วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ฉลาด'ยื่นฟ้อง'ประยุทธ์-พวก'หมิ่นสถาบัน-กบฏ

"ฉลาด วรฉัตร"ฟ้องอาญาเอาผิด"ประยุทธ์ -พวก" มาตรา 112-113 ข้อหาหมิ่นสถาบัน-กบฏ ลั่นไม่รายงานตัวคสช.

เรืออากาศตรีฉลาด วรฉัตร นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมายื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) , พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. , พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ,พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. , พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร. ในฐานะรองหัวหน้า คสช. , พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผบ.ทบ. ในฐานะ เลขาธิการ คสช. , พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม , พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ เจ้ากรมพระธรรมนูญ , นายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กับพวกซึ่งเป็นข้าราชการในกระทรวงต่าง ๆ เป็นจำเลยที่ 1-27 ในคดีหมายเลขดำที่ อ.1591/2557 ความผิดฐานกบฏ เป็นผู้สนับสนุนกระทำความผิด และดูหมิ่นอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 113

ตามฟ้องโจทก์ บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ค.57 จนถึงวันฟ้อง ( 10 มิ.ย.57) จำเลยที่ 1 - 6 ร่วมกันประกาศกฎอัยการศึก และประกาศปฏิวัติโดยมิชอบ ตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ มีอำนาจสูงสุด โดยไม่ผ่านการเลือกตั้ง ซึ่งอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แต่จำเลยที่1-6 กลับจัดตั้งรัฐบาลรักษาการ ใช้กำลังทหารติดอาวุธสงครามประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อล้มล้างเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญฯ ปี 2550 ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ล้มล้างอำนาจบริหารรัฐบาลรักษาการของนาย นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รักษาราชการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐการกระทำของจำเลยที่1-6 จึงเป็นความผิดฐานเป็นกบฏ ใช้อำนาจข่มขู่กำลังทหารให้นำอาวุธสงครามที่มีไว้ป้องกันราชอาณาจักร ออกมาข่มขู่ชาวไทย นำไปใช้ในการมิชอบ เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ล้มร่างรัฐธรรมนูญ ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง จึงเป็นการหมิ่นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ และให้พวกตนได้มาซึ่งอำนาจรัฐ โดยมีจำเลยที่ 7-27 ให้การสนับสนุนจำเลยที่ 1-6 ในการกระทำผิดที่ร้ายแรง ด้วยการรับรองการประกาศกฎอัยการศึกและการปฏิวัติยึดอำนาจของปวงชนชาวไทย นอกจากนี้ยังแทรกแซงองค์การภาครัฐและเอกชน ทำการตัดสัญญาณโทรทัศน์ เรียกประชาชนไปรายงานตัว กำจัดเสรีภาพของโจทก์ ตลอดจนห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน นำกำลังทหารไปตรึงจุดต่างๆทั่วประเทศ โยกย้ายข้าราชการ เอื้อประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ เป็นการได้อำนาจที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2550 ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดี ทำให้ประเทศไทย ประชาชนและโจทก์ได้รับความเสียหายในการใช้ชีวิตปกติสุข ขาดเสรีภาพ ขาดการเสมอภาค ขาดภราดรภาพ ถูกจำกัดสิทธิปราศจากการใช้อำนาจอธิปไตย ประเทศขาดความน่าเชื่อถือจากนานาอารยประเทศ เป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ และพระมหากษัตริย์ เหตุเกิดที่แขวงและเขตดุสิต กทม. และทั่วราชอาณาจักร

ขณะที่ศาลยังไม่มีคำสั่งว่าจะรับคดีไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องโจทก์หรือไม่

ภายหลัง ร.อ.ต.ฉลาด นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กล่าวว่า การประกาศกฎอัยการศึกใช้เมื่อประเทศตกอยู่ในภาวะสงคราม หรือเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงและต้องประกาศในบางพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์เท่านั้น นอกจากนี้ต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี และต้องขอพระบรมราชโองการฯ แต่ทหารกลับใช้อำนาจในการประกาศกฎอัยการศึกและยึดอำนาจ จึงต้องมาฟ้องดำเนินคดี

"หากการยื่นฟ้องครั้งนี้ ทำให้ถูก คสช.เรียกไปรายงานตัว ก็จะไม่ไปตามหมายเรียก แต่ก็จะไม่หลบหนี หากอยากจับกุมเชิญไปจับได้ที่หน้ารัฐสภา ที่ผมใช้เป็นที่อดอาหารประท้วงมาแล้ว 19 วัน ยืนยันว่าจะอดอาหารไปจนกว่าจะมีการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน หากประเทศยังไม่มีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งจะขออดอาหารไปจนกว่าจะสิ้นชีวิต"ร.อ.ต.ฉลาด ระบุ