ปปง.ทหาร ตร.สนธิกำลังค้น-ยึดทรัพย์ขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติ ปูพรมค้น20จุด ชี้ฟอกเงินรูปแบบใหม่
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พร้อมด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน จเรตำรวจแห่งชาติ และพล.ท.จารุเกียรติ ชัยวงศ์ ที่ปรึกษากองทัพบก ช่วยราชการรองผอ.รมน.ภาค 2 สนธิกำลังตรวจค้นหลักฐานเกี่ยวกับการลักลอบค้าไม้พะยูงในจ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ มุกดาหาร และกาฬสินธุ์ รวม 5 จังหวัด 20 จุด
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า คดีดังกล่าวปปง.ได้รับการประสานจากสภ.นาจะหลวย จ.อุบลราชานี ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ร่วมตรวจสอบคดีลักลอบแปรรูปไม้พะยูง จากนั้นคณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติให้ตรวจสอบทรัพย์สินของนายภาคิน ศิริวะรมย์กับพวก ใน 5 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันนี้จึงได้กระจายกำลังลงพื้นที่ตรวจค้นเครือข่ายค้าไม้พะยูงซึ่งมีกลุ่มนายทุนที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงทางธุรกรรมการเงินร่วมกัน ประกอบด้วยกลุ่มนายภาคินหรือนายสุภาพ อุประ หรือเสี่ยภาพ ซึ่งจะติดต่อกับนายหน้าหาไม้และรวบรวมไม้ส่งไปยังฝั่งประเทศลาว โดยในขบวนการขนไม้พะยูงแต่ละครั้งจะจัดรถเป็นรูปขบวนอย่างน้อย 4 คัน คันที่ 1 เป็นรถเอ็กซเรย์นำทาง คันที่ 2 เป็นรถขนไม้ คันที่ 3 เป็นรถปิดท้าย และคันที่ 4 เป็นรถคุ้มกัน ซึ่งมักมีอาวุธสงครามและใช้คนขับรถเป็นอดีตทหารพรานที่ได้รับว่าจ้าง ซึ่งการฟอกเงินลักษณะนี้เป็นการฟอกเงินรูปแบบใหม่ เมื่อถูกจับกุมก็จะปฏิเสธว่ารถยนต์ขายออกไปจากเต้นท์แล้วโดยมีเอกสารซื้อขายมายืนยัน คาดว่าเมื่อคดีเข้าสู่การพิจารณาในชั้นศาลเจ้าของเต้นท์รถก็จะยื่นเรื่องขอคืนรถยนต์
เลขาธิการปปง. กล่าวอีกว่า เป้าหมายการเข้าตรวจค้นทั้ง 20 จุดมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด โดยก่อนหน้านี้ปปง.ได้ยึดทรัพย์กว่า 200 ล้าน ในวันนี้จึงมีปฏิบัติการยึดทรัพย์เครือข่ายใหญ่อีกหนึ่งเครือข่าย แม้ว่าที่ผ่านมาการจับกุมขบวนการค้าไม้พะยูงจะเป็นการจับกุมรายเล็กแต่การขยายผลทำให้ทราบว่าเป็นเครือข่ายใหญ่ โดยเฉพาะที่จ.อุบลราชธานี ที่เป็นเต้นท์และมีอู่สำหรับดัดแปลงสภาพรถเพื่อใช้หมุนเป็นพาหนะขนไม้พะยูง โดยรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ มีการดัดแปลงนำเบาะที่นั่งในห้องโดยออก หรือในกระโปรงท้ายรถยนต์เก๋งก็พบรอกที่คาดว่าใช้ในการขนย้ายไม้ และรถปิกอัพที่ติดตั้งหลังคาก็พบร่องรอยเศษติดอยู่
เบื้องต้นนายสมชาย จันทรลักษณ์ เจ้าของเต้นท์รถ ยืนยันว่าทำธุรกิจถูกกฎหมาย ไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าไม้พะยูง โดยเต้นท์ดำเนินกิจการมานานหลายปีในลักษณะซื้อมาขายไป รถยนต์ทุกคันมีสัญญาซื้อขายถูกต้อง เชื่อว่าจะสามารถชี้แจงที่มาทรัพย์สินได้ทุกรายการ
ด้านพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ตำรวจร่วมกับปปง.และทหารกระจายกำลังเข้าค้นพร้อมกันทุกจุด เฉพาะที่จังหวัดอุบลราชธานีเป็นการนำกำลังเข้าค้นเต้นท์รถ 2 จุด อู่ซ่อมรถยนต์ 1 แห่ง และบ้านพัก 4 แห่ง ภายหลังการตรวจค้นจะรวบรวมข้อมูลแถลงข่าวในช่วงบ่ายวันนี้(4 ก.ค.)
สำหรับพื้นที่ 20 จุด ที่มีการกระจายกำลังพร้อมหมายค้นจากศาลเข้าตรวจค้น ประกอบด้วย จ.อุบลราชธานี 7 จุด 1.เต้นท์รถยนต์มือสอง ส.ยิ่งเจริญ เลขที่ 494 ม. 5 ต.ขามใหญ่ อ.เมือง 2. เต้นท์รถยนต์ ส.สนธิ์ ยนตรกิจ 3.อู่ซ่อมรถยนต์ปากซอยพัสดุ 9 4.บ้านพักเลขที่ 71 ซ.พัสดุ 13 5.บ้านพักเลขที่ 212 ซ.พัสดุ 13 6. ร้านครัวปากเซ เลขที่ 188 ม. 10 ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย และ 7.บุฑริการีสอร์ท เลขที่ 138 ม. 17 ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย
จ.มุกดาหาร 9 จุด คือ 1. บ้านพักเลขที่ 16/12 ซ.ศรีประเสริฐ 3 ถ.ดำรงมุกดา ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง 2.บ้านพัก(ใช้เป็นที่เก็บพะยูง) 3.บ้านพักเลขที่ 25/16 ซ.ศรีประเสริฐ ถ.ดำรงมุกดา ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง 4.บ้านพักเลขที่ 219 ม. 7 บ้านโนนสะอาด ต.คำอาฮวน อ.เมือง 5.ร้านแพรวาคาราโอเกะ เลขที่ 93/49 เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร บริเวณหอแก้วจ.มุกดาหาร 6.บ้านเลขที่ 203 ถ.พิทักษ์พนมเขต ต.มุกดาหาร อ.เมือง 7. บ้านเลขที่ 20 ถนนราษฏร์พัฒนา ต.มุกดาหาร อ.มุกดาหาร 8. บ้านเลขที่ 255 ม. 9 ต.นาสีนวล อ.เมือง และ9. บ้านเลขที่ 40 ถ.คำสายทอง ต.มุกดาหาร อ.มุกดาหาร
จ.ศรีสะเกษ 1 จุดคือบ้านเลขที่ 52 ม. 4 ต. บก อ.โนนสูง จ.ศรีสะเกษ จ.กาฬสินธ์ 1 จุด คือบ้านเลขที่ 102 ม. 1 ต.หนองแวง อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ และจ.อำนาจเจริญ 2 จุด บ้านเลขที่ 57 ม.18 ต.บุ่ง อ.เมือง และบ้านเลขที่ 392 ม. 12 ต.บุ่ง อ.เมือง





