นักข่าว"ภาคสนามยื่น 9 ข้อเรียกร้องถึงสนง.สื่อผ่าน3องค์กรสื่อ พร้อมเปิดตัวกองทุนชัยภัทรฯเพื่อเพื่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 3 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย ร่วมกันจัดกิจกรรม “เติมกำลังใจครั้งที่ 2” ที่สมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย เทเวศร์เมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา
โดยมีสื่อมวลชนภาคสนาม ผู้บริหารสมาคมนักข่าวทั้ง 2 สมาคมฯ ผู้บริหารสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ อดีตนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ ผู้บริหารสื่อฯบางสำนัก เข้าร่วมกิจกรรม
นายมานพ ทิพโอสถ โฆษกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนที่มาร่วมงาน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองอย่างมาก โดยในงานมีพิธีบายศรีสู่ขวัญให้กับผู้ที่มาร่วมงานโดยผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการสื่อ มีการแบ่งปันประสบการณ์จากคนข่าวภาคสนาม รวมถึงมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากนายก่อเขต จันทรเลิศลักษณ์ ประธานสภาวิชาชีพวิทยุและโทรทัศน์ไทย และวง “The eye line ner(ดิอายไลน์เนอร์)” ที่รวมตัวกันเฉพาะกิจ ซึ่งได้รับการอนุเคราะห์เครื่องดนตรีบางส่วนจากนายสมชัย สุวรรณบรรณ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และภายในงานยังมีการเลี้ยงอาหาร เครื่องดื่ม และจับสลากรางวัล
นอกจากนี้ในงานยังได้มอบรางวัลผลการตัดสินการประกวดภาพถ่าย “ชีวิตนักข่าวภาคสนาม” โดยรางวัลชนะเลิศเป็นของนายสุรเชษฐ์ วัชรวิศิษฎ์ จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ที่ใช้ชื่อภาพ “หนีตาย” ซึ่งเป็นภาพที่ช่างภาพนอนหมอบลงกับพื้นหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊ซน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อจะสลายม็อบ กปปส.ที่เข้ากดดันบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ขณะที่รางวัลชมเชยมี 2 รางวัล คือ นายธานี แกมวณิชกุล ผู้สื่อข่าวและช่างภาพแผนกอาชญากรรม นสพ. ไทยรัฐ และนายธิติ วรรณมณฑา ช่างภาพ กองบก.หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
นอกจากนี้ในงานยังมีการมอบเงินและเปิดตัว “กองทุนชัยภัทรฯเพื่อเพื่อน” จำนวน 250,000 บาท ซึ่งเป็นการมอบเงินจากนายมานัสและนางดวงใจ ธรรมวงษา บิดาและมารดาของนายชัยภัทร ธรรมวงษา หรือ อาร์ท อดีตผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า ที่เสียชีวิตด้วยโรคแผลในลำไส้และเบาหวาน ซึ่งสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย เคยจัดงานระดมทุนเพื่อหาเงินช่วยค่ารักษาพยาบาลเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2556 ได้จำนวนหนึ่ง แต่ปรากฏว่าทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆในการรักษา นายมานัสและนางดวงใจจึงนำเงินดังกล่าวกลับมามอบให้ตั้งกองทุนฯเพื่อเป็นประโยชน์ต่อวงการสื่อต่อไป โดยมีนายสุเมธ สมคะเน ประธานสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย เป็นผู้รับมอบ
โฆษกสมาคมนักข่าวฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ไฮไลท์ที่สำคัญในงานคือการยื่นข้อเรียกร้องของ “คนข่าวภาคสนาม” ที่ยื่นต่อประธานสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทยและนายกฯสมาคมนักข่าวทั้ง 2 สมาคมฯ เพื่อส่งต่อไปยังหน่วยงานต้นสังกัดหรือออฟฟิศของแต่ละสำนักข่าว โดยข้อเรียกร้องมีทั้งหมด 9 ข้อ อาทิ การจัดให้มีเบี้ยเสี่ยงภัย การทำประกันชีวิตหมู่ การจัดหาอุปกรณ์ทำข่าวที่เหมาะสม อาทิ เสื้อเกราะ หน้ากากกันแก๊สพิษ และการอนุญาติให้เข้าอบรมเพื่อพัฒนาทักษะและศักยภาพในการทำงาน รวมถึงเรียกร้องกองบรรณาธิการไม่กดดันให้ตั้งจุดถ่ายทอดสดหรือรายงานข่าวอยู่ในจุดที่มีสถานการณ์เสี่ยง
ขณะเดียวกันยังมีข้อเรียกร้องไปยังองค์กรวิชาชีพ อาทิ ขอให้สหภาพแรงงานกลางสื่อฯทำโรดแมพในการทำงานเพื่อช่วยเหลือสื่อมวลชน ให้สมาคมนักข่าวฯประสานทำความเข้าใจแกนนำและเจ้าหน้าที่ให้เลิกใช้ปลอกแขนสีเดียวกับสมาคมฯ หากยังไม่ทำตามขอให้สมาคมวิชาชีพสื่อออกแถลงการณ์บอยคอต และหากพบว่านักข่าวคนใดนำปลอกแขนไปให้บุคคลอื่นใช้ไม่ว่ากรณีใดๆให้มีมาตรการลงโทษบุคคลนั้นทันที และอยากเห็นสมาคมสื่อ ช่วยเตือนนักข่าวภาคสนามอย่าปั่นกระแสข่าวเพื่อสร้างโปรไฟล์ข่าวของตัวเอง เพิ่มความขัดแย้งให้สถานการณ์ และสุดท้ายอยากให้องค์กรสื่อมีช่องทางติดต่อสื่อสารกับนักข่าวภาคสนามทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือ แอพลิเคชั่น ในสมาร์ทโฟนเพื่อความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น





