"ประยุทธ์"ร่ายยาวปฏิรูปประเทศ ตั้งแต่สนามบินจนถึงขยะ เร่งพัฒนา"สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-อู่ตะเภา"เชื่อมโยงภูมิภาค
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานเปิดกิจกรรมเส้นทางการปฏิรูป และคิกออฟสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่สโมสรทหารบก ริมถนนวิภาวดีรังสิต ท่ามกลางข้าราชการระดับสูง ผู้แทนพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง และภาคประชาชนว่า ในช่วงนี้มีแขกต่างประเทศมาเยี่ยม คสช.หลายประเทศ ซึ่งต่างประเทศเริ่มเข้าใจไทยมากขึ้น ตนก็บอกว่าเรามีประชาธิปไตยแบบอาเซียน หรือประชาธิปไตยแบบไทยๆ ได้หรือไม่
"ทุกคนเห็นด้วยว่าขณะนี้การเมืองไปไม่ได้ เพราะทุกประเทศในอาเซียนทะเลาะเบาะแว้งเหมือนกัน จึงต้องหาวิถีทางในการปรับอย่างไรไม่ให้ทะเลาะกัน คสช.ตั้งคณะทำงานกำหนดกรอบการดำเนินงานเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ขึ้นมา เพื่อให้การทำงานมีความชัดเจนและต่อเนื่องไปในอนาคต" หัวหน้า คสช.ระบุ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำนั้น สาเหตุที่ต้องปรับเปลี่ยนจากเดิมก็เพราะเดิมหน่วยงานแบ่งโครงการไปทำ ส่วนที่เปลี่ยนใหม่คือให้มาทำเป็นโครงข่ายที่กำหนดจากกรอบแผนใหญ่ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เพื่อความเป็นเอกภาพ และเป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด เช่นเดียวกับโครงการก่อสร้างรถไฟ ก็ต้องมีแผนระยะยาวเป็นยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกัน โดยดำเนินการตามความเร่งด่วน ส่วนไหนปรับปรุงโดยไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณมากเกินไปก็ให้ปรับปรุงไปก่อน
นอกจากนั้น โครงการพัฒนาสนามบิน ก็ต้องทำให้สนามบินทั้ง 3 แห่งได้ประโยชน์ ทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอู่ตะเภา โดยทำให้เชื่อมโยงกันจากภาคตะวันออก ต่อไปก็ต้องทำฝั่งเหนือและใต้ รวมถึงตะวันตกด้วย
อนึ่ง แผนการใช้ท่าอากาศยานหลายแห่งแทนระบบท่าอากาศยานเดี่ยว เป็นแผนงานและโครงสร้างที่เสนอมาก่อนหน้านี้โดยกระทรวงคมนาคม และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยให้นำท่าอากาศยานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานอู่ตะเภามาใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น รวมถึงพิจารณาแนวทางการใช้ท่าอากาศยานอื่นๆ ภายในประเทศมาบูรณาการ เพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดอย่างเต็มศักยภาพ
ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมได้ศึกษาการใช้ประโยชน์จากท่าอากาศยานอู่ตะเภา เพื่อให้เป็นท่าอากาศยานเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ โดยมีโครงการขยายอาคารผู้โดยสารให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น โดยวางเป้าไว้เพื่อบรรเทาความแออัดของสนามบินหลักอย่างสุวรรณภูมิ และอาจรองรับสายการบินต้นทุนต่ำ หรือ โลว์คอสท์แอร์ไลน์ด้วย ขณะที่แผนขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะยังคงเดินหน้าต่อไป แม้ว่าจะเปิดใช้ท่าอากาศยานดอนเมืองแล้วก็ตาม
ปิดทางโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวในงานเดียวกันว่า ในเรื่องการปฏิรูประบบพลังงาน ต้องไปดูเรื่องราคาพลังงานแต่ละประเภทที่บิดเบือนจากความเป็นจริง พร้อมทั้งดูยุทธศาสตร์สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน การสร้างโรงไฟฟ้าในภูมิภาคต่างๆ ต้องดูเรื่องความมั่นคงทางพลังงานเป็นหลัก พร้อมดูว่าเราต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ และปลอดภัยไหม ก็ต้องไปคุยกันตรงนั้น ส่วนเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดขึ้นไม่ได้แน่นอน เพราะแค่เรื่องขยะเรายังทำกันไม่ได้เลย
ตอนนี้ชาวบ้านบ่นเรื่องขยะกันมาก หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องไปหาระบบแนวทางจัดการให้ดี จะทำอย่างไรกับการที่ต้องแยกขยะให้ได้ เพราะเวลาเก็บขยะขึ้นรถไปก็นำขยะที่แยกไปทิ้งรวมกัน ขณะนี้ได้มอบหมายให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง คสช. นำร่องเรื่องขยะใน 3-4 พื้นที่
"ที่ผ่านมาเราสร้างโรงไฟฟ้าไม่ได้ เพราะมีผลกระทบต่อประชาชน สร้างเขื่อนก็มีผลกระทบเหมือนกัน แม้กระทั่งขยะก็ทำไม่ได้ ผมก็อยากถามเหมือนกันว่าจะทำตรงไหน ถ้าท่านไม่บอกล่วงหน้าว่าจะต้องมีอะไรเกิดในพื้นที่เหล่านี้ก็จะเกิดปัญหาไม่จบสิ้น ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ต้องบอกประชาชนในพื้นที่ของท่านให้รับรู้ ผังเมืองก็ต้องเขียนให้ชัดเจนเสียใหม่ เพื่อให้กระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด" หัวหน้า คสช. กล่าว
จี้ผู้รับผิดชอบลุยเก็บภาษีที่ดิน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการจัดสรรทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ ต้องไปดูการจัดเก็บภาษีอย่างเป็นธรรม โดยคนที่ออกกฎหมายบางคนมีที่ดินจำนวนมาก จึงไม่อยากทำ เพราะคิดว่าตัวเองต้องจ่ายภาษีมาก ส่งผลให้ออกกฎหมายไม่ได้
พร้อมกันนั้นต้องหาแนวทางในการแก้ไขการบุกรุกที่ดินและพื้นที่ป่า โดยไม่ต้องไปไล่ล่าให้คนออกไปอย่างเดียว ทำอย่างไรให้คนที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้นมีที่ดินทำกิน โดยนำมาจัดสรรเป็นกลุ่มทรัพยากร รัฐลงทุนให้ทำกินในที่ราชพัสดุที่เป็นป่าเสื่อมโทรม ส่วนการปลูกป่าก็ทำในพื้นที่ที่เหมาะสมได้ แต่ทำอย่างไรให้เป็นที่ทำกินของประชาชนโดยรัฐเป็นเจ้าของที่ดิน
"อยากให้ชั่งน้ำหนักว่าที่เขาปลูกต้นไม้ใหญ่โตอายุ 4-5 ปี เช่น ต้นยางพารา ก็กรีดน้ำยางได้แล้ว ตรงนี้ขอให้เก็บไว้ก่อน และไปปลูกต้นไม้แทรกได้ไหม ที่มีอยู่แล้วเช่น สวนยาง สวนป่า เมื่อถูกยึดมา ก็ให้คนที่ไม่มีรายได้ไปจัดกลุ่มสหกรณ์มาดูแล โดยแบ่งรายได้ให้เขา 50% เป็นอาชีพให้คนจน เพื่อจะได้มีที่ทำกิน แบ่งปันผลประโยชน์กัน แต่เท่าที่เห็นท่านไปตัดเกลี้ยงเลย หากทำเรื่องนี้ก็จะมีการจัดโซนนิ่งได้ ถ้าคิดทำกันแบบเดิมก็คงไม่เกิด เพราะการจะไปบังคับใครให้ทำอะไรนั้น คงทำไม่ได้ เพราะคนไทยไม่ชอบการบังคับ แต่ตามแนวทางกฎหมายจะทำแบบที่ผมเสนอได้หรือไม่ ผมไม่ทราบ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ย้ำ สปช.ไม่ได้มีหน้าที่ปฏิรูป
ด้าน นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษากฎหมาย คสช. ขึ้นเวทีชี้แจงกระบวนการสรรหาและความจำเป็นในการมีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่า สปช.เป็นองค์กรใหม่ที่เสนอแนะแนวทางปฏิรูปประเทศ ไม่ได้มีหน้าที่ปฏิรูป เพราะฝ่ายที่ลงมือปฏิรูป คือ รัฐบาล องค์กรต่างๆ ของรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ และภาคเอกชน
"สปช.มีลักษณะคล้ายกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่จำกัดหน้าที่ให้ทำ 2 เรื่อง คือ เสนอแนวทางปฏิรูป และให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) ยกร่างเสร็จแล้ว"
นายวิษณุ กล่าวต่อว่า จำนวนของ กมธ.ยกร่างฯมี 36 คน ให้ สปช.เลือกคนไปนั่งได้เป็นเสียงข้างมากถึง 26 คน ใช้เวลาร่าง 4 เดือน หรือ 120 วัน จากนั้นก็ส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ สปช.พิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ระหว่างที่ กมธ.ยกร่างฯ ทำงานอยู่นั้น สปช.ก็มีเรื่องให้ทำไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะต้องเสนอแนะแนวทางปฏิรูป 11 ด้าน ถ้าทำเสร็จเร็วอยากเพิ่มด้านอื่นๆ ก็เชิญ
ทั้งนี้ กรรมาธิการในสภาปฏิรูปฯจะมีทั้งหมด 11 คณะ ประกอบด้วย 1.การเมือง 2.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน คือ ปฏิรูป กระทรวง ทบวง กรม 3.ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปตำรวจ อัยการ ศาล กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกฎหมาย 4.ด้านการปกครองท้องถิ่น ปฏิรูป อบต. อบจ. เทศบาล การตั้งมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด 5.ด้านการศึกษา
6.ด้านเศรษฐกิจ ด้านนี้ใหญ่โตมากเพราะรวมถึงการปรับระบบโครงสร้างภาษีทุกชนิด เรื่องอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม โลจิสติกส์ 7.ด้านการพลังงานทุกรูปแบบ 8.ด้านสังคม แก้ปัญหาความยากจน การคุ้มครองผู้บริโภค 9.ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 10.ด้านสื่อสารมวลชน และระบบโทรคมนาคมทุกรูปแบบ และ11.ด้านอื่นๆ หมายถึง ดนตรี กีฬา ศิลปวัฒนธรรม ค่านิยม ศาสนา ขนบ คุณธรรม จริยธรรม
ปชป.หวังข้อเสนอพรรคถูกนำไปใช้
ด้านความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆ หลังร่วมกิจกรรมคิกออฟสภาปฏิรูปฯ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เข้าใจเจตนาดีของ คสช.แต่เห็นว่ายังมีหลายเรื่องที่ต้องพูดคุยให้ชัดเจนว่าปัญหาของประเทศเกิดจากอะไรเพราะประชาชนบางส่วนไม่เข้าใจ ส่วนตัวอยากให้เพิ่มเติมการแยกแยะประเด็นถูกผิดในสังคมให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น อาทิ เรื่องการหมิ่นสถาบัน การไม่เคารพกฎหมาย การดิสเครดิตกระบวนการกฎหมาย รวมทั้งต้องอธิบายประชาธิปไตยที่แท้จริงด้วย
"เรื่องกระบวนการการมีส่วนร่วมนั้น พรรคให้ความร่วมมือ คสช. โดยเสนอแนะไปแล้ว และคิดว่าจะมีการนำไปใช้อย่างเป็นจริงเป็นจัง" นายสาธิต กล่าว
กปปส.หนุนปฏิรูป-ไม่ขัดแย้งคสช.
ขณะที่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หนึ่งในแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ซึ่งไปร่วมงานปฏิรูปประเทศ กล่าวว่า แกนนำทั้ง 9 คน รวมทั้งพระสุเทพ พร้อมให้การสนับสนุนการปฏิรูปประเทศ และ กปปส.ไม่มีอะไรที่ขัดแย้งกับแนวทางของ คสช. โดยหลังจากนี้แกนนำ กปปส.จะพูดคุยกันอีกครั้งว่าจะให้ความร่วมมืออย่างไรบ้าง
ออกหมายจับ"กริชสุดา"
วันเดียวกัน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) แถลงว่า ศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน คือ นายสมศักดิ์ พูลสวัสดิ์ น.ส.กริชสุดา คุณะแสน นักกิจกรรมเสื้อแดง และ นางชนัญชยา เกตุแก้ว ในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนหรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในสงครามในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการจับกุม นายพีรพงษ์ สินธุสนธิชาติ ที่ถูกตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมตามหมายจับคดีพบอาวุธสงครามจำนวนมาก ในพื้นที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยนายพีรพงษ์ให้การซัดทอดว่าอาวุธปืนที่แจกจ่ายให้บุคคลต่างๆ ไปก่อเหตุนั้น เป็นอาวุธที่รับมาจาก น.ส.กริชสุดา และแกนนำทางความคิดของคนเสื้อแดงอีกรายหนึ่งซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว
ส่วนกรณี น.ส.กริชสุดา ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ ว่าโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายนั้น พล.ต.อ.สมยศ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และไม่มีทางเป็นไปได้
"หากพบว่า น.ส.กริชสุดา และนางมนัญชยา กบดานอยู่ในประเทศที่เรามีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ก็จะประสานไปทางประเทศนั้นๆ เพื่อทำการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป ส่วนนายสมศักดิ์ถูกจับกุมได้ตั้งแต่เดือน มิ.ย." พล.ต.ต.สมยศ ระบุ





