วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทุ่มงบ300ล้านปรับปรุงทำเนียบฯ

"ปนัดดา" ชี้ทุ่มงบ300ล้านปรับปรุงทำเนียบฯ เหมาะสมอย่างพอเพียง และไม่ฟุ่มเฟือย เพื่อความสง่างาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวานนี้(14 ก.ค.) ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ได้เป็นประธานในการสักการะและบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นพิธีใหญ่ทางพราหมณ์ หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และทำเนียบรัฐบาลได้ปิดทำการในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการชุมนุมทางการเมือง โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกิจการพิเศษ ไม่ได้มาร่วมพิธีแต่อย่างใด แต่ คสช.ส่งตัวแทน นำโดยทีมงานของ พล.อ.สกล ชื่นตระกูล ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ในฐานะคณะที่ปรึกษาประสานงานด้านความมั่นคงฝ่ายความมั่นคง เป็นตัวแทนร่วมพิธี

ม.ล.ปนัดดา กล่าวถึงการบูรณะปรับปรุงทำเนียบรัฐบาลที่จะใช้งบ 300 ล้านบาท ในการบูรณะปรับปรุง ว่า การทำนุบำรุงอาคารในทำเนียบรัฐบาลเป็นไปตามแนวคิดเดิม และได้ดำเนินการในช่วงเวลานี้ โดยทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าของเรื่อง ส่วน สปน.เป็นหน่วยประสานงานที่จะทำงานร่วมกันต่อไป และอาคารในทำเนียบนั้นเก่าแก่ไปตามกาลเวลา ซึ่งเหมือนกับกระทรวงอื่นๆ ที่มีการบูรณะไปแล้ว แต่ทำเนียบยังไม่เคยดำเนินการ โดยงบประมาณเป็นไปตามความเหมาะสมอย่างพอเพียง และไม่ฟุ่มเฟือย เพื่อให้เกิดความสง่างามและเป็นศักดิ์ศรีต่อประเทศต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กรมศิลปากร กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย รวมถึงตัวแทนคสช. โดย พล.ต.วิรรธน์ สุชาติ เจ้ากรมยุทธโยธาทหารบก พร้อมคณะทำงาน ได้หารือการปรับปรุงอาคารสถานที่ภายในทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเดินสำรวจตึกนารีสโมสร ตึกบัญชาการ 2 และตึกไทยคู่ฟ้า

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่คณะทำงานให้ข้อมูลว่า เหตุผลในการปรับปรุงอาคารสถานที่ เพื่อการจัดระเบียบและวางผังการใช้งาน ทั้งห้องทำงาน ห้องประชุม ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เนื่องจากในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา มีการปรับปรุงดัดแปลงห้องต่างๆ โดยสิ้นเปลือง โดยเฉพาะคณะทำงานของฝ่ายการเมือง อาทิ การปรับฮวงจุ้ย การต่อเติมห้องทำงาน ห้องน้ำส่วนตัว ในขณะที่แต่ละชั้นมีห้องทำงานและห้องประชุมอย่างจำกัด และการดำเนินการที่ผ่านมาล้วนใช้งบประมาณภาครัฐ โดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ดังนั้นการจัดระเบียบครั้งนี้จะมีการวางผังห้องทำงาน ห้องประชุม ใหม่หมด แยกสัดส่วนให้เหมาะสม โดยนับจากนี้จะมีการตั้งคณะทำงานพิเศษ โดยดึงสื่อมวลชนเข้ามาร่วมด้วย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการปรับปรุงอาคารสถานที่ โดยเฉพาะห้องทำงานผู้สื่อข่าว หรือรังนกกระจอกเก่า ซึ่งอาจจะรื้อเพื่อปรับภูมิทัศน์เป็นสวนหย่อม หน้าตึกนารีสโมสร ที่จะปรับเป็นเรือนรับรองแขกรัฐบาล

ด้านข้าราชการระดับสูงทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นอกจากการย้ายศูนย์แถลงข่าวตึกนารีสโมสรไปอยู่ที่ตึกบัญชาการ 2 จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์แล้ว แผนการรื้อห้องปฏิบัติการสื่อมวลชน 1 หรือรังนกกระจอกเก่านั้น มีแผนจะใช้พื้นที่ทำเป็นสวนหย่อมสำหรับพักผ่อน และย้ายสื่อมวลชนทั้งหมดไปรวมกันอยู่ที่ห้องปฏิบัติการสื่อมวลชน 2 โดยจะขอฟังความเห็นจากสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลในสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีกระแสข่าวออกไปทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และกระแสต่อต้านจากสื่อมวลชน เนื่องจากรังนกกระจอกเก่าแห่งนี้ถือเป็นห้องปฏิบัติการสื่อมวลชนที่อยู่คู่กับทำเนียบรัฐบาลจนกลายเป็นสัญลักษณ์ส่วนหนึ่งของทำเนียบมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ.2522 หรือประมาณ 35 ปีที่แล้ว อีกทั้งที่มีการเพิ่มห้องปฏิบัติการสื่อมวลชน 2 ก็เพื่อลดความแออัดของจำนวนสื่อมวลชน เนื่องจากมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ปัจจุบัน

“ที่มีแผนการย้ายรังนกกระจอกเก่าออกไปนั้น สาเหตุหลักเนื่องจากรังนกกระจอกเก่าอยู่ใกล้กับตึกนารีสโมสร ซึ่งมีแผนปรับเป็นสถานที่รับรองรองนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จึงไม่ต้องการให้สื่อมวลชนอยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว เพื่อป้องกันข่าวสารรั่วไหล” แหล่งข่าวกล่าว