มติเสียงข้างมากกกต. ยกคำร้อง"ยิ่งลักษณ์-ครม."ออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน-ตั้งศรส.ไม่ขัดรธน. ชี้กฎหมายให้อำนาจไว้
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. แถลงภายหลังการประชุมกกต. ว่า ที่ประชุมกกต.มีมติเสียงข้างมากเห็นตามที่คณะกรรมการไต่สวนมีมติเป็นเอกฉันท์เสนอให้ยกคำร้องกรณีนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตส.ว.สรรหา และพวกรวม 9 คน ร้องขอให้ตรวจสอบน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีในขณะนั้น และพรรคเพื่อไทย รวม 36 คน กระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญ กรณีที่ได้ดำเนินการออกประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จัดตั้งศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แต่งตั้งข้าราชการไปปฏิบัติหน้าที่ ใช้งบประมาณในการดำเนินการโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากกกต. และเอื้อประโยชน์ต่อสมาชิกและพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งอันจะนำไปสู่การพิจารณาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือไม่
นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า กกต.เห็นว่า การออกประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย ประกอบกับศาลแพ่งมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่าการออกประกาศฯ เป็นกรณีที่กฎหมายให้อำนาจฝ่ายบริหารในการใช้ดุลยพินิจ โดยเฉพาะในการพิจารณาสถานการณ์ต่างๆ ว่ามีเหตุการณ์ความรุนแรงเพียงพอที่จะออกประกาศฯหรือไม่ และเมื่อออกประกาศแล้วย่อมเป็นอำนาจฝ่ายบริหารที่จะจัดตั้งศรส. และแต่งตั้งพนักงาน ข้าราชการไปปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นรูปแบบของคณะกรรมการ ไม่ใช่การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกกต.ก่อน ส่วนเรื่องงบประมาณค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เห็นว่าค่าใช้จ่ายกกต.เคยมีมติเมื่อวันที่ 13 มี.ค.57 และ21 พ.ค.57 ว่า มีความจำเป็นเพื่อเป็นการรักษาประโยชน์ของรัฐไม่ให้เกิดความเสียหายทางราชการ อีกทั้งสำนักงบประมาณก็มีความเห็นว่า การนำงบปกติไปใช้ก่อนแล้วจึงค่อยขอรับการสนับสนุนงบกลางเพื่อสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นไปคืนงบปกติที่ใช้ไปนั้น ไม่เป็นการขัดต่อกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ปรากฏว่าเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปและไม่มีลักษณะเป็นการสร้างโอกาสให้การเลือกตั้งให้กับพรรคเพื่อไทย หรือผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย
ทั้งนี้ นายภุชงค์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการพิจารณาที่จะนำไปสู่การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนั้นในปัจจุบันรัฐธรรมนูญ 50 ได้สิ้นสุดลง ยกเว้นหมวด 2 และคณะรัฐมนตรีรักษาการได้สิ้นสุดลงตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 11 ส่งผลให้ความเป็นรัฐมนตรีรักษาการสิ้นสุดลงทั้งคณะ จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในเรื่องความเป็นรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ในส่วนสำนวนร้องคัดค้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้นยังเหลืออีกประมาณ 5 สำนวน ซึ่งกกต.ก็จะได้เร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จต่อไป





