครองแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอยื่นหรือส่งเอกสารที่ถูกต้อง หรือที่ยังขาดอยู่ภายในเวลาที่กำหนดและเมื่อผู้ยื่นคำขอได้จัดส่งเอกสารครบ เจ้าหน้าที่จะปฏิเสธไม่ดำเนินการตามคำขอไม่ได้ และกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องออกคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด
9.ร่างพ.ร.บ.ประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ...) พ.ศ. และ10 .ร่างพ.ร.บ.ประกันชีวิต (ฉบับที่ ...)พ.ศ..โดยทั้ง 2 ฉบับนี้มีเนื้อหาสาระสำคัญคล้ายกันคือ การปรับปรุงโครงสร้างของผู้ถือหุ้นและกรรมการของบริษัทตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยและพระราชบัญญัติประกันชีวิต เนื่องจากสภาพปัจจุบันโครงสร้างของผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัทไม่เหมาะสมกับการประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยและธุรกิจประกันชีวิต อีกทั้งหากบริษัทล้มละลายหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย ธุรกิจประกันชีวิต กองทุนประกันวินาศภัยและกองทุนประกันชีวิตจะเข้าไปช่วยเหลือเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากการเอาประกันภัยได้ต่อเมื่อกระบวนการตามกฎหมายล้มละลายเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น ซึ่งทำให้กองทุนไม่สามารถคุ้มครองเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากการประกันได้ท่วงที จึงได้มีการปรับปรังร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับนี้ โดยมีการปรับปรุงโครงสร้างของผู้ถือหุ้นและกรรมการของบริษัทเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่ธุรกิจประกันภัย โดยกำหนดให้บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยต้องมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยถืออยู่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วหมด และต้องมีกรรมการเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด กำหนดให้กองทุนมีอำนาจในการกู้ยืมเงินหรือออกตราสารทางการเงินอื่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด กำหนดกรอบระยะเวลาและขั้นตอนการตรวจสอบมูลหนี้ของผู้ชำระบัญชีในกรณีที่บริษัทถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกัน
นอกจากนี้ยังกำหนดให้กองทุนชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากการเอาประกันแทนบริษัทที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย นอกจากนี้ร่างพ.ร.บ.ยังเพิ่มบทกำหนดโทษคณะกรรมการบริษัทที่ไม่ส่งมอบบัญชีและเอกสารหลักฐานต่างๆทั้งหมดของบริษัทให้แก่ผู้ชำระบัญชีภายใน 7 วัน





