วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์'ชี้งบ58ไม่จัดเงินลงชนบท

"อภิสิทธิ์"ห่วงงบฯ58 ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ ชี้แนวคิด"ประยุทธ์"ไม่จัดเงินลงชนบท กระทบกำลังซื้อ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ในวาระ 1 ว่า มีข้อเป็นห่วงคือ มีงบจำนวนมากที่ไม่เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เพราะต้องไปใช้หนี้เก่าจากโครงการประชานิยมกว่า 1 แสนล้านบาท ถือเป็นปัญหาสำคัญที่งบประมาณปี 58 ต้องเผชิญ ซึ่งไม่มีประโยชน์เกิดขึ้นใดๆ ทั้งสิ้นต่อระบบเศรษฐกิจ เช่น โครงการจำนำข้าว ที่ตั้งงบไว้กว่า 71,000 ล้านบาท เพื่อชดใช้หนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ที่คาดว่าจะเป็นภาระงบประมาณอีก 3-4 ปี งบประมาณ เพื่อชดใช้เงินคงคลังในโครงการรถคันแรกอีกเกือบ 42,000 ล้านบาท เป็นต้น

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่น่าเป็นห่วงคือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ตัดสินใจไม่ทำโครงการแทรกแซงราคาพืชผล ไม่จัดงบประมาณให้หลายโครงการ เช่น โครงการกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งจะทำให้เกิดการหยุดชะงัก ของการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในชนบท ที่ในขณะนี้ประสบกับปัญหากำลังซื้ออยู่แล้ว จากราคาพืชผลที่ตกต่ำ ทำให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจยากที่จะเพิ่มขึ้น เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ก็ยังไม่มีความชัดเจนในร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ฉบับนี้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จึงเห็นว่าการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ควรจะครอบคลุมประเด็นดังต่อไปนี้ คือ 1.ประเมินภาระงบประมาณที่เกิดขึ้น จากโครงการเก่าให้ชัดเจน เพื่อตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการบริหารทางการเงินการคลังในระยะกลาง ว่าศักยภาพของการใช้จ่ายของรัฐ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจมีมากน้อยเพียงใด 2.ปรับลดงบประมาณในโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ ประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ตามที่หัวหน้าคสช. ได้ยืนยันว่าน่าจะสามารถกระทำได้ จากการขจัดปัญหาการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า และ 3. นำงบประมาณที่ปรับลดได้ มาจัดสรรในโครงการที่จะช่วยเหลือเศรษฐกิจในชนบท โดยปรับปรุงโครงการหลายโครงการที่เคยดำเนินการในอดีต เช่น โครงการประกันรายได้ เพิ่มเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับพื้นฐาน และนำวงเงินที่ปรับลดได้อีกบางส่วน สนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งในเรื่องน้ำ และระบบคมนาคมขนส่ง โดยไม่จำเป็นต้องกู้เงินนอกงบประมาณ หากรายละเอียดโครงการยังไม่พร้อม ก็อาจจัดทำในรูปของงบประมาณกลางปีได้ นอกจากนี้อยากให้การทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เป็นไปโดยเปิดเผยและโปร่งใสมากที่สุด เพราะมีเวลาจำกัดในการพิจารณาวงเงินมหาศาล ซึ่งการใช้จ่ายงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ และโปร่งใสเท่านั้น จะทำให้เกิดความมั่นคงในทางเศรษฐกิจและการเมือง ในระยะที่สองของโรดแม๊พ