วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แย้มแผนปรองดองดึงคู่ขัดแย้งร่วม'สภาปฏิรูป'

"ประยุทธ์" แย้มแผนปรองดอง ดึงคู่ขัดแย้ง 2 ฝ่ายร่วมวงคัดเลือกกันเองเป็นสภาปฏิรูป คาดเดินหน้าได้หลังตั้งรัฐบาลเรียบร้อยไม่เกินต้น ก.ย.

เผยเส้นทางศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ฯหลังจัดเวทีทุกหมู่บ้าน ให้รวบรวมข้อเสนอส่ง "สนช.-สภาปฏิรูป" แปรสู่ภาคปฏิบัติ แก้กฎหมาย ร่างรัฐธรรมนูญ ด้านมหาดไทยไล่บี้จังหวัด-อำเภอเร่งตั้ง ศปป. ขีดเส้น 4 เดือนต้องแก้ปัญหาขัดแย้งแตกแยกทุกมิติให้สำเร็จ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรอบเวลาในการสร้างกระบวนการปรองดองสมานฉันท์ตามโรดแมพของ คสช. ระหว่างการมอบนโยบายต่อหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยและผู้บัญชาการเหล่าทัพในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 เมื่อวานนี้ (13 มิ.ย.) ว่า แผนการทำงานของ คสช.มี 3 ขั้นตอน คือ ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ส.ค. จะต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อยภายใน 3 เดือน ทั้งร่างธรรมนูญการปกครองชั่วคราว การตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และตั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการ

"คิดว่าน่าจะตั้งรัฐบาลได้ปลาย ส.ค.หรือต้น ก.ย. เพราะต้องเผื่อเวลา 15 วันเพื่อทูลเกล้าฯ และหลังจากมีรัฐบาลแล้วก็จะเดินหน้าในการทำงานและตั้งสภาปฏิรูป โดยจะนำทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคู่ขัดแย้งไปรวมกัน และคัดกันออกมาเป็นสภาปฏิรูป" หัวหน้า คสช.กล่าว

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ คสช.ได้จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป หรือ ศปป.ขึ้น โดยมอบหมายให้ พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ เป็นผู้อำนวยการ โดยตามแนวทางการทำงาน จะมีการตั้ง ศปป.ระดับภาค ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน โดยใช้กลไกของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกระทรวงมหาดไทย

สำหรับกรอบเวลาการทำงานของ ศปป. คือ ในเดือน มิ.ย.จะเป็นห้วงเวลาของการจัดตั้งศูนย์ฯ ตั้งแต่ระดับภาค ลงไปถึงระดับหมู่บ้าน โดยระหว่างรอความพร้อมของศูนย์ฯ ก็จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสลายความขัดแย้ง และเปิดโอกาสให้คู่ขัดแย้งได้มาพบปะกัน โดยมีทหารเป็นเจ้าภาพ

ต่อจากนั้นในเดือน ก.ค. จะเป็นห้วงเวลาของการ "จัดเวทีสานเสวนา" ทุกอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน เพื่อรวมรวมความต้องการและโมเดลการเมืองที่แต่ละคนแต่ละกลุ่มอยากเห็น และจะมีการประมวลสรุปผลในระดับพื้นที่ส่งเข้ามายัง ศปป.ส่วนกลาง เพื่อนำเสนอหัวหน้า คสช.ต่อไป

ทั้งนี้ ประเด็นข้อเสนอที่ได้ หากต้องแก้ไขกฎหมาย จะนำเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่หากเป็นประเด็นที่ต้องขยายต่อด้วยการปฏิรูปและเขียนเข้าไปในรัฐธรรมนูญ ก็จะส่งต่อไปยังสภาปฏิรูป ซึ่งทั้งสองสภาจะตั้งขึ้นไม่เกินเดือน ส.ค. (ดูกราฟฟิกประกอบ)

มท.ขีดเส้น4เดือนฟังปัญหา-แก้ขัดแย้ง

ด้าน นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือระหว่างผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัด เกี่ยวกับแนวทางในการขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนตามนโยบายของ คสช. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทย อธิบดีทุกกรม ผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด

นายวิบูลย์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดโรดแมพ 4 ข้อ คือ 1.การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติซึ่งต้องลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนในทุกระดับ การแก้ไขปัญหาความคับข้องใจของประชาชน โดยหลักการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ คือ ต้องบอกให้ประชาชนเข้าใจบทบาทของ คสช.ว่าเข้ามาเพื่อระงับความขัดแย้ง เรื่องนี้ต้องรีบทำและทำทุกพื้นที่ พร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น กอ.รมน.ภาค และ ศปป. ทั้งนี้ต้องทำงานให้มีผลลัพธ์ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศต่อไป

2.การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ให้ทุกหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยโดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค ลงพื้นที่ดูแลทุกข์สุขและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนถึงตำบล หมู่บ้าน และครอบครัว 3.การกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ ให้เน้นให้โครงการกิจกรรมที่จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิต และ 4.การรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เช่น แก้ปัญหายาเสพติด อาวุธสงคราม อาชญากรรม อิทธิพล การพนัน และอบายมุขอย่างจริงจังทุกพื้นที่ ซึ่งบางส่วนได้มีการทำไปแล้ว

"ทุกเรื่องจะต้องเร่งรัดดำเนินการช่วงเวลา 4 เดือน โดยระยะแรก คือ การสร้างบรรยากาศที่ดีและรับฟังปัญหา จะใช้เวลาในเดือน มิ.ย.-ก.ค. หลังจากนั้นจะเป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งในเดือน ส.ค.-ก.ย. ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งทำงานอย่างเต็มที่ในทุกมิติ และขอให้รับฟังความคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการของ คสช. และกระทรวงมหาดไทยในการดูแลพี่น้องประชาชนในทุกๆ เรื่องต่อไป" นายวิบูลย์กล่าว

บี้จังหวัด-อำเภอเร่งตั้งศูนย์ปรองดองฯ

นายประพาส บุญยินดี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสริมว่า การพูดคุยเพื่อสร้างความปรองดองนั้น ไม่ใช่การละเว้นความผิดหรือนิรโทษกรรมให้คนที่กระทำผิด เพราะกระบวนการยุติธรรมยังต้องดำเนินการอยู่ โดยจังหวัดจะต้องเข้าไปทำความเข้าใจในพื้นที่โดยเร็ว และอำเภอควรเร่งตั้ง ศปป.อำเภอ ส่วนจังหวัดก็ตั้งศูนย์ประสานงานขึ้น แต่ละจังหวัดสามารถดำเนินการได้เลย ไม่ต้องเกรงใจใครอีกแล้ว เพราะตอนนี้ คสช.เรียกนักการเมืองและแกนนำกลุ่มต่างๆ มาทำความเข้าใจแล้ว

ส่วนการดำเนินการนั้น จังหวัดควรคิดกิจกรรมเพื่อสร้างความปรองดองตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน โดยทุกภาคส่วนจะต้องช่วยจังหวัดทำ รวมทั้งผสมผสานกับตำรวจ ทหาร เชื่อว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันจะสามารถทำสำเร็จได้

ขณะที่ นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ศปป.จังหวัด หรือ ศปป.อำเภอ มีภารกิจต้องเร่งทำความเข้าใจไม่ให้มีความแตกแยก ต้องทำภายในเดือน มิ.ย. จากนั้นเดือน ก.ค.จะต้องมีการรับฟังแนวคิดและข้อเสนอปฏิรูปจากประชาชน ส่วนเดือน ส.ค.และ ก.ย.จะต้องมีการเสริมสร้างความเข้าใจ โดยเน้นกิจกรรมที่เสริมสร้างความปรองดองและสามัคคีในพื้นที่