วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

การเมืองนิ่งขอตั้งโรงงานพุ่งกว่า90%

กรอ. เผยการเมืองนิ่ง ดันยอดตั้งโรงงานใหม่ผลิตชิ้นส่วน"รถยนต์-ผลิตโลหะ-อาหาร" เพิ่มขึ้นกว่า90%

นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยถึงยอดการขอตั้งโรงงานใหม่ในช่วงเดือนก.ค.ที่ผ่านมาว่า มีจำนวน 396 โรงงาน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 2% หากคิดเป็นมูลค่าการลงทุนแล้วพบว่ามีมูลค่าถึง 43,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91.96 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ยอดรวมการตั้งโรงงานใหม่ 7 เดือนปีนี้ (ม.ค.-ก.ค.)มีจำนวน 2,442 โรงงาน ลดลง 6.47% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะที่ยอดเงินลงทุนรวม 211,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.24% เมื่อเทียบกับกับปีก่อน

โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความมั่นใจของนักลงทุน ภายหลังสถานการณ์ทางการเมืองเข้าสู่ความสงบ รวมทั้งโครงการที่เกิดขึ้นใหม่เป็นโครงการขนาดใหญ่ใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก โดยอุตสาหกรรมที่มีปริมาณขอเปิดกิจการมากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตอโลหะ 259 โรงงาน อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ 234 โรงงาน อุตสาหกรรมผลิตยานพาหนะและชิ้นส่วน 231 โรงงาน ด้านโรงงานที่เปิดใหม่ที่มีมูลค่าการลงทุนสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะ มูลค่าลงทุน 3.32 หมื่นล้านบาท อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ 1.84 หมื่นล้านบาท และอุตสาหกรรมอาหาร 1.47 หมื่นล้านบาท

ส่วนการขยายโรงงานในช่วง 7 เดือนปีนี้ มีจำนวน 423 โรงงาน เพิ่มขึ้น 12.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดเงินลงทุน 127,132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอุตสาหกรรมที่ขยายกิจการมากที่สุด คือ อุตสาหกรรมอาหาร 75 โรงงาน อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก 50 โรงงาน อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากพืช 43 โรงงาน

“ช่วง3-4 เดือนแรกการเปิดโรงงานใหม่ หรือขยายกิจการค่อนข้างต่ำ เพราะขณะนั้นมีปัญหาด้านการเมือง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภคในประเทศ แต่หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศและมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม ปรับลดขั้นตอนการพิจารณารง. 4 ให้เหลือ 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2557 ดังนั้นคาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้และปี 2558 จะมีตัวเลขการเปิดโรงงานงานใหม่และขยายกิจการเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากการเมืองมีเสถียรภาพ อีกทั้งการมีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รวมทั้งการที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ มีการอนุมัติส่งเสริมลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการอำนวยความสะดวกในการออกใบอนุญาต รง.4 ที่รวดเร็วขึ้น ล้วนส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นมากขึ้น” นายพสุ กล่าว

สำหรับขั้นตอนสำคัญที่กรอ.เพิ่มไว้เพื่อให้การอนุญาตมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ คือ การให้บุคคลที่ 3 หรือเติร์ดปาร์ตี้เข้ามามีส่วนร่วมเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารร.ง.4 ซึ่งกรอ.จะต้องทดสอบเพื่อให้ได้เติร์ดปาร์ตี้ที่มีคุณภาพสามารถทำงานได้จริง ซึ่งหลังจากที่มีการเปิดให้มีการสอบจนถึงขณะนี้ยังไม่มีบริษัทใดผ่านการสอบที่ทาง กรอ. ได้วางไว้แม้แต่บริษัทเดียว