สมัคร สปช.เหงาต่อเนื่อง กกต.แถลง 3 วันมีผู้เสนอตัวแค่ 222 ราย "สุริยะใส" ห่วงกระทบภารกิจปฏิรูปประเทศ
สมัคร สปช.เหงาต่อเนื่อง กกต.แถลง 3 วันมีผู้เสนอตัวแค่ 222 ราย "สุริยะใส" ห่วงกระทบภารกิจปฏิรูปประเทศ เหตุมีตัวเลือกน้อยเกิน ชี้ 5 เหตุผลทำคนไม่สนใจ ทั้งประชาสัมพันธ์น้อยไป แถมมีอดีตทหารคุมกระบวนการสรรหา จี้ คสช.ส่งสัญญาณปฏิรูปให้ชัดเจนมากกว่านี้ ด้านอดีต ส.ส.เพื่อไทยได้ทีถล่ม บอกเป็นความวังเวงในระบอบประชาธิปไตย ขณะที่ชาติพัฒนาส่ง "บิ๊กเยิ้ม" ธวัชชัย สมุทรสาคร เข้าประกวด หลังพลาด สนช.
การสมัครและเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ไม่คึกคักเท่าที่ควร ทำให้บางฝ่ายเกรงว่าอาจมีตัวแทนจากจังหวัดต่างๆ เข้าร่วมสภาปฏิรูปฯไม่ครบทุกจังหวัด เช่นเดียวกับผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ 11 ด้านที่จะมีการปฏิรูป ก็อาจมีผู้เสนอตัวน้อยเกินไปจนทำให้ไม่ได้ผู้มีความสามารถที่แท้จริงเข้าร่วมกระบวนการ
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊คส่วนตัว ระบุถึงการสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็น สปช.ว่า หากมีผู้สมัครน้อยรายอาจส่งผลกระทบต่อการเลือก สปช.ที่มีคุณภาพเข้าไปทำงานในกระบวนการปฏิรูปประเทศ
ทั้งนี้ได้วิเคราะห์สาเหตุของการมีผู้สมัครน้อย ดังนี้ 1.การประชาสัมพันธ์ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีการรณรงค์อย่างจริงจังในสื่อกระแสหลัก 2.อำนาจหน้าที่และกรอบการทำงานของ สปช.ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร 3.หลายคนอาจสนใจสมัคร แต่ไม่มั่นใจว่าจะได้รับการคัดเลือก บางคนอาจรอสมัครช่วงท้ายๆ 4.ทหารเข้ามาคุมกระบวนการสรรหามากเกินไป ทำให้บางกลุ่มอาจไม่มั่นใจใน สปช. และ 5.ทัศนคติของคนบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร
"หากช่วงเวลาที่เหลืออยู่ กระบวนการรับสมัคร สปช.ไม่คึกคักเท่าที่ควร อาจทำให้การปฏิรูปไม่เป็นกระแสสูง ไม่ได้รับความสนใจจากสังคม และจะทำให้การปฏิรูปเป็นเรื่องของคนไม่กี่กลุ่มในที่สุด ที่สำคัญจากนี้ไป คสช.ต้องส่งสัญญาณปฏิรูปให้ชัดเจนมากขึ้นว่าแนวคิดและทิศทางที่ควรจะเป็น ควรไปในแนวทางใด เพื่อให้สังคมได้มีส่วนร่วมถกเถียงอย่างเข้มข้น" นายสุริยะใส ระบุ และตอบคำถามของผู้ที่เข้ามาแสดงความเห็นและถามถึงการเสนอตัวเป็นผู้เข้ารับการสรรหาเป็น สปช.ว่า ตนเองก็ไม่ร่วมสมัครหรือเสนอตัว
นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า บรรยากาศการสมัครเข้ารับการสรรหาเป็น สปช.ในจังหวัดต่างๆ ค่อนข้างเงียบเหงา ไม่คึกคักเท่าที่ควรจะเป็น ถือเป็นความวังเวงในความเป็นประชาธิปไตย หลายคนไม่กล้าสมัคร เพราะสมัครไปก็คงไม่มีโอกาสได้ ความรู้สึกเหมือนโดนครอบงำ ไม่โปร่งใส บรรยากาศอึมครึมเหมือนเดินเข้าป่าช้า เป็นตัวชี้วัดที่ คสช.ควรพิจารณาตัวเอง สะท้อนความรู้สึกของประชาชนทั่วไป คสช.ไม่ควรฟังเสียงประจบประแจงจนเกินไป สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นกระจกเงาสะท้อนได้เป็นอย่างดีว่าลึกๆ แล้วเป็นอย่างไร
นางกุสุมาลวตี ยังกล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า อยากถามว่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯหรือไม่ หรือเสนอแล้วผ่านเลย ไม่มีการตัด
3วันทั่วประเทศสมัครแค่ 222 คน
นายบุญเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงสรุปภาพรวมการสมัครเข้ารับการสรรหาเป็น สปช.วันที่ 3 ว่า มีผู้สมัครในส่วนกลางจำนวน 19 คน ส่งใบสมัครผ่านไปรษณีย์ 4 คน สมัครในต่างจังหวัด 12 คน รวมทั่วประเทศ 31 คน สรุปภาพรวม 3 วันของการรับสมัคร มียอดรวมทั้ง 11 ด้าน มีการสมัครในส่วนกลาง 78 ราย ต่างจังหวัด 144 ราย ยอดรวมทั้งสิ้น 222 คน
ทั้งนี้ แบ่งเป็นเพศชาย 203 คน เพศหญิง 19 คน อย่างไรก็ตาม เมื่อแบ่งจากระดับการศึกษาพบว่ามีผู้สมัครที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี 31 คน ปริญญาตรี 70 คน ปริญญาโท 96 คน และปริญญาเอก 25 คน นอกจากนี้พบว่าผู้สมัครมีอายุระหว่าง 35-45 ปี 20 ราย อายุ 46-55 ปี 57 ราย อายุ 56-65 ปี 93 ราย และอายุเกิน 65 ปีขึ้นไป 52 ราย โดย กกต.จะส่งรายงานสรุปภาพรวมการรับสมัคร สปช.ให้ คสช.ทราบทุกวัน
ชาติพัฒนาส่ง"ธวัชชัย สมุทรสาคร"
นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรคชาติพัฒนา เปิดเผยว่า พรรคมีมติตามความเห็นชอบของ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค ส่ง พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา เป็นตัวแทนพรรคเข้ารับการคัดเลือกเป็น สปช. เนื่องจาก พล.อ.ธวัชชัย ถือเป็นนายทหารที่มีความจงรักภักดี และตลอดอายุราชการได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ ดังนั้นจึงเชื่อว่า พล.อ.ธวัชชัย จะเข้าไปนำเสนอแนวทางการปฏิรูปและแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ของสังคมได้อย่างแน่นอน
อนึ่ง พล.อ.ธวัชชัย ได้รับการคัดเลือกจาก คสช. ให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่ขาดคุณสมบัติ เพราะเคยเป็นรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา จึงยื่นหนังสือลาออก
"พีระศักดิ์"คาดถกงบ58ส่อเลื่อน
นายพีระศักดิ์ พอจิต ว่าที่รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 กล่าวเมื่อวานนี้ (16 ส.ค.) ถึงการประชุม สนช.เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 วาระแรกว่า คิดว่าไม่ทันกำหนดเดิมที่ได้วางไว้ในวันที่ 18 ส.ค. ซึ่งคงต้องให้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ว่าที่ประธาน สนช. ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร
ส่วนที่มีข้อเสนอว่า สามารถให้เลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สนช. เป็นผู้ออกหนังสือเรียกประชุม สนช.แทนนั้น เท่าที่ทราบไม่เคยมีการพูดคุยกันถึงเรื่องดังกล่าว และส่วนตัวเห็นว่า โดยมารยาทแล้วไม่ควรทำ
เมื่อถามถึงการร่างระเบียบข้อบังคับการประชุม สนช. นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ส่งร่างระเบียบฯ ให้สมาชิก สนช.ที่สนใจจะเข้าร่วมเป็นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างข้อบังคับการประชุม สนช.ไปศึกษาไว้ล่วงหน้า เพื่อรอให้ที่ประชุมเห็นชอบในการตั้งคณะ กมธ.
ทั้งนี้หากสมาชิกมีความเห็นแย้งถึงขั้นตอนการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีก็จะมีการหารือกันในคณะกมธ. เมื่อปรับแก้กันจนได้ข้อยุติแล้วก็จะนำกลับเข้าที่ประชุม สนช.ลงมติเห็นชอบหรือไม่ต่อไป
"ลีน่าจัง"บุก กกต.โวยหมดลุ้น สปช.
วันเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต. นางลีน่า จังจรรจา หัวหน้าพรรคมหาประชาชน ได้เดินทางไปขอเอกสารการสมัครเป็น สปช.ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมคืน โดยระบุด้วยเสียงสะอื้นว่า ไม่สมัครแล้ว เพราะขาดคุณสมบัติ เนื่องจาก กกต.มีระเบียบว่าผู้ที่มาสมัครต้องไม่เคยโดนเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง แต่ตนโดนกกต.ให้ใบแดงเมื่อวันที่ 15 ส.ค.จากการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ครั้งที่ผ่านมา โดย กกต.กล่าวหาว่าตนหาเสียงเกินจริง เข้าข่ายหลอกลวง ทั้งที่ตนเคยเข้าชี้แจงแล้วว่าเป็นความผิดพลาดของร้านทำป้ายหาเสียง
ทั้งนี้ นางลีน่า ได้นั่งขวางประตูทางเข้าห้องรับสมัคร โดยอ้างว่าเพื่อรอ นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. ซึ่งภายหลังนายภุชงค์ก็ออกมาพบ และบอกว่าขณะนี้คดียังไม่ถึงที่สุด ถือว่ายังมีคุณสมบัติอยู่ เพราะ กกต.ต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกา และคงไม่ถึงขั้นที่จะต้องติดคุกหากแจ้งเอกสารเท็จ โดยเอกสารหลักฐานที่นางลีน่าส่งมา เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบคุณสมบัติ ไม่จำเป็นต้องขอเอกสารคืน
โพลล์ชี้คนไทยสนใจติดตามการปฏิรูป
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ได้แถลงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เรื่อง "ความเชื่อมั่นต่อการเปลี่ยนแปลงหลังมีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)" พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 65.9 มีความสนใจมากถึงมากที่สุดที่จะติดตามข่าวความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศโดย สปช. ขณะที่ร้อยละ 34.1 สนใจและติดตามน้อยถึงน้อยที่สุด
เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อ สปช.ว่าจะสามารถปฏิรูปประเทศไทยให้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ชัดเจนมากน้อยเพียงใดพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 62.6 เชื่อว่าหลังการปฏิรูป ปัญหาต่างๆ จะยังคงมีเหมือนเดิม หรือดีขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่ร้อยละ 37.4 เชื่อว่าจะเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงด้านที่ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนมากที่สุด พบว่าเป็นด้านการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ร้อยละ 45.9 รองลงมาเป็นด้านการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 44.3
ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองใหญ่อย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วม สปช.นั้น กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 45.2 บอกว่าเห็นด้วย ขณะที่ร้อยละ 39.4 ไม่เห็นด้วย และร้อยละ 15.4 ไม่แน่ใจ





