ผู้ว่ารฟม.ชี้รถไฟฟ้าสีเขียวส่วนต่อขยายด้านใต้แบริ่ง-สมุทรปราการ เผยรฟม.เตรียมตั้งบริษัทย่อยหากได้สัมปทานเดินรถ
นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ระยะทาง 13 กิโลเมตร มีความคืบหน้า 35.03% เร็วกว่าแผน 3.60% โดยสัญญาที่ 1 งานโยธา มูลค่า 14,088 ล้านบาทคืบหน้าแล้ว 34.1% เร็วกว่าแผน 3.99%
สัญญาที่ 2 ระบบราง มูลค่า 2,400 ล้านบาท คืบหน้าแล้ว 40.94 % เร็วกว่าแผน 1.05% คาดว่างานโยธาทั้งหมดจะแล้วเสร็จในปี 2560 ก่อนเปิดบริการปลายปี 2560 หรือต้นปี 2561
ปัจจุบัน รฟม.กำลังพิจารณารูปแบบการลงทุนระบบว่า ควรเป็นการเดินรถต่อเนื่อง จากส่วนต่อขยายของสายสุขุมวิท สถานีแบริ่ง หรือควรใช้วิธีเปลี่ยนขบวน เพราะการเดินรถต่อเนื่องมีข้อดีที่สะดวก แต่มีข้อเสียเพราะต้องใช้เงินลงทุนสูง ซึ่งหากผู้โดยสารไม่มากพออาจจะไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน โดยเบื้องต้นประเมินว่าเมื่อสายสีเขียวใต้ เริ่มเปิดจะมีผู้ใช้บริการ 1.5-1.8 แสนคน/วัน แตกต่างจากรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ปัจจุบันมีผู้โดยสาร 8-9 แสนคน/วัน ซึ่งรฟม.จะต้องเสนอเรื่องนี้ให้ครม.พิจารณาว่าจะลงทุนแบบใดโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม มีการออกแบบสถานีสำโรงของรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ ให้มีชานชาลาอยู่กลางเหมือนสถานีสยามสแควร์ เพื่อให้ผู้โดยสารจากรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย สามารถเชื่อมต่อกันด้วยวิธีเปลี่ยนขบวนรถได้ ซึ่งต่อไปการเปลี่ยนขบวนรถจะเป็นเรื่องปกติ เพราะแผนโครงข่ายรถไฟฟ้า 10 สาย จะต้องมีจุดเปลี่ยนรถอย่างน้อย 35 สถานี
ส่วนผู้ใดจะได้สัมปทานเดินรถ คงต้องรอนโยบายจากภาครัฐ เพราะเป็นการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงต้องรอให้ได้ข้อยุติเรื่องเทคนิคการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายก่อน ปัจจุบันจึงยังไม่มีข้อยุติว่า บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้รับสัมปทานเดินรถไฟฟ้าบีทีเอส หรือ รฟม. จะเป็นผู้เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้
ส่วนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ส่วนต่อขยายจากสถานีเคหะสมุทรปราการไปถึงอำเภอบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตรนั้น เป็นเรื่องระดับนโยบายที่ต้องตัดสินใจว่าจะมีการลงทุนต่อหรือไม่ ซึ่งได้มีการศึกษา ออกแบบ และจัดทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมไว้แล้ว
รฟม.เตรียมร่วมลงทุนกับการเคหะแห่งชาติ (กคช.) พัฒนาอาคารจอดรถ (Park and ride) ของรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ขนาด 18 ไร่ ที่สถานีเคหะสมุทรปราการ เป็นอาคารสำนักงาน 2 อาคารและที่อยู่อาศัยอีก 3 อาคาร ระดับกลางถึงบนมูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท และจะสร้างที่จอดรถบริเวณชั้นใต้ดินเพิ่มจาก 600 คัน เป็น 1,200 คัน
ปัจจุบัน กคช. กำลังอยู่ระหว่างออกแบบอาคารและเสนอให้ครม. อนุมัติ คาดว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จพร้อมกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้และช่วยให้มีผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 20,000-30,000 คนต่อวัน
นายยงสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า รฟม. กำลังศึกษา เพื่อจัดตั้ง 5 หน่วยธุรกิจที่บอร์ดเคยอนุมัติไว้ ได้แก่ หน่วยธุรกิจเดินรถ หน่วยธุรกิจบริหารสถานี หน่วยธุรกิจโฆษณา หน่วยธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และหน่วยธุรกิจระบบตั๋วร่วมและขนส่งเสริม เพื่อให้การบริหารงานมีความคล่องตัวขึ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเสนอให้ครม.อนุมัติในต้นปีหน้า ทั้งนี้ หากรัฐบาลอนุญาตให้ รฟม. เป็นผู้เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ รฟม. ก็จะให้หน่วยธุรกิจเดินรถจัดตั้งเป็นบริษัทลูก เช่นเดียวกับรัฐวิสาหกิจอื่นๆ





