"ธนิช"เผยเตรียมตำแหน่งงาน รองรับผู้ประสบภัยกว่าหมื่นอัตรา ผู้ประสบภัยสามารถเลือกทำงานตามต้องการ
จากนโยบายการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีมติอนุมัติงบกลางสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินกว่า 5.4 พันล้านบาท โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำไปช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยด้านการเกษตร ปี 2555-2557 ซึ่งคาดว่าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรผู้ประสบภัยเป็นระยะๆ ได้ครบทั้งหมดภายในวันที่ 8 ส.ค.นี้
ขณะเดียวกัน คสช.ได้สั่งการให้กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน เร่งให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภัยธรรมชาติโดยเฉพาะภัยแล้ง และน้ำท่วม ด้วยการส่งเสริมอาชีพเพื่อให้มีรายได้เสริมมาใช้ดำรงชีพในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น
ธนิช นุ่มน้อย รองอธิบดีกรมการจัดหางาน บอกว่า ขณะนี้มีหลายจังหวัดที่กำลังประสบปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะภัยแล้งกับน้ำท่วมนั้นมีผลโดยตรงกับแหล่งน้ำของเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ดังนั้นกรมการจัดหางานจึงจัดทำ “โครงการส่งเสริมการมีงานทำให้กับผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ” ขึ้น เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบให้สามารถมีงานทำ มีรายได้เลี้ยงตนเองในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ
ทั้งนี้ กรมการจัดหางานได้จัดกิจกรรมนัดพบแรงงาน และส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระเพื่อให้ผู้ประสบภัยได้มีความรู้ ทดลองปฏิบัติเกี่ยวกับอาชีพอิสระเพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สามารถต่อยอดในการประกอบอาชีพเสริมได้หลังจากผ่านพ้นวิกฤตแล้ว
"กิจกรรมหลักๆ ของกรมการจัดหางานในโครงการนี้คือ การจัดนัดพบแรงงาน โดยรถโมบายเคลื่อนที่ เพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด รวมทั้งการขึ้นทะเบียนผู้สมัครงาน และการติดตามผลการบรรจุงาน"
สำหรับพื้นที่กลุ่มเป้าหมายของโครงการนั้น จะพิจารณาตามพื้นที่ตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จำนวน 41 จังหวัดในทุกภาคของประเทศ ได้แก่ นครราชสีมา สระบุรี ศรีสะเกษ หนองคาย เพชรบูรณ์ มหาสารคาม สุรินทร์ นครศรีธรรมราช หนองบัวลำภู
บุรีรัมย์ สงขลา ขอนแก่น อุดรธานี สุราษฎร์ธานี ชัยภูมิ อุตรดิตถ์ สุโขทัย กาฬสินธุ์ แพร่ ตาก ชัยนาท น่าน พะเยา กาญจนบุรี พิษณุโลก นครสวรรค์ จันทบุรี พิจิตร
แม่ฮ่องสอน ฉะเชิงเทรา เชียงใหม่ ลำพูน ปราจีนบุรี เชียงราย สระแก้ว ตราด สตูล กระบี่ สมุทรปราการ ชุมพร และตรัง โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ก.ค.2557
โดยในส่วนของอาชีพอิสระนั้น จะเน้นงานที่สามารถอบรมภายใน 1-2 วัน ใช้อุปกรณ์ไม่มาก และลงทุนน้อย เช่น การทำขนม หรืออาหารง่าย ๆ เพื่อนำไปขายในช่วงประสบภัยได้ทันที
นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ อาชีพเสริม และการรับงานไปทำที่บ้าน โดยเน้นให้มีความรู้เกี่ยวกับแนวทางการเลือกประกอบอาชีพอิสระ ข้อดี ข้อเสีย วิธีการคิดต้นทุน กำไร รวมถึงวิธีการรับงานไปทำที่บ้าน และกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้านจะได้มีแหล่งเงินทุน
"เป็นอีกกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีงานทำเป็นช่องทางในการเพิ่มรายได้จากการประกอบอาชีพและสร้างเครือข่าย สามารถเลือกงานที่เหมาะสมที่สุดกับคุณวุฒิ ความชำนาญ บุคลิกภาพ ความถนัด ทักษะของตนเอง"
รองอธิบดีกรมการจัดหางาน ระบุว่า กรมการจัดหางาน และจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ที่ประสบภัยทางธรรมชาติทั้ง 41 จังหวัดดังกล่าว ได้เตรียมตำแหน่งงานว่างรองรับผู้ประสบภัยไว้จำนวนกว่า 1 หมื่นอัตราแล้ว ซึ่งผู้ประสบภัยสามารถพิจารณาและตัดสินใจว่าจะหางานทำในสถานประกอบกิจการ หรือว่าจะอบรม ฝึกอาชีพอิสระ เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละคน
และในโอกาสเดียวกันนี้นายจ้างจะมีโอกาสเลือกคนงานที่เหมาะสมกับตำแหน่งที่ประกาศรับ คือ ศูนย์ตรีเทพ เพื่อการจ้างงานและยกระดับรายได้ ซึ่งจะเป็นการยกระดับรายได้ของประชาชนอย่างครบวงจร ผ่านกระบวนการแนะแนวอาชีพของศูนย์ตรีเทพ
สำหรับศูนย์ตรีเทพมีพื้นที่ดำเนินการทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค รวมจำนวน 20 ศูนย์ โดยในส่วนกลางมี 3 แห่ง คือ สำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 4 เขตพื้นที่ 6 และ 9
ส่วนภูมิภาคมี 17 แห่ง แบ่งเป็นภาคกลาง 6 แห่ง คือ สำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม ระยอง และปทุมธานี
ภาคเหนือ 4 แห่ง คือ สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และพิษณุโลก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 แห่ง คือ สำนักงานจัดหางานจังหวัดหนองบัวลำภู ขอนแก่น นครราชสีมา และอุบลราชธานี
ภาคใต้ 3 แห่ง คือ สำนักงานจัดหางานจังหวัดสงขลา ภูเก็ต และนราธิวาส
นอกจากนี้ยังมีอีกโครงการที่ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันคือ "โครงการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเป็นระบบ" เพื่อแก้ไขปัญหาการว่างงานระหว่างรอฤดูกาลเพาะปลูกใหม่
โครงการนี้เป็นการจัดระบบการเคลื่อนย้ายแรงงานแทนการอพยพเข้ามาหางานทำอย่างไร้จุดหมายเพื่อป้องกันปัญหาการหลอกลวงแรงงานจากกลุ่มมิจฉาชีพโดยมีบริการจัดหางานตลอด 24 ชั่วโมง ที่สถานีขนส่งหมอชิต และสถานีรถไฟหัวลำโพง
"กิจกรรมต่างๆ ที่กรมการจัดหางานจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาตินั้น จะเป็นการจัดร่วมกับทางจังหวัด และทางฝ่ายทหาร เพื่อให้เป็นกิจกรรมสมานฉันท์ ปรองดอง และเป็นการเทิดพระเกียรติในหลวงด้วย"
ทั้งหมดนี้ เป็นภารกิจที่กรมการจัดหางานจะเร่งดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะไม่สามารถดำเนินการได้อย่างถาวร แต่อย่างน้อยก็เป็นส่วนหนึ่งที่เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรให้ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร และเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วพวกเขาจะได้กลับไปประกอบอาชีพหลักได้ดังเดิม





