วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอกชนมาเลย์-ไทยตอบรับเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา

ภาคเอกชน"ไทย-มาเลเซีย"ตอบรับเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา หอการค้าสงขลาเตรียมลงเป็นมติกรอ.หนุนคสช.ทำงาน

จากผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ได้เห็นชอบให้จัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะแรก หรือนำร่องของไทย ใน 5 พื้นที่ชายแดน เพื่อให้ก้าวไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนได้อย่างสมบูรณ์ในปี 58 คือ อ.แม่สอดจ.ตาก,อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว,อ.คลองใหญ่จ.ตราด, จ.มุกดาหารและอ.สะเดาจ.สงขลา ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดน ที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า1ล้านล้านบาทหรือกว่า 15% ของปริมาณการค้ารวมของทั้งประเทศ ให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป เพราะล่าสุดแม้ว่ามูลค่าการส่งออกของไทยในช่วง 5 เดือนแรกจะติดลบที่ 1.2% แต่พบว่ามูลค่าการค้าชายแดนไทยกลับเติบโตมากขึ้น 10-15%

การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 5 เขตดังกล่าวนั้น จะเน้นการตอบสนองต่อการเป้าหมายการพัฒนา ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มการจ้างงาน และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้ประชาชน แก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามายังพื้นที่ตอนใน ปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายจากเพื่อนบ้าน และปัญหาความแออัดตามด่านชายแดน?

ในส่วนของจังหวัดสงขลานายสมพร สิริโปรณานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับทางนายธำรง เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาถึงการเตรียมพร้อมเพื่อพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดาว่าสงขลา เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ 1 ใน 5 ถือว่าเป็นข่าวดีกับชาวจังหวัดสงขลา และสิ่งที่จะตามมาคือเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่เข้ามาแน่นอน รวมทั้งเรื่องแรงงานต่างด้าวที่ขาดแคลนก็คงจะมีการหาแนวทางในการแก้ไข

นายสมพร กล่าวอีกว่า สิ่งหนึ่งที่เราต้องตระหนักก็คือไม่สามารถเอา 5 เขตเศรษฐกิจมาทำในรูปแบบเดียวกันทั้งหมดได้ มันคงเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องมาดูตามหลักภูมิศาสตร์ ดูตามยุทธศาตร์และสังคมแต่ละที่ โดยเฉพาะด่านสะเดา เราเป็นพหุภาคี มีทั้งพุทธ มุสลิม จีน เพราะฉะนั้นเราต้องเอาวัฒนธรรมท้องถิ่นมาบวกกันด้วย ?และการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ หอการค้าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสะเดานั้นเราต้องพัฒนาควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม ส่วนปาดังเบซาร์ก็จะเป็นในเรื่องของศูนย์วัฒนธรรม ซึ่งทางจังหวัดสงขลากำลังผลักดันในเรื่องนี้

นายสมพร กล่าวต่อว่า เรื่องของรถไฟรางคู่ ซึ่งได้คุยกับทางผู้ว่าฯว่าเราทางภาคเอกชนทั้งหมดจะช่วยกันผลักดันในเรื่องนี้ รวมทั้งลงไปคุยทำความเข้าใจกับองค์กรในท้องถิ่นและประชาชนในท้องถิ่นเพื่อเสริมการทำงานของคสช. ให้ลลุล่วงไปโดยเร็ว รวมทั้งจะประชุมร่วมเพื่อลงเป็นมติของกรอ. ว่าเราต้องการอะไรบ้าง อันนี้เพื่อเสริมเติมเต็มในส่วนที่สคช.ผลักดัน

ทั้งนี้ นายสมพร กล่าวอีกว่า และโชคดีว่าจังหวัดสงขลาเองก็ได้ต้อนรับนักธุรกิจโดยหอการค้าของมาเลเซีย 4 รัฐได้นำภาคเอกชนมาลงนามร่วมหอการค้าสงขลา เป็นหอการค้าจีนในมาเลเซีย ซึ่งก็ได้คุยกันในหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องของรถตู้เรื่องการค้าชายแดน ซึ่งนักลงทุนที่มาให้ความสำคัญมาก เขาตั้งใจจะมาลงทุนเพิ่มในบ้านเรา คือบ้างคนนั้นมีลงทุนอยู่แล้ว และประจวบเหมาะกับคสช.ได้ประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก