วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไฟเขียวแก้ปัญหาผลไม้ภาคตอ.ขยายเวลาเงินกู้ช่วยชาวนา

"คชก."ไฟเขียวแผนแก้ปัญหาผลไม้ภาคตะวันออกปี57 อนุมัติขยายระยะเวลาโครงการเงินกู้ในการทำนาปี47/48

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคสช. เปิดเผยว่า วานนี้ (21 มิ.ย.) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เป็นประธานการประชุม คชก.ครั้งที่ 1/2557 (ครั้งที่ 236) โดยที่ประชุมเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการตามแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2557 โดยการกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต และการส่งเสริมการแปรรูป ​​โดยอนุมัติวงเงิน 50.927 ล้านบาท แยกเป็นเงินทุนหมุนเวียน 2.8 ล้านบาท และเงินจ่ายขาดวงเงิน 48.127 ล้านบาท ดังนี้

1.มาตรการกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต เป้าหมายผลผลิต 27,870 ตัน วงเงิน 46.29 ล้านบาท ประกอบด้วย (1) กระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต วงเงิน 39.75 ล้านบาท เป้าหมายผลผลิต 15,900 ตัน โดยสนับสนุนเงินชดเชยค่าขนส่งและค่าบริหารจัดการผลผลิต ในอัตรากิโลกรัมละ 2.50 บาท (2) เสริมสภาพคล่องในการซื้อขายผลไม้ วงเงิน 6.54 ล้านบาท เป้าหมายผลผลิต 11,970 ตัน โดยสนับสนุนเงินชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 3 ต่อปี ที่กู้ยืมเงินจาก ธ.ก.ส. วงเงินกู้รวมไม่เกิน 218 ล้านบาท ทั้งนี้ การช่วยเหลือค่าขนส่งและค่าบริหารจัดการผลผลิตข้างต้น ให้คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีปฏิบัติการกำกับดูแล และระดับราคาผลไม้ที่จะเข้าไปช่วยเหลือเช่นเดียวกับปีก่อน โดยให้ประโยชน์ตกถึงเกษตรกรและได้รับราคาจำหน่ายผลผลิตที่เป็นธรรมสอดคล้องกับต้นทุนการผลิต และให้มีผู้แทนเกษตรกร ร่วมพิจารณาด้วย

2. มาตรการส่งเสริมการแปรรูป เป้าหมายผลผลิต 850 ตัน วงเงินรวม 3.25 ล้านบาท ประกอบด้วย (1) ส่งเสริมการแปรรูปมังคุดและเงาะเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (จ.ตราด) เป้าหมาย 500 ตัน วงเงิน 0.45 ล้านบาท โดยสนับสนุนเงินชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 3 ต่อปี วงเงินกู้ไม่เกิน 15 ล้านบาท. (2) การจัดหาวัตถุดิบในการแปรรูป (จ.จันทบุรี) เป้าหมาย 350 ตัน สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนปลอดดอกเบี้ย 2.8 ล้านบาท

ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้​​อนุมัติให้ยกเว้นเบี้ยปรับจากการผิดนัดชำระหนี้ ตามกรอบแนวทางการติดตามการชำระหนี้กองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ให้แก่กลุ่มเกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นลูกหนี้โครงการสนับสนุนการจัดซื้อเตาอบและเงินทุนหมุนเวียนรับซื้อลิ้นจี่เพื่อแปรรูป ปี 2540 จำนวน 26,631.53 บาท จำนวน 11 กลุ่ม ที่ได้ชำระเงินต้นและค่าเบี้ยปรับรวมกันแล้วเกินกว่าเงินต้นที่กู้ยืม โดยให้นำค่าเบี้ยปรับที่กลุ่มเกษตรกรชำระแล้วมาชำระเป็นเงินต้นที่คงค้าง จำนวน 107,691.08 บาท เพื่อปรับลดภาระหนี้และตัดออกจากบัญชีลูกหนี้คงค้างของกรมส่งเสริมการเกษตร สำหรับค่าเบี้ยปรับที่ชำระไว้เกินกว่าเงินต้นจำนวน 63,059.12 บาท ให้ยกเป็นรายได้ของกองทุนรวมฯ ทั้งนี้ การยกเว้นเบี้ยปรับดังกล่าวให้ครอบคลุมถึงกลุ่มเกษตรกรลูกหนี้กลุ่มอื่นที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ติดตามเร่งรัดการชำระหนี้ และได้ดำเนินการตามเงื่อนไข โดยให้เร่งรัดตรวจสอบกลุ่มเกษตรกรลูกหนี้โครงการที่เหลือ และใช้กรอบแนวทางเช่นเดียวกัน เพื่อให้สามารถปิดบัญชีโครงการได้โดยเร็ว

นอกจากนี้ที่ประชุมได้​​อนุมัติให้ขยายระยะเวลาโครงการเงินกู้เพื่อจัดหาปัจจัยการผลิตในการทำนา ฤดูการผลิตปี 2547/48 จากเดิมสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2554 เป็นสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2557 เพื่อให้กรมการปกครองเร่งรัดติดตามการชำระหนี้คงค้างและนำเงินส่งคืนกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อปิดบัญชีโครงการต่อไป

​​ ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าว่า รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรโดย คสช. มีหลักการที่ชัดเจน โดยมุ่งลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพื่อลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการควบคุมการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายอย่างเคร่งครัด อาทิ การควบคุมราคาและคุณภาพของปัจจัยการผลิตเช่นปุ๋ย การดำเนินมาตรการและกลไกที่มีอยู่เพื่อดูแลในเรื่องค่าเช่าที่นา เป็นต้น รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจได้กำชับในที่ประชุมให้หัวหน้าส่วนราชการลงไปกำกับดูแลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดเพื่อให้การช่วยเหลือชาวนาและเกษตรกรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล