วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คสช.ยันโฟกัสกลุ่มเคลื่อนไหวในไทยเป็นหลัก

คสช.ยันโฟกัสกลุ่มเคลื่อนไหวในไทยเป็นหลัก เมินให้น้ำหนักกลุ่มนอกประเทศ เป็นหน้าที่อสส.-ตร.ออกหมายจับ

พล.ต.ปณต แสงเทียน เจ้ากรมข่าวทหารบก พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ด้านต่างประเทศ ร่วม ชี้แจงทำความเข้าใจต่อผู้ช่วยทูตทหาร 20 ประเทศ ครั้งที่ 3 โดยครั้งนี้ มีตัวแทน 5 ประเทศที่ไม่มีผู้ช่วยทูตทหาร แต่เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย ได้แก่ อิสราเอล บังคลาเทศ บรูไน เนปาล ยูเครน

พล.ต.ปณต ชี้แจงว่า กรณีการประชุมคณะกรรมการเพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะที่แบ่งออกเป็น 5คณะทำงาน ด้านสื่อวิทยุสื่อโทรทัศน์ ด้านสื่อสิ่งพิมพ์ ด้านข่าวสารสื่อสังคมออนไลน์ และด้านข้อมูลข่าวสารสื่อต่างประเทศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่าไม่ใช่การปิดกั้นข่าวสาร และกระทบสิทธิการรับรู้ข้อเท็จจริงที่ประชาชนควรรู้ แต่เป็นการติดตาม รายงานข้อมูลข่าวสารที่มีผลกระทบต่อประชาชน หรือองค์กรหน่วยงาน เพื่อประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องแก้ไขอย่างเป็นระบบ และจะได้ข้อมูลถูกต้อง รวดเร็ว เหมาะสม ปราศจากการบิดเบือนจนนำไปสู่ความเกลียดชังบุคคล หรือ องค์กรหน่วยงาน ทั้งนี้ ยังจะเน้นหนักการทำงานเสริมประสิทธิภาพฝั่งภาครัฐ เพื่อให้การตอบกลับข่าวสารทันท่วงที ส่งผลการรับรู้จากภาครัฐรวดเร็วขึ้น โดยการทำงานคงอยู่ในลักษณะการแลกเปลี่ยนรับฟังด้วยเหตุผลข้อเท็จจริง โดยเน้นผลประโยชน์ของประเทศชาติที่ควรเป็นไปอย่างเหมาะสม

สำหรับการเคลื่อนไหวของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั้น พล.ต.ปณต กล่าวว่า การเคลื่อนไหวใดที่เป็นไปในลักษณะของการปลุกปั่น และไปกระทำการในต่างประเทศ ถือว่ามีข้อจำกัดในตัวเองอยู่แล้ว เพราะในหลายประเทศจะไม่ยอมให้ใครไปเคลื่อนไหวแบบนี้ เพราะอาจถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในประเทศอื่นได้ ที่สำคัญยังเชื่อมั่นว่าผู้บริโภคข่าวสารส่วนใหญ่มีวิจารณญาณพอที่จะแยกแยะได้ และคงไม่ได้ให้ความสำคัญหรือเชื่อถือทุกข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ โดยเฉพาะทางโซเชียลมีเดีย จนไม่อยากให้มีการขยายผลสร้างกระแสเกินกว่าเหตุ

พล.ต.ปณต กล่าวอีกว่า กรณีการออกหมายจับ นายจักรภพ เพ็ญแข นักเคลื่อนไหวเครือข่ายกลุ่มเสื้อแดง ข้อหาเกี่ยวกับอาวุธสงคราม เป็นไปตามพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสม ทั้งกรณีของนายจักรภพ และการถอนหนังสือเดินทางหรือ พาสปอร์ตของกลุ่มเสื้อแดง 6 คน มีข้อจำกัดในการเปิดเผยข้อมูล เพราะทุกอย่างอยู่ในสำนวนคดีไม่สามารถเปิดเผยให้เห็นถึงขั้นตอนการกระทำความผิดของบุคคลนั้นๆ ได้ อีกทั้ง ไม่ต้องการให้เห็นภาพสังคมเกิดความแตกแยกจากความไม่เป็นธรรมอีกแล้ว

พล.ต. ปณต กล่าวต่อไป เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คสช.ได้เชิญ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ และ นายวีระ สมความคิด ที่ไปจัดกิจกรรมที่เข้าข่ายเป็นกิจกรรมทางการเมืองมาทำความเข้าใจ และได้ปล่อยตัวไปแล้ว จึงขอความร่วมมือบุคคลทั่วไปหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่เข้าข่ายกิจกรรมการเมืองในช่วงนี้ ซึ่งหากตรวจพบว่าไม่ได้ขอนุญาติจาก คสช.ก่อน เจ้าหน้าที่ก็จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาพบต่อไป