ศาลชี้เหตุการตาย "เกรียงไกร คำน้อย" ชุมนุม นปช.ปี 53 มาจากกระสุนฝั่งเจ้าหน้าที่ ตามคำสั่ง ศอฉ.10 เม.ย.53
ที่ห้องพิจารณา 711 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่ง การร้องชันสูตรพลิกศพ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตจากเหตุการณ์กระชับพื้นที่การชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 2553 หมายเลขดำ อช.8/2556 ที่พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีอาญา 10 ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนการเสียชีวิตของนายเกรียงไกร คำน้อย อายุ 23 ปี โชเฟอร์รถ 3 ล้อรับจ้าง เพื่อทำคำสั่ง แสดงว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุ และพฤติการณ์ที่ตาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ซึ่งนายเกรียงไกร ถูกยิง บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ข้างกำแพงกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 ช่วงที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าขอคืนพื้นที่การชุมนุม นปช.
โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานจากการไต่สวนแล้ว เห็นว่า วันที่ 10 มี.ค. ต่อเนื่องถึงวันที่ 19 พ.ค.53 ผู้ชุมนุม กลุ่ม นปช. รวมตัวที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ตามแนว ถ.ราชดำเนิน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ยุบสภาแล้วคืนอำนาจให้ประชาชน ต่อมาวันที่ 7 เม.ย.53 รัฐบาลจึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) มอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมมั่นคงขณะนั้น เป็น ผอ.ศอฉ. กระทั่งวันที่ 10 เม.ย.53 เวลา 13.30น. ศอฉ.สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่และพื้นผิวการจราจร บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และบริเวณใกล้เคียง โดยกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหาร ราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31พัน1รอ.) ประมาณ 300 นาย ถือโล่ เป็นอาวุธประจำกาย , ปืนลูกซองยาว บรรจุกระสุนยาง ปืนเอ็ม 16 ปืนทาโวร์ อาวุธปืนที่มีความเร็วสูง ผลักดันผู้ชุมนุมจากแยกสวนมิสกวัน ผ่านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ สะพานมัฆวานรังสรรค์ ไปตาม ถ.ราชดำเนินนอก แต่ผู้ชุมนุมไม่พอใจได้ขว้างปาขวดน้ำ สิ่งของ และเหล็ก ใส่เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ทหารจึงใช้อาวุธปืนยิง ตอบโต้ผู้ชุมนุม ต่อมาเวลา 15.00 น. นายเกรียงไกร ที่ยืนอยู่บนทางเท้าข้างกำแพงกระทรวงศึกษาธิการ ถูกกระสุนที่หน้าอกและลำตัวจนได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้นำตัวนายเกรียงไกร ส่ง รพ.วชิรพยาบาล และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 เม.ย.53 เนื่องจากเสียเลือดมาก เพราะหลอดเลือดใหญ่ บริเวณอุ้งเชิงกรานฉีกขาด จากกระสุนความเร็วสูงที่ยิงมาจากทางเจ้าหน้าที่ทหาร
ขณะที่พยานร่วมชุมนุมกับผู้ตาย และผู้สื่อข่าว - ช่างภาพโทรทัศน์ เบิกความสอดคล้องกันว่า ช่วงการชุมนุม มีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร กับผู้ชุมนุม โดยเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืน ยิงใส่ลักษณะแนวราบกับพื้น โดยแพทย์ชันสูตรศพผู้ตายระบุว่า ผู้ตายถูกยิง บริเวณหน้าอก ด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง แต่ไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้ใดใช้อาวุธยิง และจากหลักฐานคลิปวีดีโอในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหาร เล็งอาวุธและยิงไปทางแนวราบข้างกำแพงรั้วกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งบริเวณจุดที่นายเกรียงไกร ยืนอยู่บนทางเท้า นอกจากนี้จากการตรวจที่เกิดเหตุ พบรอยกระสุนปืน วิถีทางเข้าจากแยก ถ.มิสกวัน โดยวิถีกระสุนปืน เข้าไปที่ถังน้ำสแตนเลส ที่ผู้ตายหลบอยู่ มีทิศทางจากที่ทหารเคลื่อนกำลังพลเข้ามา ซึ่งพบรอยกระสุนปืนบริเวณอาคารใกล้ที่เกิดเหตุ จากหลักฐานเมื่อไม่ปรากฎว่ามีกองกำลังอื่นๆในที่เกิดเหตุ และวิถีกระสุนมาจากฝั่งทหารที่ใช้กำลังเข้ามาขอคืนพื้นที่ตามคำสั่ง ศอฉ.จึงมีคำสั่งว่า นายเกรียงไกร ผู้ตาย เสียชีวิตที่ รพ.วชิรพยาบาล เมื่อวันที่ 11 เม.ย.53 เนื่องจากเสียเลือดมาก จากการถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง ซึ่งมีวิถีกระสุนมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการขอคืนพื้นที่ จากทางด้านแยกสวนมิสกวัน ผ่านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ มายังสะพานมัฆวานรังสรรค์ ตามคำสั่งของศอฉ. โดยไม่ทราบแน่ชัดว่า ใครเป็นผู้กระทำ





