"ไพบูลย์"ขู่อธิบดีกรมราชทัณฑ์แก้ปัญหายาเสพติดในเรือนจำไม่ได้ไม่ควรทำงานต่อ
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหาบก ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีจับกุมรองผอ. องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.)เรียกรับสินบนค่าส่งอาหารผู้ต้องขังของเรือนจำว่า หลังจากดำเนินการกับเรื่องยาเสพติดที่เป็นปัญหาเร่งด่วนแล้วจึงจะเข้าไปตรวจสอบเรื่องการจัดซื้ออาหารและปัญหาอื่นๆ ของเรือนจำ สำหรับการย้ายผู้ต้องขังรายสำคัญที่ยังมีความเคลื่อนไหวในการสั่งค้ายาในเรือนจำ พบว่ามีรายชื่อผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าวเสนอมาให้พิจารณาแล้ว 200-300 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการดูแลเช่นการจัดส่งอาหารเข้าไปในเรือนจำความมั่นคงสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้มีช่องลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามเข้าไปได้อีก
ส่วนเรื่องเครือข่ายที่ยังลักลอบใช้โทรศัพท์มือถือในเรือนจำ ยืนยันว่าทหารมีข้อมูลและสายข่าวแฝงตัวในเรือนจำ ทำให้มีข้อมูลความเคลื่อนไหวคนกลุ่มนี้เช่นกัน การทำงานของคสช.ไม่ได้รอเพียงการรายงานจากรมราชทัณฑ์ที่ผ่านมาได้สั่งการให้จู่โจมตรวจค้นทั่วประเทศ หากหยุดปัญหายาเสพติดในเรือนจำไม่ได้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ก็ไม่ควรปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ควรให้บุคคลอื่นเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทน
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า มีอีกหนึ่งฐานะในตำแหน่งของคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.) ซึ่งเร็วๆนี้จะเรียกประชุมกรรมการเพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวกรรมการหรือไม่ และหากเปลี่ยนจะต้องมีเหตุผลชัดเจนว่ากรรมการชุดดังกล่าวขัดขวางการทำงานอย่างไร หากยังทำงานได้ก็ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยน ทั้งนี้ ยืนยันว่าคสช.ให้ความสำคัญและจะพยายามเข้าไปดำเนินการไม่ให้ถูกมองว่าปรับเปลี่ยนคนที่มาจากรัฐบาลชุดเก่า





