"สุเทพ"ขึ้นศาลตอบ"ทนายธาริต"ซักค้านสรุปสำนวนสั่งฆ่าผู้อื่นเหตุสลายม็อบนปช.ปี53วันที่10เม.ย.มีผู้ก่อการร้ายดักซุ่มยิง
ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ คดีหมายเลขดำ อ.310/2556 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ปัจจุบันปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี, พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ในฐานะอดีตหัวหน้าชุดคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี2553 , พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่ 1- 4 ในความผิดฐานเป็นร่วมกันเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตและเป็นเจ้าพนักงานสอบสวน กระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 , 200 กรณีเมื่อเดือน ก.ค.54 - 13 ธ.ค.55 ดีเอสไอสรุปสำนวน ดำเนินคดีนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ข้อหาก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าโดยเจตนาและเล็งเห็นผล จากการออกคำสั่ง ศอฉ.ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ กระชับพื้นที่การชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 ซึ่งโจทก์เห็นว่าการแจ้งข้อหาบิดเบือนจากข้อเท็จจริงและดีเอสไอไม่มีอำนาจ เพราะต้องเป็นการวินิจฉัยของ ป.ป.ช.
โดยวันนี้ นายสุเทพ โจทก์ ได้เดินทางมาเบิกความตอบคำซักค้านทนายความฝ่ายจำเลย สรุปว่าในเหตุการณ์กระชับพื้นที่เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 ที่บริเวณถ.ราชดำเนิน มีผู้ก่อการร้ายปะปนอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. โดยอยู่บนที่สูงใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ชุมนุม จึงสั่งการให้พลซุ่มยิงออกปฎิบัติหน้าที่เพื่อยับยั้งกลุ่มผู้ก่อการร้าย ซึ่งกรณีนี้มีเฉพาะวันที่ 10 เม.ย.53 เท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าให้พลซุ่มยิงใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ก่อการร้ายที่ปะปนอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุม และพยาไม่เคยได้รับรายงานว่าพลซุ่มยิงมีการใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นจนเสียชีวิตในเหตุการณ์กระชับพื้นที่ แต่ยอมรับว่าทราบว่ามีผู้ชุมนุมถูกยิงที่ศีรษะเสียชีวิตบ้าง ส่วนกรณีการเสียชีวิตของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด
นายสุเทพ เบิกความตอบคำซักค้านด้วยว่า ศอฉ.ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารหยุดปฏิบัติหน้าที่ในการเข้ากระชับพื้นที่บริเวณถนนราชดำเนิน เมื่อเวลา 18.50 น. แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังถูกผู้ก่อการร้ายดักซุ่มยิงโจมตีอยู่ เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัวเอง และ ศอฉ.ได้มีคำสั่งให้ถอยร่นออกจากพื้นที่ในเวลา 20.20 น. แต่เจ้าหน้าที่กลับถูกกลุ่มผู้ชุมนุมขัดขวาง จึงไม่สามารถถอยออกมาจากพื้นที่ได้ ซึ่งในวันดังกล่าวพยานไม่ได้อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ แต่รับทราบจากรายงานของเจ้าหน้าที่ในวันถัดมาว่าในการกระชับพื้นที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ทหารยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหารแม้แต่ศพเดียว
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ทนายความจำเลย ยังดำเนินซักค้านไม่เสร็จสิ้น ศาลจึงได้นัดไต่สวนนายสุเทพอีกครั้ง ในวันที่ 8 ก.ค. นี้ เวลา 09.00 น.





