"อธิบดีราชทัณฑ์"แจงไม่เกี่ยวรองผอ.อตก.รับสินบนจัดส่งอาหารนักโทษ ชี้เป็นคู่สัญญากับอตก.ไม่ใช่เอกชน
พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีการล่อจับ รองผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) เรียกรับสินบน การส่งอาหารจากผู้ประกอบการ ให้เรือนจำว่า เป็นความรับผิดชอบของอตก.ไม่เกี่ยวข้องกับกรมราชทัณฑ์ พร้อมชี้แจงว่าตั้งแต่รับตำแหน่งเมื่อปี 2554 ได้ทดลองจัดซื้ออาหารจากผู้ต้องขังมาแล้วทุกรูปแบบคตั้งแต่การเปิดประมูลอย่างเสรี และการทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ อาทิ อตก. องค์การคลังสินค้า และ องค์การสะพานปลา โดย ปีแรกที่ตนรับตำแหน่งได้สั่งเลิกสัญญาทั้งมดและเปิดประมูลเสรีกับภาคเอกชนด้วยทำให้ได้ผู้ประมูลในราคาถูกเพราะมีการแข่งขันราคาอย่างเปิดเผยแต่ประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้เอกชนประสบปัญหาจัดส่งไม่ได้
พ.ต.อ.สุชาติ นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่จำนวนนักโทษทั่วประเทศมีมากถึง 300,000 คน แต่สำนักงบประมาณอนุมัติวงเงินจัดซื้ออาหารให้นักโทษได้เพียง 166,800 คน แปลว่าใน 1 วันต้องใช้เงิน 2 วันเเพื่อจัดซื้ออาหาร งบค่าอาหารทั้งปีมีจ่ายให้แค่ 6 เดือน ทำให้ผู้ประกอบการต้องหยุดส่งอาหารให้เรือนจำ ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนกลับไปใช้วิธีทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ แม้จะต้องใช้งบประมาณในการจัดซื้ออาหารมากขึ้น แต่ก็มั่นใจว่าจะมีอาหารส่งให้นักโทษตลอดทั้งปี และภาระการจัดส่งอาหารจะตกอยู่อยู่กับทั้ง 3 หน่วยงาน ในฐานะคู่สัญญา ในส่วนของเรือนจำจะรับผิดชอบในส่วนของการตรวจรับโดยจะมีเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์และกระทรวงยุติธรรมในท้องที่ต่่างๆเข้าเป็นกรรมการตรวจรับ ไม่ว่าจะมีการหักหัวคิวหรือผลประโยชน์ใดๆ แต่คู่สัญญาต้องจัดส่งสัญญาให้เรือนจำตรงตามคุณภาพและปริมาณที่กำหนดเป็นเงื่อนไขในสัญญาซื้อ
พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวต่อว่า งบการจัดซื้ออาหารหรือที่เรียกว่างบดำรงชีพ เราให้ความสำคัญสูงสุด เพราะนักโทษต้องมีอาหารกินทุกวัน ขาดแม้แต่เพียงมื้อเดียวก็ไม่ได้เพราะอาจเกิดจลาจล จึงเป็นเรื่องที่เสี่ยงไม่ได้จึงต้องตัดสินใจทำสัญญากับองค์กรที่เป็นหน่วยงานภาครัฐซึ่งตรงนี้กำหนดไว้ในระเบียบของกรมราชทัณฑ์ และองค์กรมที่ได้รับสิทธิเป็นคู่สัญญาก็เป็นตามมติครม.
รายงานข่าวแจ้งว่าที่ผ่านมามีข้อครหาว่าองค์กรที่มาเป็นคู่สัญญากับกรมราชทัณฑ์ เป็นเสือนอนกิน และมีผู้ที่ไปเรียกรับสินบนจากบริษัทเอกชน แต่ยังไม่เคยมีการจับได้ โดยกรณีนี้ถือเป็นกรณีแรก





