สั่งลด'ค่าเช่าที่ดิน'ไร่ละ200ต่อรอบผลิต คสช.เตรียมแถลงมาตรการลดต้นทุนชาวนาศุกร์นี้
"คสช." สั่งลดค่าเช่าที่ดินไร่ละ 200 บาท ต่อรอบการผลิต พร้อมให้ธ.ก.ส.ลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงอีก 3% รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท รัฐใช้งบประมาณชดเชย 4.5 พันล้านบาท น้อยกว่าจ่ายชดเชยปัจจัยการผลิตไร่ละ 700 บาท ที่ใช้เงินสูงถึง 4 หมื่นล้านบาท
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณามาตรการด้านการผลิตและการตลาดสินค้าข้าว เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับตัวแทนชาวนากลุ่มต่างๆ อาทิ สมาคมชาวนาไทย สมาคมเกษตรกรไทย และเครือข่ายชาวนาไทย รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรทั้งหมด เพื่อพิจารณามาตรการลดต้นทุนการผลิตของชาวนาว่า เบื้องต้นที่ประชุมมี 2 แนวทางที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิต ได้แก่ มาตรการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่เกษตรกร ที่เป็นลูกค้าของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 3% จากปัจจุบันอยู่ที่เอ็มอาร์อาร์ หรือประมาณ 7% วงเงินกู้ไม่เกินรายละ 5 หมื่นบาท
ขณะที่เกษตรกรที่ไม่ได้เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. แต่เป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตร จะได้ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 3% เช่นกัน โดยแต่ละสหกรณ์ต้องไปลดดอกเบี้ยตามสัดส่วนให้แก่สมาชิกให้ได้ จากดอกเบี้ยที่กู้จากธ.ก.ส.ที่เอ็มแอลอาร์ หรือ 5% โดยส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้ที่ธ.ก.ส.ลดไป รัฐบาลจะสรรงบประมาณชดเชยให้แก่ธ.ก.ส.ภายหลัง โดยคาดว่าวงเงินชดเชย 4.5 พันล้านบาท
แหล่งข่าวจากที่ประชุม กล่าวว่า ในที่ประชุมได้มีข้อตกลงระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจการเกษตรและเจ้าของที่ดิน กับคณะอนุกรรมการฯว่า ต้องลดค่าเช่าที่ดินลงไร่ละ 200 บาทต่อรอบการผลิต เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้ชาวนา ซึ่งเจ้าของที่ดินยอมรับปากแล้ว และจะเริ่มมีผลตั้งแต่รอบการผลิตนี้เป็นต้นไป
"ที่ประชุมเห็นว่า มาตรการดอกเบี้ย จะส่งผลประโยชน์ต่อชาวนามากกว่า แต่ใช้งบประมาณน้อยกว่าการชดเชยปัจจัยการผลิตเป็นเงินสด ที่ใช้งบประมาณอุดหนุนมากถึง 4 หมื่นล้านบาทและชาวนาส่วนใหญ่เป็นลูกค้าธ.ก.ส. ขณะที่อีกส่วนที่ไม่ได้เป็นลูกค้าก็จะเป็นสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งสหกรณ์การเกษตรปกติจะกู้เงินจากธ.ก.ส.มาปล่อยกู้ต่ออยู่แล้ว ซึ่งธ.ก.ส.ก็จะคิดอัตราดอกเบี้ยถูกกว่าลูกค้ารายย่อยของธนาคารเอง" แหล่งข่าวระบุ
นอกจากนั้น ยังมีมาตรการให้ธ.ก.ส.ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยผ่อนปรน ให้แก่สหกรณ์การเกษตรวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท เพื่อรวบรวมข้าวเปลือกมาแปรสภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มตามกระบวนการสหกรณ์ ซึ่งส่วนต่างดอกเบี้ยผ่อนปรนดังกล่าวรัฐบาลจะชดเชยให้กับธ.ก.ส.
ส่วนข้อเสนอของกระทรวงเกษตรฯ ให้จ่ายชดเชยปัจจัยการผลิตแก่ชาวนาไร่ละ 700 บาท รายละไม่เกิน 10 ไร่ จากเดิมเคยเสนอไร่ละ 1,700 บาทนั้น เพราะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 4 หมื่นล้านบาท ทำให้ที่ประชุมไม่เห็นด้วย และสำนักงบประมาณระบุว่า ไม่ได้กันวงเงินงบประมาณสำหรับเรื่องนี้ไว้ ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯ จึงปรับลดวงเงินชดเชยเหลือ 700 บาทต่อไร่ แต่นโยบายของคสช. กำหนดไว้ชัดเจนว่า มาตรการลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร ต้องไม่ใช่การจ่ายเงินโดยตรงแก่เกษตรกร และต้องไม่สร้างภาระงบประมาณ รวมทั้งต้องมีความเป็นธรรมต่อสินค้าเกษตรชนิดอื่น
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ในวันศุกร์ที่ 20 มิ.ย.นี้ ทีมเศรษฐกิจคสช. จะแถลงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยหลักของมาตรการ คือ ช่วยลดต้นทุนการผลิต ราคาข้าวมีเสถียรภาพ และไม่เป็นภาระต่องบประมาณ
"ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีมาตรการช่วยเหลือชาวนาภายใต้หลักการดังกล่าว โดยมีสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ เป็นฝ่ายเลขาฯ ที่จะทำหน้าที่รวบรวมมาตรการเสนอให้ทีมเศรษฐกิจคสช.ได้พิจารณา ก่อนประกาศอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่จะถึงนี้"
ธ.ก.ส. มีหน้าที่ในการดูแลต้นทุนการผลิตด้านแหล่งเงินทุนในการผลิต ซึ่งนำเสนอเรียบร้อยแล้ว โดยผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวนาปี 2557/58 ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตออกมาเป็นปริมาณมากและมีราคาตกต่ำ โดยเกษตรกรมีทางเลือกชะลอการขาย โดยไม่ต้องกังวลกับเงินที่จะใช้จ่ายในครัวเรือนและภาระหนี้สิน และโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าว โดยจะดำเนินการผ่านสถาบันเกษตรกร เพื่อกระตุ้นให้องค์กรเข้ามามีส่วนช่วยในการรักษาระดับราคาผลผลิตข้าว รวมทั้งมีการแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต
"ส่วนวงเงิน และอัตราดอกเบี้ยจะสรุปอีกครั้ง ซึ่งดอกเบี้ยจะต้องอยู่ในระดับต่ำ แต่ต้องขึ้นอยู่กับภาระงบประมาณที่จะต้องมาชดเชยแก่ธ.ก.ส.ด้วย"





