คปต.ตั้งคณะกรรมการ 4 ชุดพูดคุยกับกลุ่มป่วนใด เผยตร.ร้องขอให้เขตเศรษฐกิจ 3 จว.ชายแดนใต้
ห้ามสวมหมวกกันน็อค ขณะที่พิษบึ้มเบตง ผบช.ศชต.สั่งเด้ง"ผกก.สภ.เบตง" ช่วยราชการ พร้อมตั้งกรรมการสอบฐานบกพร่องปล่อยให้เกิดเหตุระเบิด
ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เมื่อวานนี้(1 ส.ค.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้(คปต.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงาน
ภายหลังการประชุม พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามที่เลขาฯสมช.เสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพูดคุยสันติสุขกับกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 4 ชุด โดยชุดแรกจะเป็นชุดที่เป็นผู้ดำเนินการพูดคุย ส่วนอีก 3 ชุด จะเป็นฝ่ายสนับสนุนแนวทางและนโยบายการพูดคุย ซึ่งยังไม่ได้กำหนดตัวบุคคลที่จะเข้าไปนั่งเป็นกรรมการ
โฆษกกอ.รมน. กล่าวอีกว่า พล.อ.อุดมเดช ได้กล่าวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งสร้างความเข้าใจกับชุมชนในพื้นที่ และให้เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะให้ลดขั้นตอนการดำเนินคดีและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ ให้บูรณาการร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจะนำระบบวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์มาร่วมกับซักถามพยาน เพื่อลดขั้นตอนในการปฏิบัติงานให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว พร้อมจัดทำคู่มือให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติเข้าใจวิธีปฏิบัติอย่างถูกต้อง ทั้งนี้คปต.จะมีการประชุม 2 สัปดาห์ต่อครั้งเพื่อติดตามการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายงาน
พ.อ.บรรพต กล่าวอีกว่าที่ประชุมยังเห็นชอบให้ตั้งสำนักงานเลขานุการคปต.ขึ้นที่ชั้น 7 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพื่อติดตามและประสานการทำงาน หลังจากนี้จะนำผลการประชุมเสนอเข้าที่ประชุมคสช.ชุดใหญ่พิจารณาต่อไป
ส่วนข้อเสนอของตำรวจในพื้นที่ไม่ให้ใส่หมวกกันน็อคในเขตเศรษฐกิจให้สามารถมองเห็นผู้ขับขี่ได้ชัดเจนนั้น เรื่องนี้ต้องประสานตำรวจซึ่งมีอำนาจบังคับใช้กฎหมายจราจรให้ขอความร่วมมือประชาชนในการดูแลความเรียบร้อย
เมื่อถามกรณีที่ข่าวว่านักวิชาการสถาบันพระปกเกล้า เสนอแนะให้นำแนวทางแก้ปัญหาของประเทศอื่นๆ เช่น ฟิลิปปินส์ มาใช้เพื่อแก้ปัญหา พ.อ. บรรพต กล่าวว่า เรานำแผนของประเทศอื่น ทั้งอาเจะห์ ศรีลังกา เป็นต้น





