ออกหมายจับจำเลยเบี้ยวนัดคดีเผาตลาดซันเดย์

ศาลออกหมายจับ"สาวใหญ่หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย"เบี้ยวนัดฟังฎีกา จ้างวานเผาร้านขายปลาสวยงาม ตลาดซันเดย์ จตุจักรปี50
ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3697/2550 ที่อัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางอภิญญา วงษ์บัญญัติ อายุ 57 ปี หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ บริษัทธนสารสมบัติพัฒนา จำกัด และนายณรินทร์ โพธิ์ยา อายุ 34 ปี อาชีพรับจ้าง ชาวจ.นนทบุรี เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานจ้างวานใช้ผู้อื่นวางเพลิงเผาโรงเรือน อันเป็นที่เก็บสินค้า ร่วมกันวางเพลิงเผาโรงเรือนฯ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน ฯ พ.ศ.2490 จากกรณีเกิดเหตุวางเพลิงร้านขายปลาสวยงาม ตลาดนัดจตุจักร พลาซ่า ล็อก 8 (ตลาดนัดซันเดย์) ถ.กำแพงเพชร 2 ทำให้เกิดความเสียหาย 1.3 ล้านบาท
แต่อย่างไรก็ดี เมื่อถึงเวลานัด ปรากฏว่านางอภิญญา จำเลยที่ 1 ไม่ได้เดินทางมาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลจึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยที่ 1 เพื่อนำตัวมาฟังคำพิพากษา พร้อมให้ปรับนายประกัน เต็มจำนวนมูลค่าที่ได้รับการปล่อยชั่วคราว 1.2 ล้านบาท
โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาอีกครั้ง ในวันที่ 13 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 12 ก.ค.50 นางอภิญญา จำเลยที่ 1 ได้จ้างวาน นายณรินทร์ จำเลยที่ 2 กับพวก จำนวน 10,000 บาท เพื่อให้ไปวางเพลิงเผาร้านขายปลาสวยงาม ภายในตลาดนัดจตุจักร พลาซ่า ล็อก 8 (ตลาดนัดซันเดย์) ถ.กำแพงเพชร 2 ของ น.ส.พรทิพย์ พงษ์พิทักษ์โสภณ ผู้เสียหาย จนเป็นเหตุให้อาคาร รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เก็บสินค้าประเภทอุปกรณ์เลี้ยงปลาสวยงามถูกไฟไหม้เสียหาย คิดเป็นเงิน 1,300,000บาท ก่อนหลบหนีไป เหตุเกิดที่ แขวงและเขตจตุจักร กทม. ซึ่งนางอภิญญา จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ส่วนนายณรินทร์ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ โดยศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำคุก นางอภิญญา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 16 ปี
ส่วนนายณรินทร์ จำเลยที่ 2 จำคุก10 ปี แต่เนื่องจากให้การรับสารภาพ โทษจำคุกจำเลยที่ 2 จึงลดเหลือ 5 ปี ขณะที่คดีในส่วนของนายณรินทร์ถึงที่สุด เมื่อไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ ขณะที่จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์อ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิด แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าพยานโจทก์เบิกความสอดคล้องกัน ซึ่งบริษัทธนสารฯได้พยายามเข้าไปรื้อถอน และทุบอาคารร้านค้าของผู้เสียหายหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จจึงเป็นมูลเหตุจูงใจสำคัญ ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษาจำคุกนางอภิญญา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 16 ปี ตามศาลชั้นต้น ซึ่งนางอภิญญาจำเลยที่ 1 ก็ได้ยื่นฎีกาสู้คดีดังกล่าว







