จับตาคสช.เคาะงบบูรณะทำเนียบฯ250ล้านบ. ด้านกรมโยธาฯสั่งจนท.บวงสรวงรอเก้อตั้งแต่เช้า
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเวลาประมาณ 08.00น. เจ้าหน้าที่จากกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง จัดเตรียมเครื่องบวงสรวง เพื่อจัดทำพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่และศาลตายาย ภายในทำเนียบรัฐบาล โดยได้รับการแจ้งว่ามีการประสานไปจากนายนายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยเจ้าหน้าที่จากกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ประสานเป็นการภายในในมาจัดเตรียมเครื่องบวงสรวงเซ่นไหวพระภูมิเจ้าที่ ประจำทำเนียบรัฐบาลอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นผู้รับมอบให้เข้าดำเนินการปรับปรุงตึกบัญชาการ 1-2 และ อาคารสถานที่ส่วนใหญ่ ภายในทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้รับมอบหมายให้ทำการปรับปรุงอาคารตึกบัญชาการ 1-2 และองค์ประกอบของบางตึก ร่วมกับทางกรมยุทธโยธาทหารบก กทม. กรมศิลปากร
โดยรายงานข่าวแจ้งว่าอธิบดีกรมโยธาฯได้สั่งการเป็นการเร่งด่วน เมื่อวานนี้ (21 ก.ค.) ให้มาประกอบพิธีบวงสรวงในเช้าวันที่ 22 ก.ค. เจ้าหน้าที่จึงได้จัดเตรียมเครื่องบวงสรวงชุดใหญ่ ชุดอาหารคาว หวาน ทั้งหมู เห็ด เป็ดไก่ ผลไม้ชุดใหญ่ โดยกำหนดพิธีจะเริ่มพิธี ในเวลาประมาณ 11.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ฯกำลังเตรียมเครื่องบวงสรวงอยู่นั้นได้มีโทรศัพท์เข้ามายังบุคคลที่เป็นหัวหน้างาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเก็บเครื่องบวงสรวงที่เตรียมไว้ขึ้นรถตู้กลับออกไปทันที เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามแต่ก็ได้รับการปฏิเสธ โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่งพูดแต่เพียงว่า “ผิดที่”
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยังนายมณฑล และได้รับการชี้แจงเพียงสั้น ๆ ว่า กำหนดพิธีบวงสรวงศาลเดิมจะทำในเวลา 11.00น. วันที่ 22 ก.ค.ซึ่งตนได้มอบหมายให้รองอธิบดีเป็นผู้เดินทางไปบวงสรวงแทน แต่ก่อนถึงกำหนดเวลา ได้มีฝ่ายของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(สลน.) ได้แจ้งมาว่าให้ยกเลิกไปก่อน ซึ่งก็ไม่ทราบสาเหตุ
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า สาเหตุที่มีคำสั่งให้ยกเลิกพิธีบวงสรวงศาลพระภูมิเจ้าที่ภายในทำเนียบรัฐบาลแบบกะทันหัน ทั้งๆที่เจ้าหน้าที่ฯได้ดำเนินการตระเตรียมเกือบเสร็จแล้วนั้น เป็นคำสั่งมาจากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของทำเนียบรัฐบาลรายหนึ่งโดยระบุว่า เนื่องจากขณะนี้ในส่วนงบประมาณการดำเนินการปรับปรุงทำเนียบรัฐบาลยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่สำนักเลขาธิการนายกฯได้ส่งให้คสช.พิจารณาในวันนี้จำนวน 250 ล้านบาท จึงขอว่าอย่าเพิ่งดำเนินการใด ๆ ไปก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้พิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าหน้าที่ ประจำทำเนียบรัฐบาลจะถูกยกเลิกกะทันหัน แต่ปรากฎว่า เมื่อเวลา 09.45 น. ได้มีกลุ่มพนักงานบริษัทเอกชนที่ได้รับการว่าจ้างจากกรมโยธาธิการและผังเมือง นำพวงมาลัย ดอกไม้ ธูปเทียนเข้าสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตายาย
โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า เมื่อวาน (21ก.ค.) ได้เข้ามาสำรวจพื้นที่และอาคารที่รับผิดชอบคือตึกบัญชาการ 1-2 แล้ว และวันเดียวกันนี้ก็จะเริ่มดำเนินการทันที เนื่องจากเวลามีน้อย จึงพากันมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากทราบถึงเสียงร่ำลือและประวัติต่างๆภายในทำเนียบรัฐบาล จึงมาสักการะเพื่อขออนุญาต และต้องการให้งานที่รับผิดชอบราบรื่น ไม่เกิดอุปสรรคใดๆ
“พวกเราทราบถึงเสียงร่ำลือและความเฮี้ยนต่างๆ ยอมรับว่าก็ค่อนข้างกลัว แต่เมื่อเราเข้ามาปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ได้เป็นการลบหลู่ และทำให้เกิดความสวยงามและดีขึ้น ก็หวังว่าจะไม่เกิดอุปสรรคใดๆเกิดขึ้น แต่ตอนนี้สิ่งที่หนักใจเห็นจะเป็นเรื่องของระยะเวลาในการทำงาน เนื่องจากผู้ว่าจ้างขอให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันที่ 15 ก.ย. เท่ากับเราเหลือเวลาเพียงเดือนเดียว ซึ่งก็ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้ โดยจัดกำลังคนเฉพาะบริษัทของพวกตนจำนวน 150 คน เท่าที่ทราบมีบริษัทเอกชนที่ได้รับการว่าจ้างดำเนินการปรับปรุงตึกบัญชาการ 1-2 จำนวน 3 บริษัท และใช้จำนวนคนเท่าๆกัน ทำงาน 24 ชั่วโมง เพื่อให้งานเสร็จทัน ทั้งการตบแต่งภายใน ภายนอก ซ่อมแซม สี วางระบบเสียง ไฟฟ้า ประปา แต่เท่าที่ช่างได้ทำการสำรวจไม่น่าเชื่อเลยว่าตึกที่มีความสำคัญในทำเนียบอย่างตึกบัญชาการ 1 และ 2 จะทรุดโทรมมาก ทั้งลิฟต์ ระบบเสียง อุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องโล๊ะทิ้งทั้งหมด ห้องประชุมชั้น 5 ตึกบัญชาการ 2 ที่ใช้เป็นห้องประชุมหลักก็ต้องวางระบบใหม่เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะไฟฟ้าและเครื่องเสียง ซึ่งก็คงต้องเร่งทำทั้งวันทั้งคืน ไม่เช่นนั้นคงไม่ทันเวลา” เจ้าหน้าที่บริษัทเอกชนรายหนึ่งกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุการณ์แปลกๆขึ้นก่อนหน้านี้ทั้งเรื่องที่ตัวเงินตัวทองออกมากัดกันด้านข้างตึกบัญชาการ 1-2 โดยไม่เคยประกฎมาก่อน จากนั้น ก็เกิดเหตุไฟดับทั้งตึกบัญชาการ 2 และล่าสุดระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าปรับปรุงตึกนารีสโมสรก็มีการได้กลิ่นน้ำอบไทย จนทำให้เจ้าหน้าที่พากันหวาดกลัว ผู้ที่รับผิดชอบในส่วนต่าง ๆ จึงได้เริ่มดำเนินการทำพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาลเพื่อเข้าดำเนินการ ทั้งนี้ เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ที่กำลังปรับปรุงตึกนารีสโมสรเพื่อให้เป็นสถานที่รับรองแขกรัฐบาลที่เคยได้กลิ่นน้ำอบไทย เปิดเผยว่า หลังที่ทำการขอขมาและนำพวงมาลัยดอกไม้เข้าสักการะ ตอนนี้การทำงานทุกอย่างราบรื่น ยังไม่มีใครเห็นหรือได้กลิ่นแปลกๆอีก





