วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปธ.กมธ.อียูเลี้ยงอาหารค่ำ'ไทย'ถกสัมพันธ์ชื่นมื่น

"สีหศักดิ์" ปลัดกต. ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ตามคำเชิญ ปธ.กมธ.อียูที่เบลเยียม ชี้กระชับสัมพันธ์ชื่นมื่น

มีรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ว่า ในค่ำวานนี้ (22 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียน-สหภาพยุโรป (อียู) ระหว่างวันที่ 22-23 กรกฎาคม ได้เริ่มต้นภารกิจโดยหารือกับนายเดวิด โอซิลลิแวน ปลัดกระทรวงต่างประเทศอียู รับประทานอาหารกลางวันและหารือกับสมาชิกรัฐสภายุโรป จากนั้นได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่นาย Jose Manuel Barroso ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่รัฐมนตรีอาเซียนที่เดินทางมาเข้าร่วมประชุม

นายสีหศักดิ์ กล่าวให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จภาระกิจว่า การเดินทางมาร่วมประชุมครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะเป็นครั้งแรกที่ตนเดินทางเยือนยุโรป ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีท่าทีค่อนข้างแรงต่อไทยหลังเหตุการณ์วันที่ 22 พฤษภาคม และมีโอกาสได้พบกับทั้งฝ่ายอียูที่เป็นผู้นำเสนอนโยบาย รวมถึงพบปะกับสมาชิกอียูแต่ละประเทศไปพร้อมๆ กัน ในส่วนของไทยก็เป็นเช่นที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และหัวหน้าคสช.เคยพูดไว้คือเราเข้าใจได้ว่าเขาต้องยึดหลักการและมีบรรทัดฐานในการดำเนินความสัมพันธ์ แต่ก็อยากให้เขาเข้าใจ ให้เวลาและให้พื้นที่กับไทยในการแก้ไขปัญหาภายในของเราเองด้วย เพราะไม่มีใครจะแก้ไขปัญหาภายในของไทยได้นอกจากคนไทยด้วยกันเอง

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในการพูดคุยกับปลัดกระทรวงต่างประเทศอียูมีการแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาคิดและมองไทยอย่างไร ซึ่งตนได้ชี้แจงไปว่าจะมองโดยเอาหลักการเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องมีความเข้าใจที่แท้จริงด้วยว่า สถานการณ์ในแต่ละประเทศเป็นอย่างไร เรายึดมั่นในแนวทางประชาธิปไตยแต่เส้นทางประชาธิปไตยของแต่ละประเทศไม่ใช่เส้นตรงเสมอไป ดังนั้นจะใช้บรรทัดฐานหรือมองด้วยอุดมคติที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของแต่ละประเทศไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นในไทยไม่ใช่การล้มประชาธิปไตย แต่เป็นการประคับประคองประชาธิปไตยในไทยให้ก้าวหน้าต่อไปได้ ขณะนี้ไทยกำลังมุ่งมั่นเดินตามโรดแมปที่ได้ประกาศไว้ มีการประกาศใช้ธรรมนูญชั่วคราวและจะเดินหน้าตามขั้นตอนอื่นๆ ต่อไป จึงไม่อยากให้ด่วนสรุปแต่ให้ดูตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อให้ไทยกลับสู่การมีประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งโรดแมปของไทยที่ใช้เวลา 15 เดือนไม่ใช่เวลานานไปหากเราทำให้ประชาธิปไตยไทยยั่งยืนได้

" เป็นเรื่องดีที่อย่างน้อยเขาเปิดกว้างที่จะรับฟังความเห็น ที่สำคัญเขาบอกว่าเห็นความสำคัญของไทยที่เป็นหุ้นส่วนสำคัญของอียูในภูมิภาค อียูยืนยันว่ามองไทยเป็นมิตรประเทศโดยท่าทีที่ผ่านมาของเขาถือว่า ถือว่าเบาบางที่สุดและไม่ได้มีอะไรที่ถือเป็นการคว่ำบาตร ทั้งยังตระหนักดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างกันต้องเดินหน้าต่อไป แต่ภายใต้กฎหมายเขามีข้อจำกัดว่าจะต้องดำเนินความสัมพันธ์ในระดับใด เขาจะพยามมองไปข้างหน้า และคาดหวังว่าไทยจะกลับสู่ประชาธิปไตยและมีการเลือกตั้งโดยเร็ว และอยากเห็นกระบวนการที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม โดยจะติดตามมาตรการต่างๆ ของไทยหากมีท่าทีดีขึ้นก็จะทบทวนมาตรการต่างๆ ของเขา"นายสีหศักดิ์กล่าว

นายสีหศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการหารือกับสมาชิกรัฐสภายุโรป ทุกท่านเป็นผู้ที่ดูแลและติดตามความสัมพันธ์กับอาเซียนอยู่แล้วจึงเข้าใจถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ในไทยเป็นอย่างดี มีการสอบถามถึงบทบาทขององค์กรอิสระ บางท่านบอกว่าทราบดีว่าก่อนเกิดเหตุการณ์วันที่ 22 พฤษภาคม ทางเลือกมีไม่มาก และเขามองไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญสำหรับอียูจึงได้ขอให้เขาช่วยอธิบายให้สมาชิกรัฐสภายุโรปได้เข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงในไทยด้วย

นายสีหศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ประธานกรรมาธิการยุโรปจัดขึ้นตนก็ถือโอกาสชี้แจงสถานการณ์ในไทยโดยย้ำว่า สถานการณ์ในประเทศบีบบังคับให้เกิดเหตุการณ์วันที่ 22 กรกฎาคมขึ้น ไม่เช่นนั้นอาจจะพัฒนาไปสู่ความรุนแรงมากขึ้นซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคโดยรวม และเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วจึงควรมองไปข้างหน้า โดยย้ำว่าไทยมุ่งมั่นเดินหน้ากลับสู่ประชาธิปไตยเห็นได้จากที่มีการประกาศธรรมนูญการปกครองแล้ว แม้หลายประเทศตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดไทยไม่จัดการเลือกตั้งให้เร็วขึ้นแต่ปัญหาของไทยไม่ได้แก้ไขด้วยการเลือกตั้งเท่านั้นแต่อยู่ที่ทำอย่างไรให้ประชาธิปไตยของไทยเข้มแข็งขึ้น ปัจจุบันเศรษฐกิจที่ชะงักงันมาหลายเดือนก็ค่อยๆ คลี่คลาย ที่สุดแล้วผลประโยชน์ระยะยาวของอียูจึงอยู่ที่การที่ไทยกลับสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน เพราะจะอย่างไรไทยก็ไม่หยุดนิ่งในการขับเคลื่อนและแสดงบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ และเราก็ยังเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาค