"วีระ สมความคิด" ถึงไทยแล้ว มีมวลชนแห่รอต้อนรับพร้อมตะโกนบอก'สู้ๆ'
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 11.20 น."วีระ สมความคิด" ถึงไทยแล้วเที่ยวบิน #PG932มีมวลชนรอต้อนรับพร้อมตะโกนบอกว่าวีระสู้ๆ
ก่อนหน้านี้ ช่วงเช้าวันนี้ เวลา 09.30 น. ว่า "วีระ"ให้สัมภาษณ์ครั้งแรก ดีใจได้กลับเมืองไทย ยืนยันทำงานตรวจสอบคอรัปชั่นเหมือนเดิม
ขณะที่เมื่อวานนี้ (1ก.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างคำกล่าวของ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า รัฐบาลกัมพูชาตัดสินใจปล่อยตัว นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ตามคำขอของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
สมเด็จฮุนเซน พูดถึงการเรื่องการปล่อยตัวนายวีระ ระหว่างที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กำลังเยือนกัมพูชา
"สมเด็จฮุนเซน แจ้งต่อนายสีหศักดิ์ว่า นายวีระได้รับอิสรภาพแล้ว หลังจากกษัตริย์นโรดม สีหมุนี ทรงลงพระนามพระราชทานอภัยโทษ" นายเอียง โสภาเลธ โฆษกของสมเด็จฮุนเซน กล่าว โดยมีรายงานว่านายวีระจะบินกลับไทยพร้อมกับนายสีหศักดิ์ในวันพุธที่ 2 ก.ค.
นายสีหศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ในการหารือกับสมเด็จฮุนเซน ได้มีการหยิบยกกรณีนายวีระซึ่งรับโทษอยู่ที่เรือนจำในกรุงพนมเปญมาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วขึ้นมาหารือ ซึ่งตามกฎหมายของกัมพูชาจะต้องรับโทษ 5 ปี จึงจะมีสิทธิขออภัยโทษได้ อย่างไรก็ตาม ได้หารือตามแนวทางของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ขอให้ฝ่ายกัมพูชาพิจารณาปล่อยตัวนายวีระ โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงและมนุษยธรรม รวมทั้งความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ โดยฝ่ายไทยไม่ประสงค์จะแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา
ภายหลังจากที่สมเด็จฮุนเซนได้รับฟังคำอธิบาย ก็ได้หยิบกระดาษขึ้นมา 1 แผ่น คือ พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) พระราชทานอภัยโทษให้กับนายวีระ โดยลงวันที่ 1 ก.ค.2557 พร้อมกับถามว่าจะรับตัวนายวีระวันใด คือวันนี้หรือพรุ่งนี้ ตนจึงเรียนว่า พ.ร.ฎ.ลงวันที่วันนี้ จึงขอให้เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย เดินทางไปรับตัวนายวีระในวันนี้ (1 ก.ค.) ทันที โดยนายวีระจะเดินทางกลับพร้อมคณะของทางการไทย ถึงประเทศไทยในวันที่ 2 ก.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายวีระจะเดินทางพร้อมคณะทางการไทย ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ พีจี 932 ออกเดินทางจากกรุงพนมเปญเวลา 10.15 น. คาดว่าจะถึงประเทศไทยประมาณ 11.25 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สาเหตุหนึ่งที่มีการปล่อยตัวนายวีระ เป็นการประสานงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้ติดต่อประสานกันระหว่างกองทัพบกไทยกับกองทัพบกกัมพูชา โดยอาศัยความสัมพันธ์ของกองทัพทั้งสองประเทศ โดย พล.อ.ประยุทธ์ แสดงเจตนาไปยัง ผบ.ทบ.กัมพูชา ขอให้ช่วยเดินเรื่องให้รัฐบาลกัมพูชาปล่อยตัวนายวีระ ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำหนังสือขอบคุณไปยังสมเด็จฮุนเซน และรัฐบาลกัมพูชา ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นมิตรประเทศที่เข้าใจถึงสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย หลังจากที่ คสช.ได้เข้าควบคุมอำนาจการปกครอง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากที่มีการยืนยันว่าทางการกัมพูชาจะปล่อยตัวนายวีระแน่นอน นายสีหศักดิ์ได้โทรศัพท์รายงานมายัง พล.อ.ประยุทธ์ ทันที
ก่อนหน้านั้น ในช่วงสายวันเดียวกัน นายสีหศักดิ์ได้เดินทางไปยังกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เพื่อพบและหารือกับ นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา เพื่อชี้แจงพัฒนาการทางการเมืองของไทย การขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศ รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ และการจัดระเบียบแรงงาน โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง
ภายหลังการหารือ นายสีหศักดิ์ และ นายฮอร์ นัมฮง แถลงร่วมกัน โดยนายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ได้ชี้แจงสถานการณ์ในไทยเป็นเรื่องแรก โดยได้เล่าให้ทราบถึงพัฒนาการทางการเมืองไทยของไทยว่าขณะนี้มีความสงบ และเดินไปตามโรดแมพที่ คสช.กำหนดไว้ ทั้งเรื่องการปรองดอง การปฏิรูป และการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งล่าสุดหัวหน้าคสช. เพิ่งได้แถลงย้ำว่าจะเดินไปตามแนวทางเพื่อให้มีประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ความชัดเจนทั้งหมดจะเกิดขึ้นในเดือน ต.ค.2558
นอกจากนี้ ยังย้ำว่าระหว่างนี้นโยบายเศรษฐกิจและการต่างประเทศยังต้องขับเคลื่อนต่อไป โดยเฉพาะประเด็นข้อตกลงที่ไทยมีต่อกัมพูชา โดยเฉพาะกรอบพัฒนาความร่วมมือตามแนวชายแดนให้มีผลเป็นรูปธรรม ส่วนการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว เป็นเพราะไทยเห็นความสำคัญของแรงงานชาวกัมพูชา เมียนมาร์ และลาว ว่ามีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย จึงเห็นว่าควรจัดระเบียบให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้แรงงานได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายหน้า ป้องกันการค้ามนุษย์
อย่างไรก็ตาม เป็นห่วงเรื่องการนำเสนอข่าวที่อาจจะคลาดเคลื่อน โดยการสรุปเหตุการณ์บางเหตุการณ์ซึ่งไม่ใช่แนวนโยบายของรัฐบาลไทย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยากให้เน้นถึงความร่วมมือระหว่างกันในเรื่องแรงงาน เพื่อให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสองประเทศต่อไปจะดีกว่า
ขณะที่ นายฮอร์ นัมฮง กล่าวว่า เข้าใจต่อสถานการณ์ทางการเมืองของไทย โดยสมเด็จฮุนเซนก็ได้ยืนยันว่า กัมพูชายังคงยึดหลักที่จะไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศใด ส่วนกรณีที่แรงงานกัมพูชาในไทยเดินทางกลับประเทศ กัมพูชาก็มีความเข้าใจต่อเหตุการณ์ โดยกัมพูชาจะส่งแรงงานกัมพูชากลับเข้าไปทำงานในไทย และจะทำให้ถูกกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาได้ส่งหนังสือรับรองเพื่อขอยื่นวีซ่าแรงงานจากกรุงพนมเปญกว่า 1 หมื่นคน ซึ่งก็ได้กลับไปทำงานในไทยแล้วเป็นจำนวนมาก





