วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'คสช.-ที่ปรึกษา'ถกโผครม.

"บิ๊ก คสช.-ที่ปรึกษา" เร่งจัดโผ ครม. เผยผู้ที่มีบทบาทสำคัญนอกจาก "ประยุทธ์" แล้ว ยังมี "ประวิตร-อนุพงษ์"

บรรยากาศการรายงานตัวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 2 เมื่อวานนี้ (2 ส.ค.) ยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก แม้จะเป็นวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ โดยตลอดทั้งวันมี สนช.เดินทางเข้ารายงานตัว 44 คน รวม 2 วันมี สนช.รายงานตัวแล้ว 78 คนจากทั้งหมด 200 คน

ด้านปัญหาของ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิก สนช.ลำดับที่ 57 ที่ถูกระบุว่าขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง สนช. เพราะเคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนานั้น พล.อ.ธวัชชัย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวานนี้ (2 ส.ค.) ว่า ในวันจันทร์ที่ 4 ส.ค.จะไปยื่นหนังสือลาออกจาก สนช.ต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา หลังจากที่ได้ปรึกษากับฝ่ายกฎหมายและบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วพบว่า มีลักษณะต้องห้ามการเป็น สนช.ตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 กำหนดไว้ในมาตรา 8(1) ว่าด้วยการดำรงตำแหน่ง หรือเคยดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองภายในระยะ 3 ปีก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น สนช.จริง

"ต้องให้ความเป็นธรรมกับผมด้วย กรณีที่สื่อนำข่าวไปลงโดยผมไม่ได้ชี้แจง ขอบอกว่าผมได้รับการแต่งตั้งเป็น สนช.โดยที่ผมไม่ได้เข้าไปสมัครด้วยตนเอง ตอนแรกผมดีใจที่ได้รับเลือกให้เข้าไปทำงานเพื่อประเทศ แต่เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติแล้วพบว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็ตัดสินใจลาออกเองเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ส่วนการลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคชาติพัฒนาก่อนหน้านี้ เป็นไปตามคำชักชวนของ คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรค ที่อยากให้เข้าร่วมการแก้ปัญหาบ้านเมือง" พล.อ.ธวัชชัย กล่าว

สำหรับท่าทีของ สนช.ต่อการเลือกประธาน สนช.หลังจากเปิดประชุมนัดแรกนั้น พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) ซึ่งเข้ารายงานตัวเป็น สนช.เมื่อวานนี้ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย สมาชิก สนช.เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ เนื่องจากเคยร่วมงานกันมาก่อน

ทั้งนี้ แคนดิเดตประธาน สนช.จนถึงขณะนี้มี 2 คน คือ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นที่ปรึกษาหัวหน้า คสช. กับ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ซึ่งเคยแสดงบทบาทคลี่คลายวิกฤติการเมืองก่อนการยึดอำนาจ

มีรายงานว่า สนช.สายข้าราชการส่วนใหญ่น่าจะให้การสนับสนุนนายพรเพชร ส่วนนายสุรชัย หากพลาดจากตำแหน่งประธาน สนช. ก็อาจลงชิงตำแหน่งรองประธาน สนช.คนที่ 1 แต่ก็มีรายงานว่า สนช.สายทหารจะส่งคนเข้าชิงเก้าอี้นี้เช่นกัน โดยการเลือกประธานและรองประธาน สนช.จะมีขึ้นหลังการมีรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในวันที่ 7 ส.ค.

"บิ๊ก คสช.-ที่ปรึกษา"ถกโผ ครม.

ด้านความคืบหน้าการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น ตามขั้นตอนหลังจากเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาตินัดแรก พร้อมเลือกประธานกับรองประธาน สนช.แล้ว น่าจะมีการเรียกประชุมเพื่อเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี โดยบุคคลที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น จนถึงขณะนี้น่าจะเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) น่าจะได้รับการเสนอชื่อ เพราะ สนช.หลายคนได้ให้สัมภาษณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่าพร้อมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากมีความเหมาะสมที่สุดต่อสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน

สำหรับรายชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งมีได้ไม่เกิน 35 คนตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 นั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายชื่อหลุดออกมา เนื่องจากการตัดสินใจขั้นสุดท้าย หัวหน้า คสช.จะเป็นผู้พิจารณาเองทั้งหมด ส่วนการทำงานของ คสช.และคณะที่ปรึกษาา 10 คน ลักษณะการทำงานเป็นแบบ compartment คือแบ่งส่วนกันทำ แต่ละคนจะรู้เฉพาะส่วนของตัว แล้วเสนอขึ้นไปยังหัวหน้า คสช.

ทั้งนี้ ผู้ที่คาดว่าได้รับมอบหมายให้พิจารณารายชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น เกือบทั้งหมดเป็นบุคคลใกล้ชิดของ พล.อ.ประยุทธ์ และบางส่วนก็ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาอยู่แล้ว ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะที่ปรึกษา คสช. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ปรึกษา ซึ่งทั้งคู่เคยเป็นผู้บังคับบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ นอกจากนั้นยังมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ที่ปรึกษาอีกคนซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วย

จับตา "เซนต์คาเรียล คอนเน็คชัน"

ส่วนกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีบทบาทในการพิจารณารายชื่อ ครม. คือ กลุ่มเซนต์คาเบรียล คอนเน็คชั่น ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร เป็นหัวขบวน โดยกลุ่มดังกล่าวนี้คือผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล นอกจาก พล.อ.ประวิตร แล้ว ก็ยังมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ปรึกษา คสช.อยู่ในปัจจุบัน และ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) หลังการรัฐประหารเมื่อปี 49

ทั้งนี้ โผครม.ที่มีการคาดการณ์กันก็คือ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ) ทั้งหมดซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายและกลุ่มงานต่างๆ ของ คสช. จะตบเท้าเข้าไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี และกำกับดูแลงานด้านเดิมต่อไป เพื่อให้งานไม่สะดุดหรือขาดตอน

พท.เมินส่งตัวแทนร่วมสภาปฏิรูป

ด้านความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยให้ความร่วมมือกับ คสช.มาโดยตลอด แต่การส่งตัวแทนพรรคเข้าร่วมเป็น สปช.นั้น จากการพูดคุยกับสมาชิกพรรคบางส่วนมีความเห็นตรงกันว่า การที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ แล้วผู้ที่เป็น สปช.มองเห็นว่าเป็นประโยชน์ ก็สามารถหยิบยกนำไปใช้ได้ เท่านั้นก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าไปนั่งเป็น สปช. ขอมีบทบาทตามวิถีทางประชาธิปไตยจะดีกว่า

สอดคล้องกับ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ที่บอกว่า จะเป็นการดีถ้าพรรคจะไม่มีส่วนร่วมในกระบวนการหรือสภาใด โดยเฉพาะการคัดสรร สปช. เพราะบทบาทที่เหมาะสมของพรรคการเมืองใน สปช. ควรอยู่ในฐานะผู้ให้คำปรึกษาคำชี้แจงหากมีการร้องขอมา แต่คงจะไม่เสนอตัวบุคคลโดยเฉพาะสมาชิกพรรคให้ไปนั่งเป็น สปช. เพราะเกรงข้อครหาว่านักการเมืองเขียนกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวว่า แกนนำ กปปส.ยังไม่ได้คุยเรื่องสภาปฏิรูป และยังไม่มีการทาบทามให้แกนนำไปร่วมสภาปฏิรูป ส่วนตัวมองว่าไม่จำเป็นต้องเข้าไปมีตำแหน่งใน สปช. เพราะการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาไม่ได้หวังตำแหน่ง