"สุรเกียรติ"เชื่อหลังปรับบรรยากาศปรองดองเสร็จ "คสช."เปิดโอกาสฝ่ายเห็นต่างร่วมปฏิรูปประเทศ
นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฐานะสมาชิกเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป ให้สัมภาษณ์ภายหลังการร่วมเวทีความคิดเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยครั้งที่ 6 ที่จัดโดยเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป ถึงรูปแบบของการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและแกนนำทางความคิดทุกกลุ่มต่อการร่วมปฏิรูปประเทศและสร้างความปรองดองว่า ในพื้นที่ที่มีลักษณะของความขัดแย้งหรือลักษณะทางความคิดที่แตกต่างกันต้องมีการกำหนดรูปแบบเพื่อแก้ปัญหาที่หลากหลาย โดยปัจจัยสำคัญคือต้องให้คนกลางที่กลุ่มต่างๆ ในท้องที่ให้การยอมรับ และให้ความไว้วางใจร่วมกัน ส่วนในระดับแกนนำทางการเมืองหรือกลุ่มความคิดทางการเมืองนั้น ปัจจุบันตนมองว่าไม่มีปัจเจกบุคคลที่สามารถเป็นคนกลางที่จะเข้าไปเจรจาได้ แต่ต้องอาศัยเครือข่ายและทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินการ ส่วนตัวนั้นยอมรับว่าไม่สามารถทำหน้าที่คนกลางประสานไปยังกลุ่มการเมืองได้ เพราะมีกลุ่มที่ยอมรับและไม่ยอมรับอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่าแนวทางการให้ทุกภาคส่วนความคิดที่แตกต่างเข้าร่วมสภาปฏิรูปจะมีปัญหาหรือไม่หาก คสช. ยังห้ามให้ฝ่ายเห็นต่างแสดงความเห็น นายสุรเกียรติ์ กล่าวว่า ช่วงนี้ยังอยู่ระหว่างของการสร้างบรรยากาศของความปรองดองสมานฉันท์ ดังนั้นเชื่อว่าหลังจากที่สร้างบรรยากาศให้มีความพร้อมสู่การปฏิรูปแล้ว คสช.จะเปิดโอกาสให้กลุ่มที่เห็นต่างได้เข้ามามีส่วนร่วม เพราะหากยังปิดโอกาสกลุ่มคนดังกล่าวอยู่อาจจะทำให้การปฏิรูปประเทศไม่สำเร็จได้ ส่วนโอกาสที่จะเกิดกรณีที่คนเห็นต่างไม่ยอมเข้าร่วมกระบวนการปฏิรูปนั้นมีวิธีการแก้ไขด้วยการออกแบบแนวทางทำงานให้เหมาะสมและได้รับการยอมรับ
"ที่สำคัญต้องเปิดพื้นที่ที่เหมาะสมให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดแนวทางและบุคคลที่ได้รับโอกาสแล้วต้องสำนึกว่าจะเสนอแนวทางเพื่อเป็นประโยชน์กับประเทศชาติได้อย่างไร ไม่ใช่เข้ามาฉวยโอกาสเพื่อประโยชน์ของตนเอง"นายสุรเกียรติ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ามองการกดดันของต่างชาติในกรณีที่ไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจของคสช. อย่างไร นายสุรเกียรติ กล่าวว่า เป็นปกติที่ต่างชาติต้องแสดงจุดยืนดังกล่าว ทั้งนี้นับตั้งแต่การยึดอำนาจทางปกครอง ของคสช. เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ได้มีเอกอัครทูตประเทศต่างๆ เข้าพบตนเพื่อสอบถาม ตนได้ใช้โอกาสดังกล่าวรวมถึงโอกาสที่จะเข้าประชุมคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและปรองดองแห่งเอเชีย (เอพีอาร์ซี) ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศโปร์แลนด์เร็วๆ นี้ เพื่ออธิบายในนามตัวแทนของประเทศไทยต่อสถานการณ์ของประเทศและโรดแมพทางการเมือง รวมถึงกระบวนการปฏิรูป และการปรองดองของคนในชาติ อย่างไรก็ตามตนจะขอความเห็นจากต่างชาติที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการปฏิรูปและปรองดองเพื่อให้เข้ามามีส่วนช่วยคิด ในแนวทางแก่ปัญหาและปฏิรูปประเทศไทย อาทิ การขจัดการทุจริตคอรัปชั่น เป็นต้น





