ทนาย"ยิ่งลักษณ์"ยื่น ป.ป.ช. ค้านมติงดไต่สวนพยาน เผชิญสืบสต็อกข้าว
นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้รับผิดชอบคดีทุจริตจำนำข้าว เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป.ป.ช. เพื่อขอคัดค้านมติคณะกรรมการป.ป.ช.เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 57 ที่งดให้การเผชิญสืบสต็อกข้าวและให้งดการไต่สวนพยาน 8 ปาก โดยมีนายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. เป็นผู้รับหนังสือ
นายนรวิชญ์ กล่าวว่า ทาง น.ส.ยิ่งลักษณ์มอบหมายให้มายื่นโต้แย้ง 4 ประเด็น คือ1.กรณีที่ ป.ป.ช.ให้งดการเผชิญสืบสต็อกข้าว จำนวน 2,977 ล้านตัน และงดสืบพยาน จำนวน 3 ปาก คือ นายชนุตร์ปกรณ์ วงศ์สีนิล ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) นายประกอบ รัตนาภักดี หัวหน้ากองธุรกิจข้าว และนายพชร อนันตศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาเงินนอกงบประมาณนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์เห็นว่าพยานทั้ง 3 ปากเกี่ยวข้องโดยตรงกับข้าวสาร จำนวน 2.977 ล้านตัน นอกจากนี้ ข้าวสารจำนวนดังกล่าวยังมีข้อโต้แย้งของคณะอนุกรรมการปิดบัญชี โครงการรับจำนำข้าวกับองค์การตลาดเพื่อการเกษตรกร (อ.ต.ก.) และ อคส.โดยยังไม่ชัดเจน 2.การคำนวณค่าเสื่อมราคาของข้าว ซึ่งตามรายงานของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ระบุการคำนวณค่าเสื่อมคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรประมาณ ร้อยละ 20 แต่การคิดคำนวณเช่นนั้นไม่ได้ ต้องคิดคำนวณตามความเป็นจริง ดูที่ข้าวมีความเสียหายหรือเสื่อมคุณภาพจริงหรือไม่ 3.การประเมินผลการขาดทุน ตามรายงานของคณะอนุกรรมการปิดบัญชี เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 56 ซึ่งมีข้อโตแย้งกับตัวเลขของ นายสมชัย สัจจพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังอยู่ เป็นแสนล้านบาท และ 4.เรื่องเจตนาพิเศษขอให้ไต่สวนนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เนื่องจากนายอำพนเห็นว่าอดีตนายกรัฐมนตรีสั่งการ มอบหมาย หรือกำชับในที่ประชุมอะไรบ้าง มีการป้องการทุจริต โปร่งใสอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก ป.ป.ช ไม่ดำเนินการจะทำอย่างไร นายนรวิชญ์ กล่าวว่า ต้องดูว่ามีช่องทางใดบ้างที่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่มีอำนาจไปบังคับคณะกรรมการ ป.ป.ช แต่ต้องเข้าใจสิทธิผู้ถูกกล่าวหาพยายามให้ได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด อย่างไรก็ตาม การให้งดการไต่สวนดังกล่าวก่อนหน้านี้ จะทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการต่อสู้คดี ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ยืนยันว่าขอยื่นคำร้องเพื่อขอโต้แย้งมติคณะกรรมการป.ป.ช.ครั้งนี้ ไม่ใช่การประวิงคดีเพื่อให้เกิดความล่าช้า แต่ต้องการขอความเป็นธรรมในการพิสูจน์ความจริงในเรื่องที่ถูกกล่าวหาเท่านั้น
นายนรวิญช์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ขอถามว่าในทีมสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีการตรวจสอบข้าวจะเกี่ยวข้องกับคดีในส่วนนี้หรือไม่ อย่างไร อยากให้ ป.ป.ช รอการตรวจสอบตรงนี้ จะได้เป็นผลดีกับการไต่สวนคดี อย่างไรก็ตามการตรวจสอบของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมีการโหมโรง ชี้นำสังคมว่ามีข้าวสารเสียหาย มีการทุจริตใหญ่โต ไม่เป็นธรรม จึงทำให้อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกสังคมเชื่อว่าทุจริต จึงมองว่าน่าจะมีการแถลงหลังการตรวจสอบเสร็จสิ้นก่อน
เมื่อถามว่า หากเทียบกับคดีนี้กับในอดีตได้ถือว่ารับความเป็นธรรมหรือไม่ นายนรวิชญ์ กล่าวว่า มีความรวดเร็ว ถ้ามองกับคดีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องข้าว ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้า แต่คดีของอดีตนายกรัฐมนตรีมีการรวบรวมสำนวน ไม่มีการไต่สวนเพิ่มเติม ถือว่ารวดเร็ว คิดว่ายังมีอีกหลายประเด็นที่ควรไต่สวนให้กระจ่างมากกว่านี้





