ผบ.ทหารสูงสุด ยันสถานทูตไทยในลิเบีย ยังไม่ถูกโจมตี พร้อมดูแลค่าใช้จ่าย 562แรงงานไทย
ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกระแสข่าวสถานทูตไทยในประเทศลิเบีย ถูกโจมตีว่า ยืนยันสถานทูตไทยในประเทศลิเบียยังไม่ได้ถูกโจมตี โดยศูนย์การช่วยเหลือยังมีการจัดตั้งอยู่เหมือนทั้ง 3 แห่ง คือ กรุงตริโปลี เจอบร้า ประเทศลิเบีย และตูนิส ประเทศตูนีเซีย
ทั้งนี้ยังสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เดินทางไปอำนวยความสะดวกให้กับคนไทยได้ ส่วนการอพยพคนไทยนั้นจะดำเนินการในช่วงกลางวัน เนื่องจากต้องมีการขออนุญาต และทำตามขั้นตอน ซึ่งได้กำหนดวันและเวลาในการเดินทางกลับประเทศไทยไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเบื้องต้นคนไทยที่อยู่ในประเทศลิเบียมีจำนวน 1,500 คน โดยจะเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยในวันนี้ (4 ส.ค.)จำนวน18 คน และในวันที่ 6 ส.ค. อีกจำนวน 81 คน ไม่ประสงค์จะเดินทางกลับอีก 30 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะพยายามโน้มน้าวให้เดินทางกลับประเทศไทยอีกครั้ง
ในส่วนนี้มียอดแรงงานไทยที่นายจ้างดูแลและออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับ มีทั้งหมด 410 คน กำลังเดินทางกลับ ส่วนอีก562 ที่นายจ้างไม่รับผิดชอบ รัฐบาลไทยจะดำเนินการออกค่าใช้จ่ายให้ และมีตกค้างอีก 300คน กำลังพยายามติดต่ออยู่ ทั้งนี้ในส่วนของทางกองทัพอากาศ ได้จัดเตรียมเครื่องบินลำเลียง หรือ ซี130 เพื่อสนับสนุนและให้การช่วยเหลือหากมีการร้องขอจากกระทรวงการต่างประเทศ แต่เบื้องต้นทางกระทรวงต่างประเทศต้องการใช้เครื่องบินพาณิชย์ เป็นหลักในการอพยพคนไทยกลับ เนื่องจากมีความปลอดภัยมากกว่า
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์ในประเทศลิเบียยังไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะยังมีการสู้รบกันอยู่ทางภาคตะวันตกและตะวันออก ของประเทศ ต้องดูการประชุมรัฐสภาของประเทศลิเบียจะออกมาในรูปใด ทั้งนี้เราได้เตรียมแผนสำรองโดยการเช่าเรือเพื่อนำคนไทยออกจากพื้นที่ไว้แล้ว ขอยืนยันว่าคนไทยในประเทศลิเบียปลอดภัยทุกคน ไม่ต้องเป็นห่วง และจะดูแลเต็มที่ เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคสช.ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลคนไทยในประเทศลิเบีย ดำเนินการอย่างดีที่สุด และให้เดินทางกลับประเทศไทยด้วยความปลอดภัย
รายงานข่าวแจ้งว่า ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ของประเทศไทยและประเทศฟิลิปปินส์ ได้ตกลงกันว่าจะช่วยเหลือดูแลประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ร่วมกัน โดยการเช่าเรือเหมาลำเพื่อเดินทางออกมาจากพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยและในขณะนี้กำลังประสานความร่วมมือไปยังประเทศอินโดนิเซีย และประเทศเกาหลี เพื่อร่วมกันปฎิบัติงานและช่วยอพยพประชาชนในประเทศเหล่านี้กลับประเทศของตัวเองด้วยความปลอดภัย นอกจากนี้ในส่วนสถานการณ์ความไม่สงบของประเทศอิสราเอลนั้น เบื้องต้นประเทศไทยได้ติดต่อกับทางรัฐบาลอิสราเอล ในการดูแลคนไทย โดยมีการอพยพคนไทยออกมาในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว





