"สมยศ"รอง ผบ.ตร. ติวเข้มนครบาล สางคดีหมายจับค้างเก่า สั่งเดินหน้าเช็คบิลคดีบึ้มรั้วบ้านป๋าเปรมปี50
นครบาล-เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รองผบ.ตร.)พร้อมด้วย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รรท.รองผบช.น. ตัวแทนหน่วยงานทหารและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความสงบเรียบร้อยพื้นที่กทม.ประชุมร่วมความมั่นคงประเมินสถานการณ์ต่างๆ
พร้อมเร่งรัดติดตามการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำความผิดคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงตามที่มีการออกหมายจับรวมถึงความผิดเกี่ยวกับคดีครอบครองอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิดตลอดจนความผิดกรณีขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.)
ตามคำสั่ง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่เร่งรัดสั่งการมาให้สะสางคดีค้างเก่าต่าง ๆ ที่ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วโดยเฉพาะคดีระเบิดรั้วบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษในช่วงที่ผ่านมาโดย พล.ต.อ.สมยศ จะประชุมเร่งรัดติดตามคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงในส่วนความรับผิดชอบของกองปราบปรามวันพรุ่งนี้ (2 ก.ค.)เวลา 13.00 น.
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวถึงการขออนุมัติออกหมายจับนายจักรภพ เพ็ญแข ว่าสืบเนื่องจากการจับกุมอาวุธปืนในพื้นที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาให้การซัดทอดว่า นายจักรภพ มีส่วนรู้เห็นกับการนำมาซึ่งอาวุธรู้เห็นการจัดหาอาวุธโดยพนักงานสอบสวนมีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดได้ ส่วนเจ้าตัวจะพูดอย่างไรก็แล้วแต่ขอยืนยันว่า นายจักรภพมีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 215-216 ในกรณีนำมวลชนแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ(นปก.)ปิดล้อมบ้านพักพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองค์มนตรี เมื่อวันที่22 กรกฎาคม 2550 ซึ่งคดีนี้สามารถดำเนินการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้อยู่แล้ว
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า การประชุมในส่วนของ บช.น.วันนี้เป็นผลสืบเนื่องจาก พล.ต.อ.วัชรพล มีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานงานสอบสวนคดี อาวุธปืนทั้งหมดโดยให้กำกับดูแลในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนที่จะมีการนำสำนวนคดีอาวุธปืน อาวุธสงครามที่เกิดขั้นทั้งในกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชกาารตำรวจภูธรภาค 1, 2, 4, 6 เข้าไว้ด้วยกันทั้งหมด ซึ่งจะโยงใยให้เห็นว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ซึ่งมีรายงานว่าการจับกุมคดีอาวุธปืน อาวุธสงคราม ในพื้นที่ จ.ขอนแก่นนั้นมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงนายจักรภพด้วย
ส่วนการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดกฎหมายอาญามาตรา 215 มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิด การวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองนั้นตำรวจทหารยังคงสืบสวนตรวจตราความเคลื่อนไหวกลุ่มต่างๆอย่างต่อเนื่อง หากพบมีการกระทำความผิดจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับถ้าผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ บรรดาผู้ที่กระทำความ ผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท
หรือ ทั้งจำทั้งปรับถ้าผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้า หรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการ กระทำความผิดนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 216 เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิด ตามมาตรา 215 ให้เลิกไป ผู้ใดไม่เลิก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน สามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ





