วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไพบูลย์'ห่วงยาเสพติดแก้ปัญหาไม่ถึง30%

"ไพบูลย์"ห่วงยาเสพติด 2 เดือน แก้ปัญหาไม่ถึง 30% สั่งป.ป.ส.เร่งคลอดแผนแม่บทเคลียร์กทม.

ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดในกรุงเทพฯ ว่ากรุงเทพฯเป็นพื้นที่ที่มีโครงสร้างและกลไกการบริหารจัดการที่ซับซ้อน เนื่องจากเป็นการบริหารราชการท้องถิ่นแบบพิเศษ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่มีอำนาจในสั่งการส่วนราชการในพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแบบผู้ว่าราชการจังหวัด ในส่วนภูมิภาค ทำให้ขาดเอกภาพในการบูรณาการการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง

ดังนั้นการเรียกประชุมครั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของกรุงเทพฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ และกรมคุมประพฤติ เพื่อกำหนดแผนการทำงานในเดือนส.ค.-ก.ย.นี้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และลดข้อจำกัดต่าง ๆ ในพื้นที่ แก้ไขปัญหายาเสพติดให้เบาบางจนสามารถลดความเดือดร้อนต่อประชาชนได้ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเป็นห่วงงานด้านยาเสพติดเพราะหลังเข้ารับหน้าที่จนถึงขณะนี้เป็นเวลา 2 เดือน การแก้ปัญหายังไม่ถึง 30% จึงได้กำชับให้กรมราชทัณฑ์เร่งรัดการดำเนินการภายในให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากยังมีข้อมูลว่าปัญหายาเสพติดเกินครึ่งเกี่ยวพันกับนักโทษในเรือนจำ

"ขณะนี้กรุงเทพฯเป็นศูนย์กลางของยาเสพติด มีการแพร่ระบาดมากกว่า 30% คาดการณ์ว่ามีผู้เสพไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน มีปัญหาทั้งในสถานศึกษา สถานบันเทิง และหอพัก ขณะที่หน่วยราชการแบ่งแยกหน้าที่กันทำงานไม่เชื่อมโยงข้อมูลถึงกัน ปล่อยปะให้มีสถานบันเทิงอยู่ใกล้กับสถานศึกษา จึงสั่งการให้ป.ป.ส.จัดทำแผนแม่บทโดยดึงส่วนราชการต่าง ๆ เข้ามาร่วมกันแก้ปัญหายาเสพติดในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีความกังวลและในเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกันและการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ เพราะจะต้องเชื่อมโยงคนจำนวนมาก"พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่พล.อ.ไพบูลย์อาจจะได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่าตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะได้เป็นหรือไม่ ต้องรอให้มีนายกรัฐมนตรีก่อน จึงจะมีการเสนอชื่อรัฐมนตรี

เมื่อถามย้ำว่ามีความพร้อมที่จะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ย้อนถามกลับว่า "คุณรู้มั้ยนรกเป็นใคร พูดเร็วไปหน่อยนายกฯเป็นใครรู้หรือยัง"

ด้านนายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของปัญหายาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในรอบปี 2556 มีคดียาเสพติดในพื้นที่ กทม. รวมทั้งสิ้น 27,788 คดี ผู้ต้องหา 27,982 คน โดยเป็นเพศชายร้อยละ 86 เมื่อจำแนกตามอายุของผู้ต้องหา พบว่า ร้อยละ 21 มีอายุระหว่าง 20-24 ปี อายุ 25-29 ปี และ 30-35 ปี ร้อยละ 38 ระบุภูมิลำเนาอยู่ใน กทม. ร้อยละ 56 เป็นผู้ต้องหารายใหม่ ร้อยละ 80 เป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า และร้อยละ 73 ถูกดำเนินคดีในข้อหาเสพ ขนาดของปัญหาดังกล่าวคิดเป็นประมาณร้อยละ 30 เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของปัญหายาเสพติดทั้งประเทศ หรือประมาณ 1 ใน 3 โดยป.ป.ส.จะนำคำสั่งที่ 41/2557 ของคสช.มาเพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร เพื่อให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงเวลา 2 เดือน